ON LOOKER

Bipolar : ธรรมดาไปโลกไม่จำ! แนวคิดสุดโต่งมาตรการแก้โลกร้อนอย่างเด็ดขาด

14 พ.ค. 2562
เมื่อถึงจุดที่โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จุดสังเกตกล่าวคือตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนมาจนถึงพฤษภาคม อุณหภูมิความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างสูง หลายปีในอดีตที่ผ่านมาหลายฝ่ายต่างรณรงค์เรื่อง “การลดโลกร้อน” แต่ในความเป็นจริงแล้วถ้านี่สายเกินไป เรายังคงเหลือมาตรการไหนอีกที่จะยับยั้งการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศของโลกอย่างบ้าคลั่งในครั้งนี้

ในขณะที่ทั่วโลกได้พยายามวิจัยเพื่อหาหนทางใหม่ๆในการฟื้นฟูสภาพอากาศของโลก ซึ่งที่ผ่านมาเรามักจะคุ้นหูกับการรณรงค์เรื่อง ใช้กระดาษให้น้อยลง, ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก แต่หนึ่งในคณะที่ทำการวิจัยเรื่องนี้เช่นเดียวกัน เป็นคณะนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ  จุดนี้น่าสนใจคือพวกเขาไม่ได้วิจัยเพื่อหาวิธีทั่วๆไปแบบคนอื่นอีกแล้ว แต่พยายามหาวิธีใหม่และสุดโต่งที่อาจเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ก็เป็นไปได้ เช่น แนวคิดที่ว่าจะทำวิจัยและทำให้ขั้วโลกกลับมาเย็นยะเยือกอีกครั้ง รวมถึงแนวคิดการดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ออกจากชั้นบรรยากาศโลก ฟังดูเหมือนหากเราเข้าใจแบบชาวบ้าน จะรู้สึกเหมือนกับว่าสิ่งเหล่านี้อาจทำได้แต่คงใช้เวลานาน และในช่วงระหว่างดำเนินการผลกระทบทางสภาพอากาศจะเปลี่ยนแปลงขึ้นไปอีกไหม ก็คงเป็นคำถามที่น่าคิด แต่อย่าเพิ่งคิดเยอะไปเพราะทุกทางมีโอกาสเป็นไปได้

มีการพัฒนาโครงการที่เป็นประโยชน์กับโลกตอนนี้โครงการหนึ่ง ถูกวิจัยศึกษาขึ้นเพื่อคาดหวังให้โลกมีระดับคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นกลางในอนาคต ชื่อโครงการว่า Carbon Neutral Futures Initiative มีการคาดการณ์ว่าโครงการนี้มีแนวโน้มการนำไปสู่การลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมหาศาล ซึ่งแน่นอนว่าโครงการแนวคิดสุดโต่งพวกนี้จะต้องมีความเป็นมาที่สำคัญ ซึ่งในความเป็นจริงแนวคิดเหล่านี้เกิดจาก ความกังวลใจว่าวิธีที่เราใช้แก้ปัญหากันอยู่ในปัจจุบันเพียงอย่างเดียวมันจะเพียงพอที่จะหยุดยั้งภัยพิบัติได้หรือไม่ และความเสียหายของโลกที่อาจไม่มีวันย้อนกลับ นี่ถือเป็นจุดประสงค์สำคัญของพวกเขาที่ต้องการทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่การ “รักษ์โลก” แต่เป็นมากกว่านั้น โดยอาจสามารถเทียบเคียงได้กับคำว่า “ปกป้องโลก” ผู้ซึ่งมีตำแหน่งเป็นอดีตที่ปรึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ศาสตราจารย์เซอร์ เดวิด คิง ได้กล่าวไว้ว่า “อะไรก็ตามแต่ที่เราจะทำกันในช่วง 10 ปีข้างหน้านี้มันจะเป็นตัวชี้วัดกำหนดอนาคตของมนุษยชาติไปอีกกว่า 10,000 ปีข้างหน้า และยังได้แจงอีกว่าปัจจุบันยังไม่มีศูนย์วิจัยขนาดใหญ่เช่นนี้ที่มุ่งศึกษาประเด็นปัญหาใหญ่เช่นนี้อย่างจริงจัง

แนวทางการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ถูกเรียกว่า “วิศวกรรมโลก” ซึ่งเป็นการที่มนุษย์ใช้เทคโนโลยีเข้าแทรกแซงและควบคุมภูมิอากาศทางโลก เพื่อลดภัยพิบัติและอุณหภูมิความร้อนที่สูงขึ้น

แนวคิดสุดโต่งที่น่าสนใจ



พ่นน้ำทะเลขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ
1.แนวคิดนี้น่าสนใจมาก เป็นวิธีการที่ทำให้เมฆสว่างและสะท้อนแสงได้มากขึ้น อาจทำให้ขั้วโลกหยุดละลายและกลับมาเยือกเย็นอีกครั้งได้ โดยวิธีการจะเป็นการสูบน้ำทะเลขึ้นสู่เสากระโดงเรือไร้คนขับ และทำการฉีดพ่นน้ำขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ เป็นการพ่นละอองน้ำขนาดเล็ก วิธีการนี้อีกทั้งยังช่วยให้อนุภาคเกลือจิ๋ว พ่นเข้าสู่เมฆเป็นวงกว้างทำให้เมฆสะท้อนความร้อนจากแสงแดดได้ดียิ่งขึ้น และทำให้พื้นที่ในบริเวณนั้นเย็นลงด้วย



เปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์เป็นเชื้อเพลิง
2.เป็นหนึ่งในแนวคิดใหม่ เป็นการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยมาจากโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้า พลังงานถ่านหิน, แก๊ส และโรงงานผลิตเหล็ก และจะทำการเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ใต้ดิน



เปลี่ยนทะเลสีครามให้เป็นสวนสีเขียว
3.อีกแนวคิดของทีมวิจัยนี้ คือทำการทดลอง โดยการทำให้พืชในมหาสมุทรเจริญเติบโตและดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้ในการสังเคราะห์แสง โดยวิธีการคือจะทำการใส่เกลือของเหล็ก ลงทะเลเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของแพลงก์ตอน,พืช และสาหร่ายทะเลน้ำลึก สำหรับวิธีนี้ก่อนหน้าได้มีการทดลองมาแล้ว และการทดลองในครั้งนั้นบ่งชี้ว่าวิธีการนี้ไม่ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่วิธีการที่ซึ่งยังไม่เป็นที่ยอมรับในปัจจุบันอาจถูกนำมาซึ่งการพิจารณาและทดลอง ซึ่งนับว่าเป็นทางเลือกในการแก้ไขการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่เสียหาย จนไม่อาจย้อนคืนเวลาให้เป็นเหมือนเดิมได้ ซึ่งหากถึงวันนั้นจริง อาจจะเป็นวันที่เกินกว่ามนุษย์จะรับมือได้

อ้างอิง : https://www.bbc.com/news/science-environment-48069663
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ใช้ชีวิต Slowlife แล้วสร้างแรงบันดาลใจจากเรื่องใกล้ตัว เมื่อ "ผักผลไม้มีชีวิต"
 
JUNK FOOD อาหารขยะสามารถทำร้ายรูปร่าง หุ่นดีๆ สวยๆ ของเราได้