ON LOOKER

10 สัญญาณบ่งบอกว่า คุณไม่ได้เหนื่อยกาย แต่เหนื่อยใจ

16 พ.ย. 2561
ในเวลาที่เราผ่านเรื่องราวที่เครียดหรือเหนื่อยใจมากๆ มา หลายครั้งเราอาจได้ค้นพบว่าตนเองจมอยู่ในวังวนความเครียดที่ไม่สามารถดึงตนเองออกมาได้ และเชื่อไหมว่า ยิ่งเราพยายามให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น พยายามบังคับตัวเองให้คิดบวก และพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของตนเองไปสู่เรื่องที่ดีขึ้นแค่ไหน เรากลับพบว่า ความพยายามแบบนั้นยิ่งทำให้เรารู้สึกจิตตก และเหนื่อยใจมากขึ้น

เหตุผลเป็นเพราะว่า จิตใจของเราต้องการ “เวลา” ในการเยียวยา เช่นเดียวกันกับอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เช่นกระดูกที่หักก็ต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมตนเอง ถึงแม้ว่าจิตวิญญาณของเราจะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่มันเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ชีวิตของเราดำเนินต่อไปได้ และมีความสำคัญไม่น้อยกว่าร่างกายภายนอกของเราเลย

เพราะฉะนั้น หากเราละเลย ไม่สนใจความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของเรา มันอาจนำไปสู่ผลเสียต่างๆ เช่น ความเครียดเรื้อรัง เครียดจัด ไปจนถึงโรคทางจิตเวช ลองสำรวจตัวเองว่า คุณมี 10 สัญญาณที่บ่งบอกความเหนื่อยล้าทางจิตใจของคุณหรือไม่

1.ในระหว่างวัน คุณไม่อยากทำอะไรเลยนอกจากการนั่งอยู่เฉยๆ คุณมีความรู้สึกอยากนอนตลอดเวลา ก่อนมาทำงานก็รู้สึกไม่อยากตื่น นอนเท่าไรก็ไม่พอเสียที แต่พอถึงเวลากลางคืนที่ต้องเข้านอน คุณกลับไม่รู้สึกอยากนอนเสียอย่างนั้น เพราะเป็นกังวลว่าจะฝันร้าย ซึ่งอาจเป็นฝันร้ายที่ดูเหมือนจริงมาก จนทำให้คุณเครียด

2.คุณรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของคุณ บางครั้งอาจรู้สึกหน้ามืด ปวดท้อง การมองเห็นไม่ปกติ หรือปวดหัวแบบไม่มีเหตุผล
 
 
 
3.คุณพบว่าคนรอบตัวถามคุณบ่อยครั้งว่า “เป็นอะไรหรือเปล่า” และคุณก็ไม่รู้จะตอบกลับพวกเขาว่าอย่างไร เพราะคุณเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงๆ แล้วตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไร รู้เพียงแต่ว่า ความรู้สึกภายในใจที่ซับซ้อนกำลังเกิดขึ้นลึกๆ ภายในจิตใจ โดยที่คุณไม่สามารถหาเหตุผลของความรู้สึกนั้นได้ มากไปกว่านั้นคือ คุณไม่สามารถเอาตัวเองออกจากความรู้สึกที่สับสนนี้ได้

4.คุณมักรู้สึกเหมือนภายในของคุณแตกเป็นเสี่ยงๆ เพราะร่างกายและจิตใจของคุณทำงานไม่สัมพันธ์กัน

5.อารมณ์คุณขึ้นๆ ลงๆ และเปลี่ยนแปลงโดยไม่มีเหตุผล บางครั้งอยากรัก บางครั้งไม่อยากรัก หรือในบางครั้งคุณอาจค้นพบว่าตนเองร้องไห้โดยไม่มีเหตุผล หรืออาจรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

6.คุณรู้สึกได้ถึงความตื่นตระหนกภายในจิตใจอย่างต่อเนื่อง

7.คุณรู้สึกโดดเดี่ยวถึงแม้จะอยู่ท่ามกลางคนหมู่มากก็ตาม ในบางครั้งคุณอาจรู้สึกสงสัยคนรอบตัว ไม่ไว้ใจใคร ไม่กล้าให้ใจกับใคร

8.คุณมีความรู้สึกโกรธ อิจฉา ริษยา ไม่พอใจกับทุกสิ่งรอบตัว ทั้งๆที่ในสภาวะปกติ คุณเป็นคนเข้าใจคน ใจเย็น และให้อภัยผู้อื่น

9.ร่างกายของคุณรู้สึกไม่มีแรง ทุกการเคลื่อนไหวทำให้คุณรู้สึกไม่มีแรงไปเสียหมด ในคนที่ออกกำลังกายบ่อยๆ และรู้สึกตื่นตัวหลังออกกำลังกาย กลับกลายเป็นว่าคุณไม่อยากทำมันอีกต่อไป เพราะมันทำให้คุณเหนื่อยมากเกินไป

10.คุณรู้สึกไม่มั่นใจกับอนาคตที่จะเกิดขึ้น บางครั้งคุณอาจรู้สึกหมดพลังแบบสุดๆ แล้วอยากจะโยนทุกสิ่งทุกอย่างทิ้งไป เก็บกระเป๋า แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพราะคุณไม่รู้สึกสนุกกับสิ่งที่เคยทำให้คุณสนุกได้อีกต่อไป

ทั้งหมดนี้คือ 10 สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่า คุณต้องหันมาเอาใจใส่จิตใจของตนเองอย่างจริงจัง อาจเป็นวิธีง่ายๆ เช่น ปิดโทรศัพท์มือถือแล้วหันมาทำอย่างอื่นที่อยากทำ หรือาจจะเป็นการได้แช่น้ำอุ่นๆ นั่งสมาธิ ฟังเพลงโปรด หรือ ใช้เวลากับคนที่คุณรักมากที่สุด ซึ่งอาจไม่ใช่คนที่ทำงาน รวมถึงหลีกเลี่ยงการสนทนาแง่ลบ และเลิกวิพากษ์วิจารณ์ตนเอง ดูถูกตัวเอง
และเมื่อคุณสามารถเข้าใจตัวเองได้จริงๆ ว่าแท้จริงแล้ว อะไรคือสิ่งที่จิตวิญญาณของคุณเรียกร้อง คุณจะสามารถตัดเอาสิ่งที่ทำให้คุณหมดแรงออกไปจากชีวิตได้เอง และในที่สุดคุณจะสามารถโฟกัสกับการคิดบวกได้จริงๆ โดยไม่พยายามไปบังคับมัน
 
แปลและเรียบเรียงจาก https://thepowerofsilence.co/10-signs-its-not-your-body-but-its-your-soul-that-is-tired/?fbclid=IwAR0ydZcRSvvD7RBVT1N_SAqUxOXdsVmaTJMc5fSXypmSyRKJGjd452Fd9d0
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดบนโลกใบนี้คือร่างกายของเรา มันสามารถทำอะไรได้มากมายกว่าที่เคยคาดคิดนัก
เพื่อช่วยแก้ปัญหาราคาที่อยู่อาศัยแพงที่สุดในโลก เนื่องจากเกาะฮ่องกงมีพื้นที่จำกัด