ON LOOKER

Bipolar : เมื่อผู้ชายถูกล่วงละเมิดทางเพศ

23 ก.ค. 2562
โดยปกติแล้วบุคคลที่ตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศ มักจะเป็นผู้หญิง ด้วยสภาพเพศที่ยากต่อการต่อสู้และขัดขืน จึงมักพบเห็นผู้หญิงตกเป็นเหยื่ออาชญากรเหล่านี้บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้เรากำลังนำเสนอเป้าหมายใหม่ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งเป็นผู้ชายและเหตุเกิดขึ้นที่อิรัก และชายหนุ่มเหล่านี้ต่างระบุว่าพวกเขาผ่านการโดนล่วงละเมิดมาแล้วทั้งสิ้น



หนึ่งในเคสของชายอิรักที่เราจะยกตัวอย่าง ชื่อ “ซามี” ผู้ซึ่งเคยตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางกาม ไม่ใช่ผู้หญิงที่เป็นคนกระทำแต่เป็นผู้ชายด้วยกันเอง และเขาต้องพบกับเหตุการณ์เหล่านี้ในหลายช่วงอายุ

อายุ 13 ปี บริบูรณ์ : เหตุเกิดที่ห้องน้ำในโรงเรียน เมื่อมีกลุ่มเด็กวัยรุ่นชายสามคน อายุราว 15 -17 ปี เข้ามาประชิดตัวและต้อนเขาจนมุม ก่อนจะเริ่มล่วงเกินซามี สิ่งเดียวที่เด็กอายุ 13 จะทำได้คือตะโกนเรียกร้องขอให้คนอื่นช่วย ส่งผลให้เด็กๆคนอื่นที่ได้ยินเสียงเหตุการณ์นำเรื่องไปฟ้องครูใหญ่ ทำให้เด็กทั้งสามถูกไล่ออกจากโรงเรียนในทันที แต่แล้วเรื่องราวเหมือนจะดีขึ้นซึ่งในความเป็นจริงไม่ใช่เลย เพราะหลังจากนั้นไม่นานนักเมื่อเขาถูกเรียกคุยในห้องครูใหญ่ ความโหดร้ายละลอกสองตามมาเมื่อครูใหญ่พูดว่า จะทำให้เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องของการสมยอมแลกกับการไม่ต้องถูกไล่ออกแบบสามคนนั้นและยังคงเรียนที่เดิมต่อไปได้

อายุ 15 ปีบริบูรณ์ : ซามีใช้ชีวิตในช่วงอายุวัยนี้ในบาบิโลน นอกจากใช้เวลาเรียนในช่วงเช้าแล้วตอนค่ำจะเป็นเวลาที่เขาต้องไปช่วยร้านขายขนมที่ที่พ่อเขาเคยทำงานได้รับค่าจ้างเป็นโดนัท แต่เมื่อพ่อเขาเสียชีวิตลงเป็นผลให้เขาต้องเริ่มหางานจริงจัง จนได้งานที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง จนถึงวันเกิดเรื่องเมื่อเจ้านายซามีสนใจในตัวเขาเป็นพิเศษ จนเกิดภาพเดจาวูเมื่อเจ้านายไล่ต้อนเขาเข้ามุม ก่อนจะประกบปากจูบและเริ่มลวนลาม แต่ดูเหมือนซามีจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง คว้าแจกันฟาดเข้าศีรษะเจ้านายก่อนจะหลบหนีไป หลังจากนั้นทุกอย่างดูจะยากขึ้นเมื่อซามีต้องใช้เวลาวิ่งหางานใหม่ร่วมปี



อายุ 16 ปีบริบูรณ์ : เหตุการณ์ที่ทำให้ซามีรู้สึกว่าไม่อยากอยู่บ้านหลังเดิมอีกต่อไป ก็เป็นเพราะคนใกล้ตัวอีกครั้งผู้ซึ่งเป็นญาติเขาเอง ได้แวะมาเยี่ยมบ้านในขณะที่ไม่มีใครอยู่จึงลงมือทำร้ายร่างกายและขืนใจซามี เขารู้สึกผ่อนคลายลงเมื่อสามารถคุยกับครอบครัวให้ย้ายที่อยู่ไปยังกรุงแบกแดดได้สำเร็จ หลังจากนั้นซามีเริ่มพบกับกลุ่มเพื่อนที่พอจะไว้ใจได้ก่อนตัดสินใจเปิดใจเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนในกลุ่มฟัง แต่ต้องตกตะลึงเมื่อพบกับความเป็นจริงว่า เพื่อนๆของเขาก็ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายในแบบเดียวกันมา ซึ่งในความเป็นจริงจากผลวิจัยสำรวจพบว่ามีสองประเทศในดินแดนปาเลสไตน์ คืออิรักและตูนิเซีย ที่มีการละเมิดทางเพศผู้ชายมากกว่าผู้หญิง อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจรู้สึกว่าทำไมซามีถึงไม่แจ้งตำรวจ คำตอบคือตำรวจและสังคมมักไม่เห็นใจเหยื่อ ตำรวจอาจมองคดีเหล่านี้ว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิด ซึ่งในอิรักเองเรื่องของคนรักเพศเดียวกัน หรือเรื่องระหว่างเพศเดียวกันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย สิ่งที่ซามีคิดในตอนนั้น คือ “กฎหมายอยู่ข้างเขา แต่คนบังคับใช้กฎหมายกลับอยู่ฝั่งตรงข้าม”

อายุ 21 ปีบริบูรณ์ : อาชญากรรมทางกามยังคงดำเนินต่อไปเมื่อไม่มีใครกล้าแจ้งความ เพราะสังคมชาวอิรักไม่สนับสนุนให้ผู้ชายสามารถพูดเรื่องเหล่านี้ได้ และการแจ้งความเสี่ยงต่อการเปิดเผยตัวตนของเหยื่อและรสนิยมทางเพศ ซึ่งนั่นจะนำไปสู่การเลือกปฏิบัติของคนในสังคมต่อเหยื่อ แต่แล้วชีวิตของซามีเริ่มดีขึ้นตามอายุวัย เขารู้สึกดีกับการใช้ชีวิตในกรุงแบกแดด และได้เข้าทำงานบริษัทต่างประเทศขนาดใหญ่และมีเพื่อนๆที่คอยช่วยเหลือกันได้ ถึงแม้ว่าเรื่องนี้ซามีสามารถพูดกับเพื่อนสนิทของเขาได้แต่ความเลวร้ายในชีวิตที่ผ่านมาไม่อาจทำให้เขากล้าสานสัมพันธ์รักกับใครได้ โดยตนตั้งใจจะมองหาใครสักคนอีกครั้งเมื่ออายุย่าง 35 ปี ซึ่งหวังว่าในวันนั้นสังคมอิรักจะเปิดกว้างเรื่องเพศมากขึ้น อย่างไรก็ตามแต่บางส่วนความเลวร้ายในชีวิตเขาไม่อาจเปิดเผยได้ เพราะมันได้กลายเป็นตราบาปของชีวิตไปแล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.bbc.com/news/stories-48940041
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้ได้มาซึ่งสาธารณูปโภคสาธารณะต่างๆที่ยอดเยี่ยม ต้องเสียภาษีในระดับที่สูงถึงสูงมาก ลองมาดูกันว่า แต่ละประเทศนั้นต้องเสียภาษีเท่าไรกันบ้าง
 
สิ่งที่พนักงานออฟฟิศเจอคือ ความเครียดจากการทำงาน ทำให้ทำงานได้ไม่เต็มที่ พฤติกรรมนี้อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย