TALK

เจาะใจ The Lounge : ‘แบงค์-ณัฐดนัย’ หัวหน้าเมคอัพอาร์ติสท์ไทย ดังไกลในนิวยอร์ก

แบงค์ ณัฐดนัย
22 ธ.ค. 2560
‘แบงค์ ณัฐดนัย บุณยรัตผลิน’ หนึ่งในคนไทยเพียงไม่กี่คนที่โลดแล่นอยู่ใน New York Fashion Week เขาพกพาดีกรีที่ไม่ใช่แค่ช่างแต่งหน้าธรรมดา แต่เป็น Head Makeup Artist ที่ได้รับการยอมรับจากดีไซเนอร์ชื่อดัง Donna Karan , นักบัลเล่ต์ขวัญใจชาวอเมริกัน Misty Copeland ไปจนถึงสุดยอดนางแบบ Coco Rocha ฯลฯ พร้อมถ่ายทอดเรื่องราว10ปีที่แบกความฝันข้ามทวีปแบบหมดเปลือก


 
อินกับเมคอัพตั้งแต่เด็กเลยไหมคะ
จริงๆแบงค์อินกับแฟชั่นครับ เราชอบการสไตลิ่ง เราชอบดูโชว์สวยๆ
 
งั้นพี่แบงค์จบด้านไหนมา แล้วเกี่ยวกับงานเมคอัพไหม
จริงๆจบทางด้านจิเวลรี่ดีไซน์มาครับ...แม้จะเป็นไม่ใช่ด้านเมคอัพโดยตรงแต่ก็ได้เรียนวาดแบบหน้าผู้หญิง
แล้วเราจะมีความสุขมากเวลาได้วาดคิ้ว วาดขนตาของเขา ซึ่งแบงค์มองว่านั่นเป็นจุดพื้นฐานของการแต่งหน้า
 
แล้วจากนักศึกษาจิเวลรี่ดีไซน์เราเบนด์มาแต่งหน้าคนจริงๆได้ยังไง
สมัยเรียนอาจารย์ให้เลือกวิชาโท แบงค์เลือกเรียนวิชาออกแบบการแสดง ซึ่งแบงค์จองหน้าที่แต่งหน้าBackstage คนแรกเลย(หัวเราะ)



แล้วหลังจากจบการศึกษา พี่แบงค์ได้เริ่มงานด้าน Makeup Artist จริงจังเลยไหม
ไม่เชิงครับ แบงค์เริ่มต้นจากการเป็นผู้ช่วยสไตลิสท์นิตยสาร Harper’s Bazaar ก่อน คือมีผู้ใหญ่สองท่านได้แก่พี่โก้กับพี่ไก่ที่ให้โอกาสแบงค์ไปเป็นผู้ช่วย แบงค์ได้เรียนรู้งานแฟชั่นหลากหลาย แต่พอทำไปสักพักหนึ่งแบงค์กลับรู้ตัวตนว่าชอบแต่งหน้ามากกว่า เลยตัดสินๆใจบอกพี่ๆทั้งสอง ซึ่งทั้งพี่โก้และพี่ไก่ก็ให้คำแนะนำที่ดีมากๆว่า ถ้าอยากเป็นช่างแต่งหน้าแบงค์ต้องรู้ทุกอย่างของศิลปะโดยเฉพาะแฟชั่น เพราะทุกอย่างมันสัมพันธ์กันหมด คุณต้องรู้ว่ามุมที่สวยของนางแบบอยู่ตรงไหน นางแบบควรโพสท่ายังไง  แบงค์ทำที่ Harper’s Bazaar อยู่หนึ่งปีถึงปีครึ่งจากนั้นก็ออกมาเป็นช่างแต่งหน้าเต็มตัวอีกประมาณสองปี ก่อนบินไปนิวยอร์ก


 
ใครเป็น Inspiration ที่ทำให้อยากเป็น Makeup Artist
พี่นิค บาโรสครับ...แบงค์ได้ดูรายการหนึ่งของ JSL พี่หนูแหม่ม สุริวิภาได้สัมภาษณ์พี่นิค บาโรส พอได้ฟังเรื่องราวเราก็รู้สึกอิน อยากลองไปแต่งหน้าดาราฮอลลีวูดบน Red Carpet บ้าง ตอนนั้นคิดแบบเด็กๆพออยากตามรอยพี่นิกก็อีเมล์ไปหาเขาเลย แล้วพี่นิกก็ตอบอีเมล์ทันที เป็นความรู้สึกที่พิเศษมากที่พี่นิกให้โอกาสเราไปเป็นผู้ช่วยแต่งหน้าแฟชั่นลงนิตยสารเล่มหนึ่ง เป็นประสบการณ์ดีๆที่ลืมไม่ลงเลย


 
เล่าถึงจุดเริ่มต้นตอนไปนิวยอร์กหน่อยค่ะ
จุดเริ่มต้นคืออยากไปหาประสบการณ์ แล้วเราก็มองง่ายๆเลยว่านิวยอร์กเป็นเมืองแฟชั่น เราก็เลยบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าอยากลองไปดู พอไปถึงเราก็เขียนใบสมัครในเวปไซต์กลางที่เป็นคอมมูนิตี้รวมพวกช่างแต่งหน้า ช่างทำผม นางแบบ ช่างภาพ เพื่อสร้างพอร์ตและผลงานที่นั่น คือเราไม่ได้เงินนะ...ทำให้เขาฟรี แต่เราภูมิใจที่ได้ผลงานกลับมา และจากนั้นเราก็ได้สร้างคอนเนคชั่นกับเหล่าช่างภาพและนางแบบเหล่านี้ไปด้วย พอเจเนอเรชั่นเปลี่ยนผ่าน พอเหล่านางแบบ ช่างภาพเหล่านี้โด่งดังเขาก็นึกถึงเรา
 
พูดถึงงานโกอินเตอร์จริงจังงานแรกในชีวิต
คือได้ร่วมงานกับ Coco Rocha (ยิ้ม) เขาน่ารักและมีความโปรเฟสชั่นแนลสูงมาก เขามาตรงเวลา เขาให้เกียรติเรา ไม่มานั่งเช็คเมคอัพ ไม่คอมเพลนนู่นนี่


 
แล้วก้าวเข้าสู่การเป็นเมคอัพอาร์ติสต์ที่ New York Fashion Week ได้ยังไง
คือการที่เราเป็นชาวเอเชียเป็นข้อดีมากๆ เพราะภาพลักษณ์ของ Makeup Artist ชาวเอเชียเป็นที่ชื่นชอบของฝรั่ง เขาชอบความอ่อนน้อมถ่อมตน ความสู้งานและความละเอียดของเรา แบงค์มีโอกาสได้เข้าไปร่วมงานกับกลุ่ม Makeup Artist ชาวญี่ปุ่น เขาก็ชักชวนกันไปแต่งหน้าให้กับ Backstage ที่นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้น
 
เส้นทางการเป็นเมคอัพอาร์ตติสท์ระดับหัวหน้า
เชื่อไหม...แบงค์สู้อยู่เป็นสิบปี กว่าจะได้เป็น Head Makeup Artist ได้ร่วมงานกับ Donna Karan กับแบรนด์ Urban Zen พอได้รับโอกาสนี้ตอนแรกแอบกังวลว่า เราจะทำให้เขาพอใจได้ไหม แบงค์เลยทำการบ้านหนักมาก แบงค์เตรียมงานแบบลึกซึ้ง ศึกษาเกี่ยวกับประวัติและความเป็นมาของ Urban Zen ว่าตัว Donna ชอบแนวไหน มีแรงบันดาลใจยังไง และไม่ใช่แค่ตัวเรานะที่ต้องไปให้ถึง เราต้องทำให้ทีมของแบงค์ได้รับความไว้วางใจจากเขา


 
และการเป็น Head Makeup Artist เราทำงานแตกต่างจาก Makeup Artist อย่างไรบ้าง
นอกจากจะแต่งหน้าแล้ว คุณจะต้องมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับนางแบบ เราต้องดูแลเขาเหมือนน้องสาว รวมถึงเราต้องดูแลลูกทีมทุกคนเหมือนน้องเช่นกัน เพราะเราไม่ได้ทำงานคนเดียว ไม่ใช่ความสำเร็จคนเดียว มันคือความภาคภูมิใจทั้งทีม จากนั้นเราต้องหลอมรวมประสบการณ์ทั้งหมดในชีวิตที่ได้มาจากการถ่ายงานภาพนิ่ง ถ่ายงานแฟชั่นโชว์ และอื่นๆมาอยู่ในงาน Backstage จากนั้นก็เพิ่มสกิลเมเนจเม้นท์เข้าไปแล้วจึงคอยดูภาพรวมทั้งหมดในผลงานที่ทีมเรารังสรรค์ขึ้นให้ตรงกับที่แบรนด์อยากจะสื่อสาร
 
ความแตกต่างระหว่างการทำงานที่ไทยกับนิวยอร์ก
จริงๆไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไหร่ จะมีบ้างในเรื่องสไตล์การแต่งหน้าหรือระบบการทำงานบางอย่าง ที่นู่นฝรั่งจะมองว่าเวลาเป็นเงินเป็นทอง ทุกอย่างต้องเร่งรีบ แต่ที่ไทยจะถ้อยทีถ้อยอาศัยกว่า แต่จริงๆแบงค์รักการทำงานกับคนไทยนะ เหมือนเราเป็นพี่น้องดี


 
พี่แบงค์มองอนาคตในวงการอย่างไรบ้าง
ไม่ได้มองอะไรเยอะเลย ทำปัจจุบันให้ดีแล้วอนาคตก็จะแฮปปี้ไปเอง ส่วนตอนนี้ก็ไปๆมาๆระหว่างไทยกับนิวยอร์กก่อน เพราะแต่ละที่ก็มีความสนุกให้ค้นหา

สัมภาษณ์ / เรียบเรียง
วาริชไวรัลย์ ศรีไสย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
จากการค้นหาพิธีกรเจาะใจ New Generation ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
ด้วยจำนวนของผู้สมัครนับพัน ในที่สุดเราก็ได้ แพรว-หัสสยา อิสริยะเสรีกุล
เรื่องราวของ แรปเปอร์ เเละ วัฒนธรรมของเพลงแนวฮิปฮอป ที่สะท้อนสังคมได้มากกว่าแค่ "หยาบคาย" กับ Jayrunboy