ON LOOKER

Adrift ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของสาว Divergent ไชลีน วูดเลย์ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณอยากมีชีวิตต่อ

13 ก.ค. 2561
นี่คือภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริง ที่ถูกถ่ายทอดผ่านหนังสือ Red Sky in Mourning โดยผู้หญิงคนหนึ่งนามว่า Tami Oldham ที่ถ่ายทอดเรื่องราวแสนโหดร้าย


(หนังสือ Red sky in mourning)

ถ้าพูดถึงภาพยนตร์ที่สร้างแรงบันดาลใจหลายๆเรื่องที่ผ่านมา ส่วนใหญ่นำเรื่องจริงมาสร้าง หรือเรื่องราวชีวิตจริงของบุคคลที่เคยสร้างความอัศจรรย์มาแล้ว แต่ความอัศจรรย์ที่ว่าไม่ใช่ความแฟนตาซี เหนือจินตนาการแต่อย่างใด กลับเป็นเพียงเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกๆคนในช่วงชีวิต นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวของนักเดินเรือธรรมดา ที่เธอข้ามทะเลมาตามหาความรัก แต่กลับพบความจริงว่า ความรัก ที่เธอมีนั้นมันยิ่งใหญ่กว่ามหาสมุทรใดๆบนโลก

Tami Oldham สาวรักอิสระ เธอรักในการผจญภัยและเติบโตในอาริโซน่า ก่อนที่จะตัดสินใจข้ามโลกออกเดินทางล่องเรือไปตามหาความหมายของชีวิตที่หมู่เกาะตาฮิติ ที่นั่น เธอได้พบกับ Richard Sharp ชายหนุ่มที่หลงใหลในท้องทะเล พวกเขาจึงค้นพบความหมายของความรักที่นั่น ก่อนที่พวกเขาทั้งคู่จะตัดสินใจล่องเรือข้ามโลกไปให้ถึงแคลิฟอร์เนีย แต่แล้วการเดินทางกว่า 4,000 ไมล์ของพวกเขากลับพังทลายลง ด้วยการเผชิญกับพายุเฮอร์ริเคนเรย์มอนด์ระดับ 5 ซึ่งถือเป็นพายุเฮอร์ริเคนกลางมหาสมุทรแปซิฟิกที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังจากพายุ ทามี่ พบว่าเรือที่พวกเขาแล่นมาเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพังและคนรักของเธอได้รับบาดเจ็บหนัก ถึงแม้พวกเขาจะรอดตายจากการเผชิญหน้าพายุนรกมาได้ แต่พลังใจ ความหวังและแสงไฟของชีวิตของเธอก็ริบหรี่ลง เมื่อพวกเขาลอยอยู่กลางทะเลแบบไร้ความช่วยเหลือ ไร้การติดต่อ ไม่เห็นแผ่นดิน แถมคนรักของเธอก็ยังอาการสาหัสขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงเรือที่เสียหายก็ใกล้อัปปางลงเต็มที

 
(เรือของจริงที่โดนพายุเฮอร์ริเคนซัด)

ด้วยเวลานานถึง 41 วัน ที่พวกเขาทั้งสองอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิกโดยปราศจากเครื่องมือและอุปกรณ์ช่วยเหลือนับตั้งแต่วันที่เรือและชีวิตของเธอใกล้เป็นซาก ถึงพวกเขาจะยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ แต่พวกเขากลับมีพลังใจ มีความรักและความหวังที่จะเอาชนะและรอดพ้นจากความเลวร้ายในชีวิตครั้งนี้ได้
ตลอดเวลาที่อยู่บนซากเรือ เธอไม่มีเวลาโศกเศร้ากับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะต้องพาชีวิตของตัวเองและคนรักฝ่ามหาสมุทรไปให้ถึงฮาวายเพื่อเอาชีวิตรอด เธอเลือกใช้ความรักและความหวังเป็นแรงผลักให้พวกเขาฝ่าฟันอุปสรรคครั้งนี้และหาทางกลับขึ้นสู้ฝั่งได้ และถึงแม้เรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเธอจะเลวร้ายและทำให้เกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ ณ ปัจจุบัน เธอเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างไม่หวาดกลัวและยังล่องเรือและการผจญภัยอย่างไม่มีสิ้นสุด เธอบอกว่า “ความยิ่งใหญ่ของหัวใจที่ยังมีความรักและความหวัง เป็นใจความสำคัญของเรื่องจริงเรื่องนี้”


(ภาพจริงของ Tami Oldham และ Richard Sharp)

ส่วนในฉบับของภาพยนตร์ ที่กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ประเทศไทยในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้นั้น ถูกถ่ายทอดผ่านสองนักแสดงแถวหน้าของโลกอย่าง Shailene Woodley จาก Divergent และ Sam Claflin จาก The Hunger Games และ Me Before You ทั้งคู่ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อสองบทนำนี้ สำหรับ Shailene เธอต้องลดน้ำหนักสำหรับการมารับบทหญิงสาวที่จะต้องติดอยู่ในทะเลยาวนานถึง 41 วัน เธอบอกว่าช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ คือการที่เธอต้องจำกัดการบริโภคในช่วงลดน้ำหนักให้อยู่ที่เพียง 350 แคลอรี่ต่อวัน


(Shailene Woodley ในภาพยนตร์)

Shailene บอกว่าเธอต้องพยายามทำทุกอย่างให้คล้าย Tami Oldham ทั้งบาดแผล รูปร่าง เพราะคนๆนี้อยู่บนเรือหลังโดนพายุเฮอร์ริเคนถล่มมานานกว่าเดือน การจำกัดอาหารในช่วงท้ายๆของการถ่ายทำ มันคล้ายกับว่าเธอต้องอดทนอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างจาก Tami ตัวจริงในขณะที่ติดอยู่บนเรือเลย และในช่วงสองสัปดาห์สุดท้าย เธอกินได้แค่ ปลาแซลมอนกระป๋องหนึ่งประป๋อง บล็อคโคลี่นึ่ง กับไข่แดงวันละสองฟองเท่านั้น  ทั้งหมดนับได้ 350 กิโลแคลอรี่ เธอยังกล่าวกับสื่อดังอย่าง Sunday Times ว่า นั่นมันเป็นช่วงเวลาที่หดหู่อย่างที่สุดของเธอเลยทีเดียว  

และเทคนิคพิเศษที่ทำให้เธอผ่านช่วงเวลาความหิวที่แสนจะโหดร้ายไปได้ เธอบอกว่า เธอเลือกที่จะดื่มไวน์หนึ่งแก้วก่อนนอนเพื่อทำให้เธอนอนหลับในแต่ละคืน เพราะเธอไม่สามารถนอนหลับได้ในเวลาที่แสนจะหิวนั้น และความตั้งใจในการมารับบทบาทนี้ของเธอก็เป็นที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง เพราะหลังจากภาพยนตร์เข้าฉายที่อเมริกาเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน เธอก็ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์มากมาย
เธอยังกล่าวอย่างมีความสุขอีกว่า ประสบการณ์การถ่ายทำนั้นมันสวยงามและน่าจดจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่พระเอกของเรื่องอย่าง Sam Claflin ยังคงยิ้มกว้างได้ในชั่วโมงที่ 16 ของการถ่ายทำที่แสนเหน็ดเหนื่อย และไม่ปริปากบ่นถึงความยากลำบากที่รวมไปถึง อาการเมาเรือของทุกคน และรอยยิ้มนั้นเองที่ทำให้เธอและทีมงานทุกคนมีกำลังใจในสู้ต่อ และทำงานหนักขึ้นไปอีก



พิสูจน์บทบาทแสนท้าทายของ Shailene Woodley และ Sam Claflin กันได้  26 กรกฎาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์
 
ข้อมูลจาก สหมงคงฟิล์ม และ https://www.eonline.com/news/947869/shailene-woodley-ate-only-350-calories-a-day-for-adrift-it-was-f-king-miserable
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
อุปกรณ์ห่ออาหารแบบรักษ์โลก ทำจากวัสดุธรรมชาติ
Hemant Attray และ Rajesh Kotta ได้ค้นพบวิธีการสร้างที่พักอาศัยรูปแบบใหม่ ซึ่งใช้เวลาในการสร้างเพียงแค่สองสัปดาห์เท่านั้น