TALK

เจาะใจ The Lounge : บอกเล่าภาพก่อนสิ้นลมหายใจ กับ "เก่ง ธชย"

ธชย ประทุมวรรณ
29 ม.ค. 2562
การร่วมงานครั้งสำคัญกับโจหลุยส์
 
เก่ง ธชย :  จริงๆแล้วกับโจหลุยส์มีโอกาสได้เจอกันหลายๆครั้งแต่ครั้งนี้จะเป็นแบบเต็มตัวครั้งแรก ก็เป็นอะไรที่ตื่นเต้นมากๆ ตอนแรกทางทีมของติดต่อมาว่ามีโปรเจกท์ร่วมกัน อยากมาทำอะไรสนุกๆเกี่ยวกับทศกัณฐ์ พอมาฟังคอนเซปต์แล้วก็น่าสนใจมากครับ
 
แท้จริงที่สุดคือ ‘ความอนิจจัง’
 
เก่ง ธชย : การแสดงชุดนี้มันคือเกร็ดธรรมะนะ ถ่ายทอดลมหายใจสุดท้ายของทศกัณฑ์ที่แฝงข้อคิดว่า...ไม่ว่าใครต่างก็หนีความตายไม่พ้น ดังนั้นเมื่อยังมีชีวิตอยู่ก็จงทำความดีต่อไป เพราะยี่สิบนาทีสุดท้ายในชีวิตเราอาจจะนึกถึงแต่เรื่องดีๆ จิตใจเราก็จะสงบ การแสดงชุดนี้จะผสานความเชื่อเข้ากับวรรณคดีและก็มีวัฒนธรรมผสม ซึ่งเก่งมองว่ามันคุ้มค่ากับคนดูมากๆ ที่รวมหลายๆศาสตร์เข้าด้วยกัน
 
ว่าด้วยนาฎศิลป์ร่วมสมัย
 
เก่ง ธชย : หาดูได้ยากนะ มีทั้งโขน มีหุ่นละครเล็ก แล้วก็ใส่ความป็อบในแบบฉบับของเก่ง ส่วนเอฟเฟ็กต์ก็อลังการ เราร้อยเรื่องราวเหล่านี้ถ่ายทอดความอนิจจังผ่าน Symbolic ต่างๆที่ค่อยสอดแทรกอย่างแนบเนียน
 
When The King Has No Crown
 
เก่ง ธชย : ที่เลือกถ่ายทอดเรื่องราวของทศกัณฑ์เพราะเก่งรู้สึกว่าเขาคือตัวเอกที่ไม่น่าเบื่อ ตัวละครเขามีสีสัน มีความแตกต่าง ไม่ใช่ว่าเป็นพระเอกที่ทำอะไรก็ชนะไปหมดและการที่ชีวิตเขาได้รับผลกระทบหลายๆเรื่องหรือคนอ่าน คนดูรุมกันเกลียดตัวละครนี้ ส่วนนี้แหละที่ทำให้เขามีความพิเศษบางอย่าง ในบางมุมเก่งมองว่าสามารถดึงออกมาสร้างแรงบันดาลใจได้อย่างแปลกประหลาด เพราะชีวิตไม่จำเป็นต้องเรียบง่ายหรือจบสวยแบบพระเอกนางเอกซะทีเดียวถูกไหม คนเราเผชิญทั้งการล่อลวง กิเลส ชัยชนะ ความพ่ายแพ้ ความเข้มแข็งหรือความอ่อนไหว ผสมผสานกันไป ซึ่งตัวละครนี้มันเลยสัมผัสได้จริง
 
เมื่อมองโลกแบบทศกัณฑ์
 
เก่ง ธชย : เก่งมองว่าทุกตัวละครไม่มีถูกไม่มีผิดนะ คือเมื่อเขาต้องการและเขาจึงทำลงไป...ส่วนที่คนตัดสินว่าดีหรือไม่ดี อันนั้นมันถูกวางกรอบจากผู้ประพันธ์ไว้แล้วครับ แต่การตีความของตัวเก่ง ทศกัณฐ์มีเหตุผลในการกระทำและมีมิติที่หลากหลาย ซึ่งทั้งเก่งและทีมงานก็คิดคล้ายๆกันว่า ยี่สิบนาทีสุดท้ายเขาต้องนึกบ้างแหละ...นึกถึงเรื่องดี เรื่องร้ายหรือเรื่องต่างๆที่เคยทำมาในชีวิต ทั้งความรัก โลภ โกรธ หรือเศร้าจะหวนคืนกลับมาอีกครั้ง และนอกจากนั้นในการแสดงครั้งนี้เราก็หยิบยกนางมณโฑขึ้นมามากกว่าสีดา เพราะท้ายที่สุดแล้วคนที่เรารักอาจไม่ใช่คนที่รักเรา ทำไมเราไม่แคร์คนที่เขารักเราล่ะ
 
ศิลปะการร้อยเรื่องราวและการเล่าเรื่อง
 
เก่ง ธชย : ช่วงแรกเราอาจจะปูทางให้คนเสพศิลป์กันแบบเพลินๆสักหน่อยก่อนจะที่มายัดความซีเรียส ทีมการันตีว่ามีหลากหลายเทคนิคให้คนดู Wow อย่างฉากที่ยักษ์เหยียบพื้นแล้วพสุธาแยกออกมา มีลาวาไหล มีพญานาคผุดขึ้นมาอะไรแบบนี้ มันเป็นประมาณนั้นเลย ฟังแล้วก็ตื่นเต้นดี แล้วก็มันจะมีทศกัณฑ์หลากหลายตัว มีทศกัณฑ์ตัวที่เป็น Main หลัก ที่เป็นโขน  ส่วนตัวเก่งจะเป็นสัญญะแทนอารมณ์หรือจิตวิญญาณ แล้วก็ถ่ายทอดออกมาในหลายๆแบบ
 


ความยากง่าย และ Climax
 
เก่ง ธชย : นอกจากการรวมศาสตร์การแสดงหลายๆแขนงแล้ว เก่งอยากให้ทุกคนอินกับการดีดจะเข้ การแสดงครั้งนี้มัน Advance มีทั้งการดีดแบบคนอื่นถือ ดีดแบบนอนดีด ดีดประกอบท่าทางต่างๆนานา ขนาดตัวเรายังรู้สึกว่ามันไม่น่าเบื่อทั้งๆที่เราดีดจะเข้แล้วก็ขับเสภาแทบจะทุกวัน แต่ตรงนี้เป็นการที่เราได้ฝึกตัวเองด้วย เหมือนมันพัฒนาอีก Level หนึ่งไปเลย สำหรับเก่งมันเหมือนเป็นคอนเสิร์ตหนึ่งเลยนะ เพราะ Theme ทุกๆอย่างโคตรน่าสนใจเลย แล้วก็มีองค์ประกอบของวัฒนธรรมมาประกอบ น่าจะตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัยเลย
 
เก่งสมชื่อ
 
เก่ง ธชย : ไม่ชิวนะ…ไม่ชิวเลย การแสดงครั้งนี้มันเหมือนพัฒนาเก่งไปอีก Level หนึ่ง มันคืออีก Step ที่เราต้องฝึก เก่งต้องกลับไปฝึกดีดจะเข้แบบที่เราไม่เคยทำมาก่อน แล้วยังจะมี Dance มาประกอบ
 
พร้อมมีเรื่องการทำดนตรีเข้ามาพ่วงด้วย อย่างจะเข้นี่ดีดจริงทำจริง บางทีการดีดผสานลีลามันเริ่มมีอาการโคลงเคลงบ้าง เราก็ต้องมาเช็คโน๊ตว่าโน้ตนี้ดีดได้ไหม...โน้ตนี้ดีดไม่ได้อะไรแบบนี้ หรือแม้กระทั่งการปรับเปลี่ยนวิธีการดีด หรือแม้แต่จะเข้ตัวนี้ที่เก่งเอามาโชว์มันไม่ใช่จะเข้นะครับ มันเรียกว่า ‘จะเท่’ เพราะมันถูกออกแบบปรับมาจากจะเข้ แต่ไซส์มันเล็กลงและก็เป็นไฟฟ้า ลูกบิดต่างๆก็เปลี่ยนใหม่หมดนะครับผม แล้วในการแสดงเราก็ไม่ได้เล่นคนเดียว คือปกติในอีเว้นท์เราเล่น เราร้องเพลงคนเดียวใช่ไหม เวลาเล่นคอนเสิร์ตเราก็เล่นกับแบนด์เรา แต่ที่นี้เราต้องContact กับหุ่น เราต้อง Contact กับโขนอะไรแบบนี้ ดังนั้นมันต้องมีกระบวนการฝึกซ้อมอย่างหนัก เราไม่อยากแค่แสดงเฉยๆเราก็อยากจะรู้สึกร่วมกับโชว์นั้นด้วย ดังนั้นเก่งว่ามันเป็นงานหนักสำหรับต้นปี แต่ก็สนุกดีครับ
 

 
ความลื่นไหลทางดนตรี
 
เก่ง ธชย : เก่งว่าดนตรีไม่ควรถูกแช่แข็ง เพราะว่าดนตรีไทยเป็นดนตรีที่ยังที่พัฒนาอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งศิลปินแห่งชาติก็ยังมีการปรับเสียงขลุ่ยให้เข้ากับคีย์ดนตรีสากลอะไรต่างๆ เก่งว่าเรื่องพวกนี้ Open มากๆเลย เก่งก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันผิดแปลก อย่างกระบวนการปรับแต่งจะเข้เป็นจะเท่ เราแค่เอาแรงบันดาลใจจากจะเข้มาทำ ใส่ลูกเล่น ใส่ความเป็นเครื่องไฟฟ้าให้เข้ากับบริบท ถ้าเกิดมองว่าเป็นหนึ่งในจะเข้ก็ยังได้เพราะมันก็คือน่าจะเป็นอีกวิวัฒนาการหนึ่งในมุมมองของเก่ง อย่างน้อยๆเด็กเห็นก็น่าสนใจ น่าจะอยากเล่นมากขึ้นครับ
 
ความลื่นไหลทางวัฒนธรรม
 
เก่ง ธชย : มันเหมือนกับเมื่อก่อนคนเรากินข้าวกับมือ พอวัฒนธรรมเปลี่ยนไปเราก็เริ่มกินข้าวกับช้อน มันคือความกลมกลืนทางด้านวัฒนธรรมเพื่อคนอื่นไปมาก็จะเข้าใจเรามากขึ้น มันคือการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เพื่อให้ทานง่ายขึ้น เพื่อให้เสพได้ง่ายขึ้น หรือเพื่อให้ทุกคนเข้าใจมากขึ้นนะครับ แต่ถามว่าควรรักษาขนบดั้งเดิมไว้ไหม ก็ยังควรรักษาอยู่ดี เพราะว่าต้นไม้โตแบบไม่มีรากก็ไม่ได้ ดังนั้นก็ต้องมีส่วนที่รักษาและก็ส่วนที่สร้างสรรค์พร้อมๆกันไปด้วย
 


วันแสดงจริง
 
เก่ง ธชย : ฝากไว้ด้วยนะครับสำหรับ ‘ทศกัณฐ์ : THE LAST BREATH’ ลมหายใจสุดท้ายของทศกัณฐ์ ซึ่งจะจัดวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ ที่โรงละคร The Stage (MuayThai Live) ที่ Asiatique: The Riverfront ครับ สำรองที่นั่งได้แล้วนะครับ ที่ Line : @joelouis เลยครับผม หรือเข้าไปจองที่โจหลุยส์เลยก็ได้ครับ สำรองที่นั่งได้ก่อนใครนะครับเพราะบัตรมีจำนวนจำกัดครับ
สัมภาษณ์ / เรียบเรียง
วาริชไวรัลย์ ศรีไสย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Cafe’ ที่เปิดขึ้นด้วยแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ กับลุงโก้เจ้าของร้านอดีตครู สู่ชีวิตพอเพียงตามศาสตร์พระราชา
ขึ้นต้นด้วยโขนนาฏศิลป์และดนตรีไทย ผนวกความร่วมสมัยจากศิลปะและดนตรีสากล ถ่ายทอดปัจฉิมบทของพญายักษ์ใน ‘ทศกัณฐ์:THE LAST BREATH’ ผ่านมุมมองการแสดงของศิลปินเลือดใหม่อย่าง ‘เก่ง ธชย’