ON LOOKER

15 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก

22 มี.ค. 2561
นี่คือ 15 ความเข้าใจผิด ที่คุณอาจเผลอทำ เพราะคิดว่าจะช่วยให้ลดน้ำหนักได้ แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ว่า มันไม่จริง

1.อยากผอม ต้องออกกำลังกายขณะท้องว่างเท่านั้น
ความจริงแล้ว วิธีนี้ไม่ได้ดีสำหรับทุกคน เพราะผลลัพธ์ระหว่างออกกำลังระหว่างท้องว่าง หรือมีอาหารอยู่บ้าง ก็ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน และไม่ได้เป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้เผาผลาญไขมันได้มากหรือน้อยกว่ากัน

2.กินแบบ Ketogenic สิได้ผล
Ketogenic หรือการทานคาร์โบไฮเดรตให้น้อยที่สุดจนถึงไม่ทานเลย จริงอยู่ที่ว่า วิธีนี้อาจให้ผลดีและเร็วในช่วงแรก แต่ผลที่ได้มักไม่ยั่งยืน ทางที่ดีคือ คุณควรเลือกทานคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสม ประกอบกับอาหารหมวดหมู่อื่นๆเช่น ผัก ผลไม้

3.อยากผอมต้องแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อย่อยๆ แล้วรับประทานบ่อยขึ้นแทน
การศึกษาหลายชิ้นพบว่า การทานทีละน้อย แต่บ่อยขึ้นนั้นไม่ได้ช่วยให้น้ำหนักลด ทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารโดยรวมที่คุณรับประทานเข้าไปใน 1 วัน หรือ 24 ชั่วโมงมากกว่า

4.มื้อเย็นคือของต้องห้าม
หลายคนมีความเชื่อที่ว่า การทานมื้อเย็นทำให้คุณอ้วน แต่ความจริงแล้ว ไม่ว่าจะทานตอนไหน แต่หากทานเกินปริมาณที่ร่างกายสามารถเผาผลาญได้ ก็ทำให้อ้วนได้ทั้งนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ คุณต้องควบคุมปริมาณและแคลอรี่ของสิ่งที่ทานเข้าไปตลอดทั้งวัน การไม่ทานมื้อเย็น แต่ไปทานมื้ออื่นในปริมาณมาก ก็ไม่ได้ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้แม้แต่น้อย

5.ความเชื่อที่ว่า หากอยากลดน้ำหนัก น้ำตาลคือสิ่งต้องห้าม
ความจริงก็คือ คุณยังคงบริโภคน้ำตาลได้บ้าง ตราบเท่าที่ปริมาณ และแคลอรี่ต่อวัน ไม่เกินความสามารถในการเผาผลาญของคุณ

6.การออกกำลังแบบคาร์ดิโออย่างหนักหน่วงเท่านั้นที่จะทำให้น้ำหนักลดได้
เพราะจริงๆแล้ว อาหาร มีผลต่อการลดน้ำหนักมากกว่า ส่วนการออกกำลังไม่ว่าจะเป็นแบบคาร์ดิโอ หรือการเสริมสร้างกล้ามเนื้อนั้น เป็นเพียงตัวช่วยเท่านั้น

7.อาหารคลีนเท่านั้นที่จะช่วยให้ผอม
ความเข้าใจที่ถูกต้องก็คือ อาหารคลีนไม่ได้มีแคลอรี่ที่ต่ำเสมอไป และอาหารไขมันต่ำ ก็ไม่ได้หมายความความว่า แคลอรี่จะต้องต่ำตามไปด้วย

8.ยี้ที่สุดคือไขมัน แตะไมได้เลยนะ
ความจริงก็คือ ไขมันไม่ได้เลวร้ายเสมอไป การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงและต่ำสลับกันไปในแต่ละวัน โดยที่ยังควบคุมให้อาหารนั้นๆมีสารอาหารอื่นๆที่เหมาะสมด้วย เช่นโปรตีน กากใย รวมถึงแคลอรี่โดยรวมที่เหมาะสม จะเป็นสิ่งที่ถูกต้องมากกว่า

9.ผลไม้น่ะตัวดี ห้ามทาน!
หลายสูตรลดน้ำหนักห้ามไม่ให้คุณทานผลไม้เลย เพราะมีน้ำตาลฟรุคโตสสูง อย่างไรก็ตาม ผลไม้มากมายเช่น สตรอเบอร์รี่ กล้วย แอปเปิ้ล มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบไม่มาก และมีน้ำ รวมถึงกากใยในปริมาณที่สูง เพราะฉะนั้น น้ำตาลจากผลไม้ไม่ใช่ศัตรูตัวร้ายที่ต้องกลัว ตราบเท่าที่คุณไม่ได้บริโภคมันมากจนเกินไป

10.ความเชื่อที่ว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะกลายร่างเป็นไขมันแล้วพุ่งตรงเข้าสู่รอบเอวของคุณในทันที
จริงอยู่ที่ว่า เครื่องดื่มเหล่านี้ อาจทำให้การเผาผลาญไขมันช้าลงไปบ้าง แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับแคลอรี่ส่วนเกินจากอาหารอื่นๆที่คุณทานเข้าไป เอาง่ายๆก็คือ หากงดแอลกอฮอล์ แต่ไม่ลดอาหาร ก็ไม่ผอมนะจ๊ะ

11.อาหารที่โฆษณาว่า นี่คือ “fat burning foods” กระทั่ง สูตรลดน้ำหนักตามแบบดารา
ยกตัวอย่างเช่น การโรยผงซินนามอนลงไปในโยเกิร์ตจะช่วยให้หน้าท้องแบนราบ หรือผลบลูเบอรร์รี่ช่วยขัดขวางการสร้างเซลล์ไขมันได้ ลืมไปซะ เพราะมันใช้ไม่ได้จริง

12.ผลิตภัณฑ์จำพวกนม โยเกิร์ตต่างๆ ก็ห้ามทาน เพราะมันไม่ดีต่อระบบการย่อยของมนุษย์
การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาตร์หลายชิ้นสรุปผลว่า นม ไม่ได้ส่งผลใดๆต่อร่างกายคนเราแม้แต่น้อย จะทานหรือไม่ทานก็มีค่าเท่านั้น เพราะฉะนั้น ถ้าชอบทาน ก็ทานเข้าไปเถอะ แต่อย่าลืมควบคุมปริมาณด้วยแล้วกัน

13.ห้ามอดอาหารเช้านะ ไม่งั้นระบบเผาผลาญจะรวนไปทั้งวัน
เชื่อว่าหลายๆคนคงได้ยินคำเตือนประเภทนี้ แต่ผลการศึกษาพบว่า อาหารเช้า ไม่ได้ส่งผลใดๆต่อการลดน้ำหนัก คนที่ทานอาหารเช้า ก็ไม่ได้หมายความว่าจะลดน้ำหนักได้เร็วกว่าคนที่ไม่ทาน มันขึ้นอยู่กับว่า คนๆนั้นสามารถควบคุมปริมาณแคลอรี่ทั้งวันได้แค่ไหนต่างหาก เพราะฉะนั้น ถ้าคุณไม่หิวในมื้อเช้าจริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องฝืน

14.สารให้ความหวานแทนน้ำตาลก็ห้ามนะ มันจะทำลายระบบเผาผลาญของคุณ และยิ่งทำให้คุณรู้สึกหิวง่ายขึ้น
ถึงแม้ว่า ผลการทดลองมากมายจะสรุปได้ว่า สารให้ความหวานเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้น้ำหนักลดได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้ทำให้น้ำหนักของคุณเพิ่มแต่อย่างใด

15.อาหารสองอย่างนี้ ห้ามทานคู่กันนะ ไม่งั้นการเผาผลาญจะลดลง
ยกตัวอย่างเช่น ห้ามทานไขมันพร้อมคาร์โบไฮเดรตในมื้อเดียวกัน เพราะความจริงแล้ว จะทานอะไรคู่กัน ไม่ก็ไม่ได้มีผลต่อการเผาผลาญทั้งนั้น คุณสามารถทานอะไรด้วยกันก็ได้ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงมากที่สุดคือ คุณทานในปริมาณที่เหมาะสมหรือไม่
แปลและเรียบเรียงจาก
muscleevo.net โดย CHRISTIAN FINN อดีตเทรนเนอร์เจ้าของปริญญาโทที่ศึกษาเรื่องวิทยาศาสตร์และการออกกำลังอย่างจริงจัง
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
การอาบน้ำหรือการสระผมบ่อยๆ  เป็นปรากฏการณ์ใหม่ในยุค 20th  และวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าจุลินทรีย์ในร่างกายของคุณก็มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมหรือการป้องกันโรคผิวหนังเช่นด้วยเช่นเดียวกัน 
สถาบันวิจัยมะเร็งของประเทศอังกฤษ ไม่ยอมแพ้และขอตั้งเป้าคิดค้นวิธีรักษามะเร็งดื้อยาให้สำเร็จ