ON LOOKER

สปาเพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็งโดยเฉพาะ

5 พ.ย. 2561
สปาเฉพาะทาง ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มักไม่กล้าผ่อนคลายตัวเองด้วยความเป็นกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของการทำสปาที่อาจเกิดขึ้น
   
ด้วยความตระหนักดีถึงจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีมากขึ้นทุกวัน และผู้ป่วยเหล่านั้นก็เป็นคนธรรมดาที่อยากจะสัมผัสกับทุกบริการเพื่อความผ่อนคลายต่างๆ อย่างที่พวกเขาเคยทำได้ เช่นการทำสปา หรือการนวดผ่อนคลาย Culloden Estate and Spa สปาแห่งหนึ่งจึงริเริ่มบริการสปาเพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็งโดยเฉพาะ และได้รับความสนใจเป็นจำนวนมาก เพราะการทำสปา การนวด เป็นการผ่อนคลายที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทั่วโลก แต่สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง คนกลุ่มนี้มักไม่กล้าผ่อนคลายตัวเองด้วยวิธีนี้สักเท่าไร ด้วยความกังวลเกี่ยวกับความพร้อมของตนเอง และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
สตรีคนหนึ่งนามว่า Melanie Kennedy อดีตนักบัญชีจากประเทศไอร์แลนด์เหนือ เธอได้เข้ารับบริการสปาที่สถาบันแห่งหนึ่งที่กรุงเบลฟาสต์ เมืองหลวงของประเทศ แล้วเกิดความประทับใจในบริการจนอยากบอกต่อเรื่องราวนี้
 
ย้อนความสักเล็กน้อย เธอคนนี้ป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมในระยะที่ 4 และได้รับการประเมินและวินิจฉัยจากแพทย์แล้วว่าไม่มีทางรักษาหาย  การได้ทำสปาธรรมดาๆ เพื่อผ่อนคลายแบบคนทั่วไปนั้นจึงถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเธอในฐานะผู้ป่วยโรคมะเร็ง เธอได้รับรู้ข่าวร้ายว่าตนเองป่วยเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ด้วยวัยเพียง 35 ปี การผ่าตัดเอาต่อมน้ำเหลืองที่บริเวณแขนออกไปทำให้การเข้ารับการนวดหรือทำสปาอาจเป็นเรื่องอันตรายสำหรับเธอ เพราะหากน้ำหนักการนวดมากเกินไปเพียงนิดเดียวก็อาจส่งผลให้เธอมีความเจ็บปวดจากภาวะบวมน้ำเหลืองได้ ยังไม่นับรวมถึงรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดที่เธอกังวลอีกด้วยว่าหากได้รับแรงนวดที่ไม่พอเหมาะ อาจทำให้แผลเป็นยิ่งลุกลาม

เธอกล่าวว่า ก่อนหน้านี้เธอมีความกังวลเกี่ยวกับการไปทำสปาแบบคนปกติทั่วไปเพราะเธอไม่แน่ใจว่านักบำบัด หรือหมอนวดจะรู้ถึงน้ำหนักมือที่เหมาะสม หรือข้อควรระวังสำหรับผู้ป่วยโรคนี้หรือไม่ ทำให้เธอไม่กล้าที่จะลองเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป เพราะที่ Culloden Estate and Spa มีนักบำบัดที่ได้รับการอบรมและฝึกมาเป็นอย่างดีว่าจะดูแลและให้บริการผู้ป่วยโรคมะเร็งอย่างไร
Culloden Estate and Spa เป็นหนึ่งในกว่าร้อยแห่งของสปาจากทั่วโลก ที่มีการบริการเฉพาะเพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง เพราะนักบำบัดได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษ ทั้งการบริการด้านสปา การนวดตัวและหน้าให้กับผู้ป่วย รวมไปถึงบริการทำเล็บอีกด้วย  

การดูแลแบบพิเศษสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งโดยเฉพาะ
Dr Susan Prockop ผู้ศึกษาและรักษาด้านเนื้องอกของร่างกายแห่งศูนย์มะเร็ง Memorial Sloan Kettering กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษหากจะใช้บริการสปา เพราะมีหลายประเด็นต้องระวัง เช่นปริมาณเม็ดเลือดแดง หรือเม็ดเลือดขาวที่อาจอยู่ในระดับต่ำ หรือ การไหลเวียนโลหิตต่ำ ทั้งหมดนี้ทำให้หมอนวดต้องระมัดระวังการเจ็บปวดหรือเสียหายของเนื้อเยื่ออ่อน รวมทั้งผู้ป่วยอาจไม่เหมาะกับการใช้ผลิตภัณฑ์บางชนิด เช่น น้ำมันนวดที่อาจทำให้ผิวของผู้ป่วยซึ่งแพ้ง่ายระคายเคืองหรือเกิดผื่นแดง ผิวไหม้ และที่เลวร้ายที่สุดคือนำไปสู่การติดเชื้อ การดูแลไปถึงการรับประทานก็สำคัญ สปาแห่งนี้มีบริการอาหารให้กับผู้ป่วยที่มาใช้บริการด้วย โดยมีนักโภชนาการคอยดูแลเพื่อจะได้อาหารที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ผู้ป่วยโรคมะเร็งอาจไม่สามารถทานได้ทุกเมนู และอาหารที่เหมาะกับพวกเขาคือ อาหารที่มีจุลินทรีย์ต่ำ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ กระทั่งผู้ป่วยบางรายที่มาใช้บริการ อาจไม่สามารถกลืนอาหารได้ตามปกติ ทางสปาก็มีบริการอาหารบดละเอียด หรืออาหารเหลวให้ด้วย เพราะพวกเขาอยากให้ผู้ป่วยสามารถมาใช้บริการที่นี่ได้ทุกคนจริงๆ

เพราะอาหารคือสิ่งที่สำคัญ ไม่ใช่แค่รสชาติดีเพียงอย่างเดียว แต่การตกแต่งให้ดูน่าทานก็สำคัญ
นอกจากที่สปา Culloden Estate and Spa แล้ว ที่โรงแรมเพนนินซูลา ก็เป็นอีกหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจเรื่องความใส่ใจต่อลูกค้าที่เป็นผู้ป่วยโรคมะเร็ง เพราะทีมปรุงอาหารในห้องอาหารของโรงแรมนี้ได้รับการอบรมโดยนักโภชนาการ เพื่อการปรุงอาหารที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่สุด



ตัวอย่างเมนูที่เสิร์ฟที่โรงแรมเพนนินซูลาสาขา Beverly hills เต้าหู้เสิร์ฟกับซอสซัลซ่าเวอร์เด้ที่ใส่ใบพาร์สลีย์ หัวหอมและเคเปอร์
David Codney หัวหน้าเชฟที่โรงแรมเพนนินซูลาสาขา Beverly hills บอกว่า เขาชอบคิดค้นเมนูใหม่ๆ ให้กับผู้ป่วย เพราะมันไม่ใช่แค่การค้นหาส่วนผสมที่ดีที่สุด และมีคุณประโยชน์ให้กับลูกค้า แต่เขาให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์และรสชาติของอาหารด้วย ว่าแต่ละจานที่เสิร์ฟจะต้องดูสวยงามน่ารับประทาน และรสชาติต้องอร่อย
ส่วนในผู้ป่วยที่สามารถทานได้แค่อาหารบดละเอียด หรืออาหารเหลว David Codney ก็จะปรุงเป็นเมนูที่ทานง่ายๆ เช่น ซุปหัวหอมชีสและสมุนไพร หรือเต้าหู้เสิร์ฟกับซอสซัลซ่าเวอร์เด้ที่ใส่ใบพาร์สลีย์ หัวหอมและเคเปอร์
ขาเชื่อมั่นในไอเดียที่ว่า ผู้ป่วยควรได้รับการดูแลเช่นคนปกติทั่วไป และการได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเฉกเช่นคนธรรมดานั่นแหละ คือสิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุด

อนาคตของการทำสปาสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง
จนถึงตอนนี้ ความต้องการทำสปาจากผู้ป่วยโรคมะเร็งมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สปาหลายแห่งเริ่มมีการเทรนพนักงานถึงทักษะเฉพาะตัวนี้มากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ พนักงานหลายคนยอมรับว่ารู้สึกไม่สบายใจที่จะให้บริการผู้ป่วย เพราะกลัวว่าตัวเองจะไม่มีความรู้เพียงพอ กระทั่งไม่แน่ใจว่าอะไรที่ทำได้ และอะไรที่ทำไม่ได้
เพราะสำหรับผู้ป่วยหลายๆ คน เวลาคุณเป็นมะเร็ง การที่คุณสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม ทำกิจกรรมได้เหมือนคนปกติ คือสิ่งที่ดีต่อสภาพจิตใจที่สุด ซึ่งกิจกรรมนั้นอาจเป็นเพียงกิจกรรมธรรมดาๆ เช่นการทำสปาหน้าก็ได้

แปลและเรียบเรียงจาก https://cnalifestyle.channelnewsasia.com/travel/hotel-spas-that-offer-quality-care-for-cancer-patients-10556646
ภาพประกอบ: Unsplash โดย Christin Hume
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
นักวิจัยทำการทดสอบด้วยการให้ดูรูปถ่ายตามอารมณ์ความรู้สึกของแท้ และของปลอม เพื่อดูว่าผู้ที่มีอาการทางจิตจะสามารถบอกความแตกต่างได้หรือไม่
แตงโมเดนสุเกะ เป็นแตงโมที่มีขนาดใหญ่มาก ซึ่งน้ำหนักโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ราวๆ 12 กิโลกรัมต่อหนึ่งลูก