ON LOOKER

ในเวลาที่น้ำตามาไม่ถูกเวลา จะหยุดมันอย่างไรดี

31 ต.ค. 2561
น้ำตาเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่หากมาในเวลาที่ไม่ต้องการ เราจะหยุดมันได้อย่างไร 

การร้องไห้คือการแสดงออกทางอารมณ์ตามธรรมชาติของมนุษย์ที่มีต่อความเศร้า โกรธ หรือกระทั่งความดีใจ ที่ยากต่อการควบคุม หากเราตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ต้องการให้น้ำตาไหลออกมา รู้ไหมว่าเราสามารถควบคุมมันได้
 
น้ำตาเป็นเรื่องธรรมชาติ และจริงๆ แล้วการร้องไห้บ้างก็เป็นสัญลักษณ์ของการมีสุขภาพดีด้วยซ้ำไป แต่ในบางครั้ง เราก็อยากที่จะสามารถควบคุมน้ำตาให้ได้ เช่นในสถานการณ์ที่ไม่ต้องการแสดงความอ่อนแอให้ผู้อื่นเห็น แล้วเราควรทำอย่างไรดี

Ad Vingerhoets ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Why Only Humans Weep: Unravelling The Mysteries Of Tears หรือ ทำไมคนเราถึงร้องไห้ และอาจารย์จิตวิทยาคลีนิกแห่งมหาวิทยาลัย Tilburg ประเทศเนเธอร์แลนด์ อธิบายความจริงเกี่ยวกับน้ำตาว่า การร้องไห้ประกอบด้วยสองส่วนประกอบที่สำคัญ ส่วนแรกคือ เสียงที่เกิดจากการร้องไห้ และสองคือการเกิดขึ้นของน้ำตา เขาคนนี้ยังกล่าวอีกว่า เสียงจากการร้องไห้ถือเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์และลูกสัตว์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่ หรือในเวลาที่รู้สึกไม่สบายตัว และการที่เด็กร้องไห้ ก็เป็นกลไกการป้องกันตัวตามธรรมชาติที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการปกป้องตนเอง และน้ำตาก็ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อเป็นสัญญานให้พ่อแม่ (หรือคนรอบข้าง) รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น



การรู้สึกเห็นอกเห็นใจคนรอบข้างในฐานะเพื่อนมนุษย์

ในเวลาที่ร้องไห้ กระบวนการของการกระตุ้นอารมณ์ต่างๆ นั้นเริ่มต้นจากสมอง ที่รับรู้ รู้สึกถึงความเสียใจ หรือสุขใจ จากนั้นจึงไปกระตุ้นต่อมน้ำตาบริเวณเหนือดวงตาให้ปล่อยน้ำตาที่ออกมา อาจารย์ Ad Vingerhoets ยังกล่าวอีกว่า เหตุผลของการร้องไห้ของคนเราเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามช่วงอายุ ตัวอย่างเช่น เด็กๆ และทารก มักร้องไห้ในเวลาที่รู้สึกเจ็บปวด ส่วนผู้ใหญ่มักไม่ค่อยเสียน้ำตาให้กับความเจ็บปวดภายนอกเท่าใดนัก
หลังผ่านพ้นช่วงวัยรุ่น มนุษย์จะมีอารมณ์ความรู้สึกกับสิ่งรอบตัวที่เปลี่ยนไป จะเติบโตขึ้นตามวัย ผู้ใหญ่มักเสียน้ำตาเพราะความสงสาร หรือเห็นใจในความเจ็บปวดของผู้อื่น ทั้งในชีวิตจริง และเรื่องราวสมมุติของการแสดง รวมถึงความรู้สึกแง่บวกที่มีพลังงานสูงมากๆ เช่นบรรยากาศความอบอุ่นในวันรียูเนียน หรือบรรยากาศของผู้ชนะในการแข่งขัน เหล่านี้มักเป็นสาเหตุให้คนวัยผู้ใหญ่ร้องไห้  อาจารย์ Ad Vingerhoets ยังกล่าวอีกว่า มีสิ่งล่อน้ำตาอยู่สองกลุ่มใหญ่สำหรับคนวัยผู้ใหญ่ กลุ่มแรกคือ ความรู้สึกไม่มีอำนาจ ไร้ซึ่งพลังที่จะทำอะไรด้วยตนเอง และสองคือการพรากจากและความสูญเสีย ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ไม่ใช่ความเจ็บปวดภายนอกเลย
 


ดังนั้น หากคุณเริ่มรู้ตัวแล้วว่า น้ำตากำลังมา แล้วคุณอยากจะหยุดมันซะ Lauren Bylsma ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตเวชและจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัย Pittsburg แนะนำวิธีการดังนี้

1.ชิงระเบิดร้องไห้ออกมาในเวลาที่ยังร้องได้ หากคุณกำลังเดินทางไปเข้าประชุม หรือพบกับบุคคล หรือสถานการณ์ที่คุณสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าไม่ค่อยดีแน่นอน ให้คุณระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยการร้องไห้ก่อนเลย ปล่อยมันออกมาให้หมด อย่าทนเก็บไว้ แล้วหลังจากนั้น คุณจะสามารถอดทนเก็บน้ำตาได้มากขึ้น

2.จินตนาการสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่จะสามารถเกิดขึ้นได้เอาไว้เลย แล้วคิดวิธีรับมือกับอารมณ์ของตนเองเตรียมไว้ การทำแบบนี้ถือเป็นการฝึกให้เราพร้อมที่สุดกับสถานการณ์ที่แย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้น และตามอารมณ์ตัวเองทันมากขึ้น

3.เตรียมตัวและฝึกซ้อมการสนทนาให้เป็นลำดับตามที่ตั้งใจไว้ หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ มุ่งเน้นแต่เหตุผลและข้อเท็จจริงเท่านั้น หากเราทำการซ้อมหัวข้อการสนทนามาเป็นอย่างดี เราจะสามารถทำตามลำดับได้ง่ายขึ้น และการสนทนานั้นๆ ก็จะมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องน้อยลง  



ในแง่กายภาพ หากน้ำตายังไหลไม่หยุด นี่คือวิธีที่สามารถช่วยหยุดน้ำตาได้

1.เอาลิ้นดุนที่เพดานปากแรงๆ อย่างต่อเนื่อง นี่คือวิธีการหยุดร้องไห้แบบได้ผลทันที การทำแบบนี้ถือเป็นการกดปุ่ม Emotional Reset ซึ่งยืนยันโดย Janine Driver ผู้บริหารระดับสูงจากสถาบันภาษาท่าทางแห่ง Washington

2.พยายามผ่อนคลายกล้ามเนื้อบนใบหน้า โดยปกติแล้ว เวลาคนเราเสียใจ เรามักจะขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวหากเราคลายกล้ามเนื้อส่วนนี้ออกไปได้ เราก็จะสามารถหยุดน้ำตาเอาไว้ได้

3.หายใจเข้าลึกๆ วิธีการนี้ยังใช้ได้ผลเสมอในหลายๆสถานการณ์ Theresa Nguyen ผู้เชี่ยวชาญและโค้ชด้านการผ่อนคลายจิตใจและความสำเร็จในชีวิตอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การที่มีสมาธิอยู่กับลมหายใจ จะทำให้คุณไม่เอาใจไปผูกอยู่กับอารมณ์ รวมถึงหยุดคุณจากการพูดสิ่งที่คุณอาจมานั่งเสียใจทีหลังได้ เทคนิคคือ หายใจเข้าลึกๆ นับให้ได้ 4 วินาที จากนั้นกลั้นไว้ 2 วินาที แล้วค่อยหายใจออกแรงๆอีก 8 วินาที

4.หยิกตัวเองแรงๆ สักที ถ้าคุณอยู่ในตำแหน่งที่สามารถซ่อนมือและแขนของตนเองได้ ลองหยิกแรงๆ ไปที่หนังบริเวณนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ของคุณดู เชื่อสิ หยุดร้องไห้แน่!



ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการร้องไห้
ไม่แปลกที่หลังการร้องไห้ หน้าตาจะแดงจัดอย่างเห็นได้ชัด นั่นเป็นเพราะว่าในเวลาที่เราร้องไห้ เรากลั้นหายใจ จนทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลง หน้า หรือในบางคน ที่บริเวณตัว จึงเปลี่ยนเป็นสีแดง เพราะฉะนั้น หากอยากหายหน้าแดงไวๆ ให้ลองหายใจเข้าแรงๆ ตามสเต็ปด้านบนดู
ส่วนหากร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงจนตาบวม วิธีเบสิกอย่างการนำน้ำแข็ง หรือผ้าเย็นๆ แปะไว้บริเวณใต้ตา ให้โดนบริเวณเส้นเลือดนั้นยังคงได้ผมเสมอ หรือการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 ที่มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ ก็ช่วยเรื่องผิวบวมหลังการร้องไห้ได้เช่นกัน ยืนยันโดยดอกเตอร์ Rhonda Klein ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
 
ร้องไห้มาพอแล้ว แล้วเมื่อไรเราถึงควรร้องหาความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง?
ถึงแม้ Lauren Bylsma ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตเวชและจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัย Pittsburg จะกล่าวว่า ปริมาณของน้ำตาไม่ใช่ปัญหา  แต่หากมันมาบ่อยและมากเกินจะควบคุม และมีสาเหตุมาจากความเครียดต่อเนื่องและอาการจิตตก คุณอาจควรลองคุยกับแพทย์ดู ก่อนที่อะไรๆ จะสายเกินไป
 
แปลและเรียบเรียงจาก https://cnalifestyle.channelnewsasia.com/wellness/how-to-stop-crying-so-easily-at-work-tips-advice-10850694
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
CGON อุปกรณ์สำหรับติดตั้งในรถยนต์เพื่อช่วยประหยัดเชื้อเพลิง และลดมลพิษจากไอเสีย
Richard Stanton เขาคือหนึ่งในนักดำน้ำถ้ำฝีมือเยี่ยมระดับโลกวัย 57 ปี และเป็นบุคคลที่ไปเจอน้องๆเป็นคนแรกร่วมกับ John Volanthen