ON LOOKER

ทำไมจึงใช้ดอกมะลิเป็นดอกไม้ประจำวันแม่

9 ส.ค. 2561
ใกล้เข้าเทศกาลวันแม่ในอีกไม่กี่วัน อย่างที่ทราบกันดอกมะลิถือเป็นสัญลักษณ์ของวันแม่ เคยมีใครสงสัยกันบ้างหรือไม่ ว่าทำไมต้องดอกมะลิ เพราะแต่ละประเทศสัญลักษณ์ดอกไม้ที่แทนวันแม่นั้นก็แตกต่างกันเช่น สัญลักษณ์วันแม่ของประเทศอเมริกาคือ ดอกคาร์เนชั่นสีขาว แต่ทำไมประเทศไทยเลือกดอกมะลิ?
 


ประเทศไทยเริ่มจัดงานวันแม่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2486 ณ สวนอัมพร โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัดงาน ต่อมามีการเปลี่ยนกำหนดงานวันแม่หลายครั้ง จนกระทั่งในปี พ.ศ.2519
คณะกรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เห็นว่าควรกำหนดวันแม่ให้ชัดเจน จึงได้กำหนดวันแม่ใหม่โดยให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ  และ กำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ตั้งแต่นั้นมา



เหตุผลที่ให้ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ 
เนื่องจาก ดอกมะลิเป็นดอกไม้ไทย ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกล หอมนานและผลิดอกทั้งปี หากมองในด้านสมุนไพรนั้น ดอกมะลิสามารถนำไปปรุงเป็นเครื่องยาหอม บำรุงหัวใจ คนไทยมักนำดอกมะลิมาร้อยเป็นมาลัยถวายพระหรือมอบให้แก่ผู้ที่เราเคารพรักใคร่  และยังนิยมนำเอาดอกมะลิมาใช้เป็นเครื่องสักการะบูชาพระ ด้วยกลิ่นหอมเย็นและสีขาวบริสุทธิ์ของดอกมะลิ เชื่อกันว่าบ้านใดที่ปลูกต้นมะลิเอาไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบ้าน จะช่วยเสริมให้คนในบ้านได้รับความปรารถนาดี เป็นที่รัก และเป็นที่คิดถึงของคนทั่วไป อีกทั้งยังทำให้คนในบ้านมีจิตใจที่บริสุทธิ์ รู้จักกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ

คุณสมบัติที่กล่าวมาจึงทำให้ดอกมะลิถูกเลือกเป็นสัญลักษณ์แห่งวันแม่ แม่ผู้ให้กำเนิดชีวิต ผู้มีความรักที่บริสุทธิ์ต่อลูก ไม่ว่าจะนานเท่าใดหรือไกลแค่ไหน ความรักของแม่จะติดตามลูกไป เฉกเช่นกลิ่นหอมของดอกมะลิที่หอมชื่นใจและส่งกลิ่นหอมไปไกล 

วันแม่ปีนี้ขอให้คุณแม่และลูกทุกคนมีความรักความผูกพันธ์ ที่ผูกกันไปตลอดเหมือนกับดอกไม้ที่นำมามอบให้กับคุณแม่ เราไม่จำเป็นต้องระลึกถึงคุณแม่ในเฉพาะวันแม่เท่านั้น แต่ทุกๆ วันของปีก็สามารถเป็นวันของแม่ได้เสมอ

แหล่งอ้างอิง : http://www.thainannyclub.com/article

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Panthera pardus เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และเป็นเสือขนาดใหญ่รองจากเสือโคร่ง
จะดีแค่ไหน หากโลกมีนวัตกรรมที่ถูกพัฒนาจากระบบ Manual สู่ระบบ Automatic นั่นอาจจะเป็นเป้าหมายของนักพัฒนาในยุคก่อน แต่ปัจจุบันฝันเหล่านั้นก็เป็นจริงขึ้นบ้างแล้ว อย่างในประเทศสิงคโปร์ ที่มีความก้าวหน้าอย่างมาก จะเรียกว่าสิงคโปร์เป็นผู้นำทางนวัตกรรมก็คงไม่ผิด