ทำไมถึงไม่ควร “หักดิบ”?
เพราะจากการวิจัย มีเพียงแค่ 4% เท่านั้นของคนที่เลิกบุหรี่แบบหักดิบ แล้วยังคงปลอดบุหรี่หลังจากผ่านไปได้หนึ่งปี แต่การบำบัดนิโคตินสามารถทำได้ด้วย การใช้หมากฝรั่งเลิกบุหรี่ (nicotine gum) หรือแผ่นแปะ (nicotine patch) สามารถเพิ่มจำนวนผู้ที่ปลอดบุหรี่ในระยะยาวได้อีก 1.5 เท่าเลยทีเดียว ส่วนการเข้าบำบัดกับทาง NHS เพิ่มโอกาสการเลิกในระยะยาว 4 เท่า อีกหนึ่งแนวทางในการเลิกบุหรี่ คือแคมเปญ STOPTOBER เป็นแคมเปญเลิกบุหรี่ของ NHS(UK) ในปีนี้จะเป็นการวางแผนการเลิกบุหรี่ ออนไลน์ โดยให้ผู้ที่สูบบุหรี่เข้าร่วมกิจกรรมงดบุหรี่เป็นเวลา 28 วัน และติดตามผลว่าคนไข้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ทั้งเรื่องสุขภาพ การเงิน และความสัมพันธ์


ซึ่งมี 6 ช่องทางสำหรับการเลิกบุหรี่
1.บุหรี่ไฟฟ้า
2.ยาเลิกบุหรี่
3.ใช้แอปพลิเคชั่น
4.คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
5.เลิกไปด้วยกัน
6.รับอีเมล์คำแนะนำ

สำหรับแคมเปญ STOPTOBER 2018 ปีนี้ จะเปิดให้บริการในวันพฤหัสบดี ก่อนที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 ตุลาคม
แต่อันที่จริงในปัจจุบัน บุหรี่ไฟฟ้าก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการช่วยเลิกบุหรี่ โดยมีตัวเลขผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าประมาณ 3.2 ล้านคน หนึ่งในนั้นคือ พิธีกรรายการโทรทัศน์ Jeremy เลิกบุหรี่ด้วยบุหรี่ไฟฟ้า หลังจากสูบบุหรี่มวนมากว่า 35 ปี เขากล่าวว่า “สิ่งที่ช่วยให้ผมเลิกได้จริงๆมันคือบุหรี่ไฟฟ้า เราสามารถค่อยๆลดปริมาณนิโคตินในตัวน้ำยาได้ จนเหลือนิโคติน 0 และผมสามารถเลิกทั้งหมดได้ในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งก็เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี่เอง”
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.bbc.com/news/health-45565377




