ON LOOKER

ไขมันทรานส์ ส่งผลเสียต่อร่างกายเราอย่างไร?

19 ก.ค. 2561
หลังจากราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายกรดไขมันทรานส์ (Trans Fatty Acids) จากน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partially Hydrogenated Oils) เพราะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ปรากฏชัดเจนว่า ไขมันทรานส์ ส่งผลเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด
ซึ่งหลายคนอาจไม่ทราบว่า อาหารที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละวันนั้น มีไขมันทรานส์แฝงอยู่มากแค่ไหน และจะส่งผลเสียต่อร่างกายหรือไม่

ไขมันทรานส์ คือไขมันที่เป็นตัวร้ายก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายสารพัด ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นจนเกินมาตรฐาน รอบเอวที่หนาขึ้น ไขมันที่เกาะอยู่ภายในหลอดเลือดต่างๆ จนเป็นสาเหตุของโรคอันตรายมากมาย  ดังนั้น การระมัดระวังปริมาณไขมันทรานส์ในอาหารจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อจำกัดพลังงานที่เราได้รับจากอาหาร และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคภัย
อันตรายของไขมันทรานส์

การทานอาหารที่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์มากๆ หรือติดต่อกันนานๆ อาจส่งผลเพิ่มความเสี่ยงอันตรายต่อร่างกาย ดังนี้

1.โรคอ้วน
2.หัวใจ และหลอดเลือด เช่น หัวใจขาดเลือด หลอดเลือดหัวใจตีบ/ตัน
3.หลอดเลือดสมองตีบ/ตัน
4.ไขมันในเลือดสูง
5.โรคเบาหวาน
6.ความดันโลหิตสูง
7.โรคสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์
8.จอประสาทตาเสื่อม
9.นิ่วในถุงน้ำดี
ซึ่งโรคเหล่านี้อันตราย และหากมีอาการรุนแรงจะส่งผลต่อชีวิตได้ภายในเวลาไม่กี่นาที หากเราทานอาหารที่มีไขมันทรานส์ค่อนข้างมาก และไม่เคยตรวจสุขภาพหาค่าไขมันในเลือดมาก่อน

รศ.วันทนีย์ เกรียงสินยศ อาจารย์สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เราไม่ควรทานอาหารที่มีปริมาณไขมันทรานส์มากกว่า 0.5 กรัม หรือ 500 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค และใน 1 วันไม่ควรทานไขมันทรานส์เกิน 2.2 กรัม หรือ 2,200 มิลลิกรัม 
เรามาดูกัน ว่าอาหารชนิดใด มีปริมาณไขมันทรานส์สูง และควรระมัดระวังในการรับประทาน
ปริมาณไขมันทรานส์ในอาหารต่อ 100กรัม
บราวนี่ 286 มิลลิกรัม 
ขนมปังเนยสด 104 มิลลิกรัม
เค้กเนย 400 มิลลิกรัม
เค้กผลไม้ 236 มิลลิกรัม
เค้กกล้วยหอม 258 มิลลิกรัม
ขนมปังไส้กรอก 263 มิลลิกรัม
โดนัท (ไส้บาวาเรียน) 675 มิลลิกรัม
แซนวิชทูน่า 247 มิลลิกรัม
แซนวิชแฮมชีส 227 มิลลิกรัม
แฮมเบอร์เกอร์หมู 226 มิลลิกรัม
มันฝรั่งทอด 329 มิลลิกรัม
หมูทอด 260 มิลลิกรัม
ไก่ทอด 239 มิลลิกรัม
เนื้อทอด 245 มิลลิกรัม
เต้าหู้ทอด 184 มิลลิกรัม
ปาท่องโก๋ 187 มิลลิกรัม
ซาลาเปาทอด 141 มิลลิกรัม

แม้จะเป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเราไม่ได้ซื้อวัตถุดิบมาปรุงอาหารเอง เพราะในท้องตลาดอาจจะมีวัตถุดิบที่ปราศจากไขมันทรานส์ได้น้อย แต่หลังจากมีการประกาศให้ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีไขมันทรานส์หยุดการผลิต จำหน่าย และเร่งปรับปรุงสูตรเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ประกอบอาหารที่ไม่มีไขมันทรานส์ได้แล้ว (ใช้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน หรือ Fully Hydrogenated Oils แทน) เชื่อว่าคนไทยน่าจะสามารถเลือกซื้ออาหาร หรือวัตถุดิบทำอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายมากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะต้องแลกมากับต้นทุนค่าใช้จ่ายที่อาจจะสูงขึ้น 

อาหารเหล่านี้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์ แต่หากเราได้ทานอาหาร และขนมที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น คนไทยก็จะได้ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ น้อยลงเช่นเดียวกัน

แหล่งอ้างอิง : https://www.nstda.or.th/th/nstda-knowledge/1788-trans-fat
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
วอชิงตัน รัฐเดียวในสหรัฐที่สามารถใช้วิธีเปลี่ยนร่างคนให้กลายเป็นดินได้หรือเป็นการนำศพไปทำเป็นปุ๋ย
เคยสังเกตสุขภาพตัวเอง ว่าเรามีอาการเจ็บคอมากแค่ไหนบ้างไหม?