ON LOOKER

7 สถานการณ์ กับคำ “ขอบคุณ” ที่ส่งผลดี

27 มี.ค. 2562
การ “ขอบคุณ” เป็นสิ่งที่ทำให้คนฟังต่างรู้สึกดี และคำ "ขอบคุณ" ใช้ได้เกือบทุกสถานการณ์ในชีวิต ถือเป็นการตอบรับที่ดีที่สุดกว่าการอธิบายมากมาย กับ 7 สถานการณ์ กับคำ “ขอบคุณ” ที่จะส่งผลดีต่อตัวคุณเอง

1.เมื่อได้รับคำชม
หลายครั้งเมื่อได้รับคำชมจากคนรอบข้าง หรือใครสักคนแล้วมีอาการ "ทำตัวไม่ถูก" กังวลที่จะถูกมองว่าหลงตัวเอง จึงกลายเป็นทำเฉยๆ ยืนบิดเขิน หรือบางครั้งตอบโดยเบี่ยงเบนคำชมนั้น กลับสร้างความรู้สึกไม่ดีแก่คนชม หรือคนที่ชมเราอาจเสียน้ำใจได้  ซึ่งการตอบรับคำชมที่ดีที่สุด เพียงแค่คุณกล่าว “ขอบคุณ” รับคำชมอย่างนอบน้อม คุณก็จะดูเป็นคนสุภาพ และอ่อนน้อมถ่อมตนมากขึ้น

ตัวอย่าง:ชุดของเธอดูดีมาก
แทนการตอบว่า:“นี่มันชุดเก่าของเรา นานมาแล้ว”
ควรตอบว่า:“ขอบคุณนะ เราดีใจที่คุณชอบ”

2.เมื่อคุณมาทำงานสาย
ปัญหาจุกจิกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำกับการทำงาน นั้นคือการมาทำงานสาย ซึ่งสำหรับเรื่องการทำงานแล้ว การมาสาย หรือการไม่รักษาเวลาเป็นเรื่องใหญ่ ที่ส่งผลเสียต่องาน บริษัท และยังส่งผลเสียต่อตัวเราเองทำให้คนรอบข้างมองถึงความไม่รับผิดชอบต่อการทำงาน เมื่อคุณมาสาย นอกจากการบอกเหตุผลหรือแก้ตัว มันอาจจะดูแปลกที่จะพูดว่า “ขอบคุณ” หัวหน้าหรือคนรอที่ยังรอคุณอยู่ มันคือสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งคนส่วนใหญ่เมื่อมาถึงมักจะพูดว่า “ขอโทษครับที่มาสาย”

ตัวอย่าง:คุณมาสาย 14 นาที
แทนการกล่าวว่า:“ขอโทษครับที่ผมมาสาย วันนี้รถติดมาก”
ลองกล่าวว่า:“ขอบคุณนะครับสำหรับการรอ”

เมื่อเราทำผิดพลาด แน่นอนว่าคำ “ขอโทษ” คือการคำแรกที่ควรพูดสำหรับความผิดพลาดของเรา แต่วิธีที่ดีกว่าคือการยกย่องหรือกล่าวชมความอดทนและการรอของพวกเขา โดยการกล่าว “ขอบคุณ” 

3.เมื่อปลอบโยน
เมื่อมีเพื่อนมาปรึกษาหรือมาเล่าเรื่องที่เขารู้สึกไม่ดีให้แก่เราฟัง แน่นอนว่าเราต้องการเป็นเพื่อนที่ดีที่จะให้คำปรึกษาและรับฟัง แต่หลายคนไม่รู้จะพูดอะไรตอบกลับไปเพื่อให้เขารู้สึกดีขึ้น เราคนหนึ่งที่รู้สึกอย่างนั้นมาก่อน มันไม่ใช่สิ่งสำคัญว่าคุณไม่รู้จะพูดอะไร แต่สิ่งที่คุณทำได้ ณ ขณะนั้นที่ดีที่สุด คือการ “ขอบคุณ” สำหรับความไว้วางใจที่เขามอบให้คุณ

ตัวอย่าง:เพื่อนร่วมงานมาเล่าให้ฟังว่าแม่ของเขาเสียชีวิ
แทนการล่าวว่า:“อย่างน้อยคุณก็มีความทรงจำดีๆมากมายที่ต้องจดจำไว้”
ลองกล่าวว่า:“ขอบคุณที่เล่าให้เราฟัง เรารู้ว่ามันเป็นช่วงเวลาที่แย่สำหรับเธอ”

4.เมื่อได้รับคำติชม
คำติชมที่หวังดีมีประโยชน์แก่เรามาก แต่เรามักไม่ค่อยเห็นว่าเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าจากหัวหน้าของคุณ หรือความคิดเห็นจากลูกค้า โดยการเงียบหรือไม่ใส่ใจไม่ใช่การกระทำที่ถูกต้อง แต่คำตอบที่ถูกต้องคือการพูดว่า “ขอบคุณ” และนำข้อมูลไปปรับปรุงแก้ไข

ตัวอย่าง:งานนี้ไม่ดีพอ ฉันคิดว่าคุณจะทำได้ดีกว่านี้
แทนการตอบว่า:“คุณไม่เข้าใจเกี่ยวกับงานชิ้นนี้”
ลองตอบว่า:“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ" 

ไม่มีใครชอบความผิดพลาด แต่ความความผิดพลาดเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ให้เราปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้น     

5.เมื่อคุณได้รับคำวิจารณ์
บางครั้งคำวิจารณ์จากบางคนก็ไม่เป็นประโยชน์ต่อตัวเรา อาจเป็นเพียงคำสนุกปากจากคนที่ไม่ชอบหรือเกลียดชังเรามาก่อน แต่การรับมือกับคำเหล่านี้ได้ดีที่สุดคือการพูด “ขอบคุณ” และก้าวต่อไป ให้ไกลจากคนประเภทนี้     

ตัวอย่าง:การเขียนของคุณมันปัญญาอ่อนที่สุดที่ฉันได้อ่านมาตลอดทั้งสัปดาห์
แทนการกล่าวว่า:“คุณเป็นคนมีอคติ เขียนยังไงคุณก็ว่าไม่ดี”
ลองกล่าวว่า:“ขอบคุณสำหรับความคิดเห็น ฉันยังมีอะไรอีกมากมายให้เรียนรู้”

6.เมื่อมีคำแนะนำที่ไม่ได้ร้องขอ
เป็นสิ่งที่พบเจอบ่อยสำหรับคนเข้ายิม ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนมีความคิดและวิธีเล่นที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับกำลังและร่างกายของคุณเอง แต่จะมีความเห็นของบางคนที่แนะนำเกี่ยวกับตัวเราซึ่งเป็นสิ่งที่คุณไม่ได้ขอ มันเลยเกิดความน่ารำคาญ ยิ่งถ้าเราตอบกลับแบบประชดประชัน มันกลับสร้างผลเสียต่อเราและคนอื่น วิธีที่ดีที่สุดคือการ “ขอบคุณ”     

ตัวอย่าง:คุณรู้ไหมว่าการออกกำลังกายสร้างสะโพกทำแบบนี้...
แทนการตอบว่า:“จริงเหรอ แล้วคุณมีวิดีโอหรือหนังสือของคุณ เกี่ยวกับวิธีเล่นที่ถูกต้องหรือไม่”
ลองตอบว่า:“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ และแนะนำ”

ขอบคุณทุกคนที่ให้ความสำคัญต่อคุณแม้ว่าจะไม่ได้ร้องขอก็ตาม

7.เมื่อคุณไม่แน่ใจว่าควรขอบคุณใคร
หากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจให้พูดคำว่า “ขอบคุณ” ไว้ก่อน ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหาย กลับยิ่งทำให้คนอื่นมองคุณในแง่ดี ดูเป็นคนอ้อนน้อม “เมื่อคุณให้เกียรติคนอื่น คุณก็จะได้รับเกียรตินั้นด้วย”     

เราไม่สามารถควบคุมสิ่งต่างๆ ให้เกิดกับเรา แต่เราเลือกที่จะมองมัน สิ่งเดียวที่เราจะควบคุมมันได้ คือความคิดของเรากับการ “ขอบคุณ” สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น อย่างน้อยก็เป็นบทเรียนให้เราได้เรียนรู้    

อ้างอิง : http://entm.ag/1WunOYz
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
วอชิงตัน รัฐเดียวในสหรัฐที่สามารถใช้วิธีเปลี่ยนร่างคนให้กลายเป็นดินได้หรือเป็นการนำศพไปทำเป็นปุ๋ย
เป็กกี้ ศรีธัญญา พาไปล้วงลับความเชื่อ ของดีเจนุ้ย จากอดีตนักข่าวบันเทิงที่กลายเป็นพิธีกรและนักแสดงชื่อดังที่ปังสุดๆแห่งยุค ทั้งเงินเก็บที่มีเป็นร้อยล้าน และบ้านราคา 40 ล้านที่ซื้อด้วยเงินสด กับที่พึ่งทางใจเบื้องหลังความสำเร็จจากการบูชาที่วัดพระศรีมหาอุมาเทวี(วัดแขก)