TALK

ท๊อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม

นางฟ้าไอทีคนล่าสุดของวงการ!
17 เม.ย. 2560

อย่าคิดว่าอะไรที่มีปลั๊ก เราจะซ่อมได้หมด” จากใจตุ๊ดซ่อมคอมพ์ฯที่ชื่อท๊อฟฟี่ นางฟ้าไอทีคนล่าสุดของวงการ!-

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เพิ่งมีปัญหากับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แล้วยิ่งพบว่าปัญหานั้นดูจะมากขึ้นด้วยซ้ำไปเมื่อไอทีซัพพอร์ตที่มาแก้ปัญหาให้คุณได้พ่นศัพท์เทคนิคใส่คุณมากมายที่คุณไม่ได้อยากได้ยินมันเลยซักนิด..  แต่สิ่งเหล่านี้จะไม่มีทางเกิดขึ้น ถ้าคุณได้พบกับท๊อฟฟี่ ผู้ที่สร้างภาพติดตาให้ตนเองอย่างโดดเด่นในชุดนักเรียนหญิงญี่ปุ่นพร้อมหนวดเคราอันเป็นเอกลักษณ์  เจ้าของเพจอารมณ์ดีที่มีคนกดไลก์หลักแสนอย่าง  “ท๊อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม”   แน่นอน.. เขาพร้อมจะดูแลคุณและคอมพ์ฯของคุณอย่างที่คุณไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อน

จุดเริ่มต้นของเพจ “ท๊อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม”

“ปกติเป็นคนชอบแต่งหญิงเอนเตอร์เทนเพื่อนๆ หรือเพื่อนๆในเฟซบุ๊ก อยู่แล้ว ทีนี่เพื่อนๆเห็นก็บอกว่าทำไมเราไม่ทำเพจ เพราะนอกจากความฮาแล้วเราก็ให้ความรู้เรื่องไอทีกับเพื่อนๆไปด้วย แต่ตอนนั้นคือเมื่อสามปีที่แล้ว เราไม่กล้าทำ เพราะเรากลัว Cyber bully  โลกโซเชียลตอนนั้นมันยังใหม่สำหรับเรา กลัวทำแล้วมีคนด่า แค่รู้สึกพอใจที่จะเอนเตอร์เทนเพื่อนในเฟซบุ๊กของเราเฉยๆ ทีนี้พอทำไปทำมา เริ่มมีคนติดตามเราเยอะขึ้นเรื่อยๆ พี่ๆน้องๆในวงการก็เลยเชียร์ว่าให้ทำเพจเถอะ เราน่าจะมีโพเทนเชียลตรงนี้ เราก็เลย อ่ะ ลองดู ก็ลองผิดลองถูกทำมาเรื่อยๆ ซึ่งสามปีที่แล้วนี่จะเป็นยุคของแม่บ้านมีหนวด มาดามมด หลายคนก็บอกว่า เราน่าจะรีบทำตั้งแต่ช่วงนั้นเลย แต่เราก็รู้สึกว่าเราไม่ได้อยากมีชื่อเสียง เราอยากจะแค่ให้ความรู้ให้ความบันเทิงไปแบบเรื่อยๆของเรามากกว่า ช่วงนั้นก็เลยไม่ได้คิดจะพยายามให้ดังอะไร แล้วช่วงนั้นเราเป็นแฟนคลับตากล้องคนนึงของ A day ชอบผลงานที่เป็นแนวฮิปสเตอร์ของเค้าในตอนนั้น เรียกได้ว่าเป็นฮิปสเตอร์คนแรกๆยุคแรกๆเลย ทีนี้เค้ามาเห็นเราในเฟซบุ๊ก เค้าก็สนใจคาแรกเตอร์เรา อยากจะมาถ่ายอะไรแปลกๆ ผู้ชายไว้หนวดแต่งหญิงอย่างเราดูบ้าง(หัวเราะ) เลยเกิดเป็นเพจ A girl like him ขึ้นมาอีกอัน  ซึ่งเป็นเพจของช่างภาพที่มีแต่รูปเรา เราก็เริ่มใส่ชุดนักเรียนญี่ปุ่น  โพสต์แบบให้เห็นวับๆแวมๆ น่ารักๆ เห็นไรขนขาเห็นอะไรอย่างนี้  แล้วจริงๆคือตากล้องเค้าต้องการให้คนคิดว่าเราเป็นคนญี่ปุ่น ไม่ได้อยากให้ใครรู้ว่าเราเป็นคนไทย แต่ช่วงนั้นเพจตุ๊ดซ่อมคอมที่เราแต่งหญิงชุดนักเรียนญี่ปุ่นชุดเดียวกันก็กำลังดังขึ้นมาพร้อมๆกันพอดี เราก็เอาไงดีวะ จะแก้สถานการณ์ยังไงดี แต่ก็เออ งั้นก็ช่างมันเหอะ เลยตามเลยไปเลยละกัน  เพราะชุดนักเรียนญี่ปุ่นกับวิกผมบ็อบสั้นมันกลายเป็นภาพจำของเรา เวลามีงานอีเว้นต์อะไรก็มีแต่ลูกค้าเรียกร้องให้ใส่ชุดนี้ตลอด”
 


ท๊อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอมเป็นเพจเกี่ยวกับอะไร

“เราเป็นเพจให้ความรู้(หัวเราะ)  แล้วคือเนื่องจากเราทำงานเป็น ไอทีซัพพอร์ตมาเกือบสิบปี แล้วเราก็พบว่าปัญหาของ User ที่เราเจอซ้ำๆกันเลยคือปัญหาปลั๊กไม่เสียบ(หัวเราะ)  คือนึกออกมะ หรือไม่บางทีก็คอมพ์ฯช้า เปิดไม่ติด ปริ้นท์ไม่ออก เราก็เลยทำ Meme ออกมาเพื่ออยากจะให้เขาได้แก้ปัญหาเล็กๆเบื้องต้นได้ด้วยก่อน ก็เลยพยายามจะสร้างคอนเทนต์ขึ้นมาเพื่อให้ความรู้เขา”

จริงๆคือเราหวังดี หรืออยากจะเสียดสี User กันแน่

“หวังดีๆสิ(หัวเราะ) ก็แอบเสียดสีนิดนึง แต่ก็พยายามโพสต์ให้ไอทีดูน่าเห็นใจ เพื่อหวังว่าอย่างน้อยคนที่เป็นไอทีเหมือนกับเรามาเห็นก็อาจจะได้มาแชร์ประสบการณ์ เหมือนเราพูดแทนให้ เป็นปากเป็นเสียงแทนคนทำงานด้านนี้ เป็นนางฟ้าไอที เป็น ซี-ฉัตรปวีร์” (หัวเราะ)

ปัญหาระหว่าง User กับ IT Support

“User มักจะรู้สึกว่า ไอทีพูดคนละภาษากับเค้า เข้าใจยาก พูดอะไรก็ไม่รู้  แล้วที่สำคัญเลย คนไอทีเท่าที่เราเคยเห็นส่วนใหญ่มักจะขี้รำคาญ ไม่ชอบพูดจา ชอบปลีกวิเวกชอบคิดว่าคนทั่วไปรู้เรื่องคอมพ์ เข้าใจคอมพ์กันหมด ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ใช่ แต่เราไม่ได้คิดแบบนั้นไง  พอเรามาทำเพจนี้ เราก็เลยอยากจะลดช่องว่างตรงนี้ด้วยการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่มีศัพท์เทคนิค เพราะเราก็เคยเป็น User มาก่อน เราเข้าใจดี เพราะจริงๆเค้าไม่ได้อยากรู้หรอกว่าคอมมันเสียเพราะอะไร โปรเสจในการแก้ไขมีอะไร เค้าแค่อยากรู้ว่ามันเป็นอะไร และจะใช้ได้เมื่อไหร่ แค่นั้นเลย”
 


ทำไมถึงได้เข้าอกเข้าใจ User ขนาดนั้น

“เพราะเราเองก็พูดกับไอทีด้วยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง(หัวเราะ) เพราะส่วนใหญ่ก็ชอบพ่นศัพท์เทคนิคใส่กัน  จนบางทีเราก็รู้สึก ฮึ คืออะไรอะ(หัวเราะ) แต่เราก็ไม่กล้าถามไง กลัวเค้าจะคิดว่าเราโง่ เราก็เลยเอาเรื่องฟังไอทีด้วยกันไม่รู้เรื่อง มาเล่าตลกๆในเพจด้วยเหมือนกัน แล้วจุดประสงค์เลยคือต้องการให้คนทั่วไปเห็นว่าไอทีเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ใช่เอะอะไอ้นั่นเสียทีก็ยกเครื่องไปร้านที หรืออย่างเช่นคอมพ์เปิดไม่ติดใช่มั้ย ก็ช่วยลองดูปลั๊กก่อนว่าเสียบรึยัง ก่อนที่จะเรียกไอที(หัวเราะ) ซึ่งเราว่าของแบบนี้มันควรจะมีความรู้ไว้ไม่ให้ตัวเองดูโก๊ะกังจนเกินไปนักจะได้ช่วยตัวเองเบื้องต้นได้ก่อน”

ปัญหายอดฮิตที่เจอบ่อยที่สุด

“ลืมเสียบปลั๊ก ไม่ได้เปิดสวิตช์  ลืมเสียบสายLan  เผลอปิดWifi ..อะไรแบบเนี้ยนึกออกมา(หัวเราะ) ปริ้นท์ไม่ออกเพราะไม่เปิดเครื่อง เหล่านี้เป็นปัญหาที่ไม่ว่าคุณจะเป็น ไอทีที่เก่งระดับไหนก็ต้องมานั่งแก้ไขเรื่องปลั๊กเสียบไม่เสียบอยู่ดี”

แล้วพอเจอปัญหาแบบนี้ เราพูดยังไงกับ User

“คือเราไม่ได้เป็นสายวีนเหวี่ยงอยู่แล้ว เรามีเซอร์วิส มายด์ เราก็พูดดีๆ เพราะบางที User บางคนก็จะเล่นใหญ่ ก็จะเหวี่ยงมา ทำไมไอ้นู่นเสีย ไอ้นี่ใช้ไม่ได้ เราก็จะเดินนิ่งๆไปกดปุ่มเปิดสวิตช์ให้เค้า บอกเค้าว่าใช้ได้แล้วค่ะ”(หัวเราะ)
 


คิดว่าคนทั่วไปมีความเข้าใจใน IT support แค่ไหน

“คนมักคิดว่าอาชีพนี้ อะไรที่มีปลั๊กซ่อมได้หมด(หัวเราะขมขื่น) แอร์เสีย คอมเพรสเซอร์เสีย ก็เรียกไอที เพราะเค้าเข้าใจว่า ช่างไฟกับไอทีเป็นสายเดียวกัน  ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่เกี่ยวกันเล้ย”(เสียงสูง)

แล้วนอกจากคอมพ์ฯ ท๊อฟฟี่ซ่อมอะไรได้บ้าง

“จริงๆเราซ่อมอะไรไม่ได้เลย แต่เรารู้ว่าอะไรเสีย ควรซื้ออะไรมาเปลี่ยน คือคำว่าซ่อมของไอที มันคือมาหาอาการ เหมือนหมอวินิจฉัยโรคอะไรแบบนั้น”

ก่อนที่จะมาทำเพจนี้ เราทำอะไรมาก่อน

“ตั้งแต่เรียนจบก็เป็นไอทีซัพพอร์ตนี่แหละ พอทำได้สักพักก็โดนเกณฑ์ทหาร จับได้ใบแดงเลยไปเป็นทหารเรืออยู่ปีนึง ช่วงนั้นชีวิตก็สะดุดไปพักนึง เพราะเราต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ ไหนจะค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ โชคดีที่เราเป็นคนเก็บเงิน เลยเอาเงินที่เก็บมาหมุนใช้ช่วงที่ไปเป็นทหาร  โอ๊ย อยู่ในนั้นก็โดนชิงดีชิงเด่น มีแต่คนอยากทำตำแหน่งหน้าที่สบายๆ เราก็โดนกลั่นแกล้งแย่งชิงบ้าง เพราะคนจบปริญญาตรีในนั้นมีไม่เยอะ แต่เรื่องอื่นโอเคนะ  ยิ่งเปิดตัวว่าเป็นตุ๊ดในกองร้อยยิ่งได้รับอภิสิทธิ์ คือไม่ต้องฝึกหนักเหมือนคนอื่นๆ เค้าจะให้เราไปทำอะไรเบาๆแทน เล่าตอนนี้มันขำ มันมีความสุขที่ผ่านมาได้ แต่ช่วงนั้นมันก็ถือเป็นช่วงมรสุมเลย พ่อก็โดนรถชน เหมือนมันเบญจเพสพอดี  ออกจากกรมมาก็กลับมาทำไอที เหมือนเดิม โชคดีที่ตอนนั้นได้ทำที่ที่เป็นมีเดียเอเจนซี่ เราก็เลยได้เรียนรู้การทำคอนเทนต์  ได้เรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคไปด้วยว่าเค้าชอบแนวไหน ก็ทำงานประจำไปด้วย ทำเพจนี้ไปด้วยพร้อมๆกัน”

คิดว่าเพราะอะไรคนถึงให้การตอบรับเพจเราขนาดนี้

“คงเป็นเพราะคาแรกเตอร์เรา คือเราไม่ได้จะแค่ตลก แต่เราก็มีสาระให้เค้าด้วย เพราะเราคิดว่าลูกเพจของเราควรจะได้อะไรกลับไปนอกเหนือจากความบันเทิงอย่างเดียว”

ตัวตนจริงๆของคุณ เป็นคนก๋ากั่นเหมือนคาแรกเตอร์ในเพจเลยรึเปล่า

“โอ๊ยไม่เลย จริงๆแล้วเป็นคนเรียบร้อย ไม่เหมือนแบบที่เห็นเลย เชื่อมั้ย จริงๆแล้วเป็นคนกลัวการถ่าย VDO กลัวการพูดคุย เพราะเรากลัวจะไม่ตลก ไม่เป็นอย่างที่คนอื่นคาดหวัง เวลาเราอยู่คนเดียวหรืออยู่กับพ่อแม่เราก็จะนิ่งๆ อยู่กับเพื่อนก็จะอีกแบบนึง อยู่ในโลกโซเชียลนี่เป็นอีกร่างนึงเลย ไม่รู้ว่าเป็นไบโพลาร์รึเปล่า(หัวเราะ) แต่คือเราก็ไม่ได้ซีเรียสนะ ไม่ได้อยากให้ใครมารู้หรอกว่าจริงๆแล้วเราเป็นคนยังไง อยากจะคิดว่าเราเป็นแบบไหนก็แบบนั้นเลย เท่าที่เค้าเห็นเลย”
 


ครอบครัวคุณมีท่าทีอย่างไรกับคุณบ้าง

“เราไม่เคยบอกเค้านะว่าเราเป็นตุ๊ด แล้วเราก็ไม่ใช่คนออกสาวอะไรชัดเจน  แต่เค้ารู้อยู่แล้วล่ะ  คงรู้ได้จากเวลาเพื่อนมาบ้าน เพราะเพื่อนจะตะโกนเรียกเรา อีท็อป อีดอก ตื่นรึยัง(หัวเราะ) พ่อแม่ก็ไม่เคยว่าอะไร ค่อนข้างจะสนับสนุนด้วยซ้ำ ช่วยแชร์ที่เราโพสต์ในเฟซบุ๊กใหญ่เลย”

อะไรทำให้คุณสนใจเรื่องเทคโนโลยี  แทนที่จะไปเอาดีด้านความสวยความงาม

“ไม่ได้สนนะเอาจริงๆ เราเลือกมาเรียนคอมพ์ฯเพราะเป็นเด็กติดเกม เราแค่อยากเรียนคณะอะไรก็ได้ที่แม่จะซื้อคอมพ์ฯให้(หัวเราะ) ซึ่งตอนนั้นมันเป็นการเลือกที่ผิด เพราะเรียนเกี่ยวกับคอมพ์ฯมันควรจะเรียนสายวิทย์ แต่เราเรียนศิลป์-ภาษามา แต่ก็พยายามฝืนจนเรียนจบจนได้  แล้วก็ไม่ได้อยากเป็นไอทีซัพพอร์ตเลยนะ แต่แพสชั่นมันเกิดเพราะว่าเราโดนหลอก ตอนสมัยเรียนมีวันนึงคอมพ์ฯเสียเราก็ยกไปที่ร้าน เค้าก็ลงวินโดวส์ใหม่ให้ อ่ะ โดนไปสามร้อย กลับบ้านไปก็ยังใช้ไม่ได้ เราก็ยกมาใหม่ เค้าก็บอกสงสัย วินโดวส์ใช้ไม่ได้ ลงให้ใหม่อีก เสียไปอีกสามร้อย กลับบ้านมายังใช้ไม่ได้อีก เอากลับไปร้าน  ร้านบอกการ์ดแลนเสีย โดนอีกแปดร้อย ทีนี้เราก็เข้าหาข้อมูล ไอ้การ์ดแลนที่เค้าคิดเราแปดร้อย ราคาจริงๆมันแค่ 150 เองอะ (น้ำเสียงใส่อารมณ์) ตั้งแต่นั้นก็เลยตั้งปณิธานเลยว่า ต่อไปนี้ถ้าคอมพ์ฯเสีย ชั้นจะต้องซ่อมเองให้ได้ ชั้นจะไม่ยอมให้ใครมาหลอกชั้นอีก และก็จะไม่ให้ใครต้องโดนหลอกเหมือนชั้น” (ยิ้มสวย มงลง)

ไหนๆคุณก็เล่าว่าคุณเคยลงวินโดวส์สามร้อยบาท แน่นอนว่าราคานี้คงไม่ใช่ของแท้  เราเลยอยากถามว่า เท่าที่คุณสังเกตพฤติกรรมของ User ชาวไทยส่วนใหญ่มา  คิดว่าคนไทยให้ความสำคัญกับโปรแกรมหรือเกมถูกลิขสิทธิ์แค่ไหน

“จะสังเกตได้ว่าช่วง2-3 ปีที่ผ่านมานี้คนมีความตื่นตัวเรื่องนี้มากขึ้น  เห็นได้ชัดเลยว่าคนหันมาใช้ของแท้กันมากขึ้น เพราะเกมมันกลับมาบูม มีแต่คนอยากเป็นเกมเมอร์  เป็นแคสเตอร์  และเพราะราคามันจับต้องได้ มีหลายช่องทางให้ซื้อได้สะดวก เผลอๆของแท้ถูกกว่าด้วยซ้ำ คือเดี๋ยวนี้เวลาใครใช้ของเถื่อนก็มักจะไม่ค่อยเปิดเผย จะค่อนข้างอาย เพราะมันไม่โก้ ค่านิยมมันเปลี่ยน ของแท้ก็เหมือนใช้เสื้อผ้ามีแบรนด์ ใช้แล้วภูมิใจ รู้สึกมีคุณค่ามากขึ้น  หรืออีกทางคือพวกคนที่เป็นอินฟลูเอ็นเซอร์ทั้งหลาย ถ้าแสดงให้เห็นว่าเค้าใช้ของแท้ คนที่ฟอลโล่อยู่ก็ต้องอยากจะใช้ตาม เหมือนปลูกฝังไปแบบไม่รู้ตัว” 
 


แต่ของแท้แพงกว่านะ ส่วนใหญ่แล้ว

“แต่ของฟรีก็ไม่มีในโลกนะ ใช้ของปลอมใช้ของเถื่อนก็ต้องเสี่ยงกับมัลแวร์ , สปายแวร์อะไรนั่นอีก เอาเป็นว่าคุณมีกำลังทรัพย์มากพอตอนไหนก็ค่อยซื้อก็แล้วกัน คือก็รู้ว่าคนเรามันจะขาวตลอดไม่ได้หรอก มันก็ต้องมีเทาบ้าง ถ้ายังไม่มี ยังไม่พร้อมก็ค่อยๆปรับค่อยๆเปลี่ยนไปจากเทาให้เป็นขาว คนที่ใช้ของแท้อยู่แล้วก็อย่าไปประณามคนใช้โปรแกรมเถื่อนว่าเค้ากากอะไร ต้องเข้าใจเค้าด้วยว่ากำลังทรัพย์มันเป็นเรื่องสำคัญ เราเองแต่ก่อนไม่มีตังค์เราก็ไม่ซื้อของแท้นะ พอตอนนี้เรามีแล้วเราก็เปลี่ยนเป็นของแท้ให้หมด เหมือนล้างบาป”(หัวเราะ)

เป้าหมายต่อไปของตุ๊ดซ่อมคอมพ์ฯ

“คือเรามาไกลกว่าที่คิดไว้มาก เราก็เชื่อว่าเรายังไปได้ไกลกว่านี้อีก เรารู้สึกว่าคนในวงการไอทีมันมีน้อย ถ้าจะนึกถึงคนก็จะนึกถึงหน้าพี่ซี ฉัตรปวีร์ พี่หนุ่ย พงศ์สุข พี่ซู่ชิง น้องเฟื่องลดา อะไรแบบนี้  แต่จะยังไม่มีคนที่ดูเข้าถึงง่าย ใช้ภาษาง่ายๆ เข้าถึงผู้คนได้ง่าย ลดช่องว่างระหว่างคนไอทีกับ User ให้เหลือน้อยที่สุดได้ เราก็เลยอยากจะใช้ความที่เราเป็นคนเข้าถึงง่ายแบบนี้แหละ ในการเป็นนางฟ้าไอทีคนต่อไป(หัวเราะ) แล้วก็อยากผลักดันหลายๆเรื่อง อยากใช้ความเป็นคนที่มีติดตามเยอะให้เป็นประโยชน์ เช่น กำลังพยายามดีลกับดีลเลอร์โปรแกรมต่างๆว่าอาจจะทำโปรโมชั่นอะไรให้คนไทยใช้ของแท้ได้ในราคาถูก  คือเราอยากทำตัวเองให้เป็นประโยชน์กับสังคม อ้อ อีกอย่างคืออยากจะโกอินเตอร์ อยากจะใช้คาแรกเตอร์นี้เป็นตัวแทนประเทศไทยให้ดีที่สุด เพราะทั้งญี่ปุ่นและไต้หวันก็เริ่มสนใจมีคนมาติดตามเราเยอะมากแล้ว” 

คิดว่าสังคมไทยกำลังเข้าสู่ยุคออนไลน์เต็มรูปแบบแล้วรึยัง

“คิดว่ามันมีความย้อนแย้งสูง เราอยากจะพัฒนาแต่ก็มีบางอย่างที่สวนทาง เราอยู่ในยุคที่ทุกคนมีสมาร์ทโฟน มีแอพลิเคชั่นดีๆ ซึ่งมันทำให้ชีวิตง่าย แล้วคนที่ได้ประโยชน์คือผู้บริโภค แล้วก็ทำให้วิน-วินทั้งสองฝ่าย เช่นการเรียกแท็กซี่  แต่การที่บางคนไม่เข้าใจและไม่รู้จักใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ ยังดื้อรั้นคิดอะไรแบบเดิมๆ ยึดถืออะไรที่ไม่ปรับเปลี่ยนตามโลก ตามความต้องการจริงของประชาชน  เราก็จะเจอแต่ปัญหาเดิมๆ  โลกออนไลน์ก็เหมือนกัน ถ้าเรายังเชื่อว่าแค่ทีวีก็พอ ไม่ต้องปรับตัวไปเล่นในเฟซบุ๊กในแพลตฟอร์มอื่นหรอก เราก็จะเสียโอกาสไปแบบน่าเสียดาย โลกมันกำลังเปลี่ยน  โลกออนไลน์คืออีกโลกเสมือนที่คู่ขนานไปด้วยกัน  มันต้องปรับตัวให้ทัน” 

แต่บางคนก็รู้สึกว่า โลกโซเชียลมันไร้สาระ เต็มไปด้วยข้อมูลขยะ และเชื่อถืออะไรไม่ได้นะ

“ทุกสิ่งเราเลือกเสพได้หนิ บางทีเจออะไรที่ โอ๊ย มีคนมาทำลายทุ่งลาเวนเดอร์ของชั้น(หัวเราะ) เราก็ต้องมาคิดว่า นี่เรากำลังอิน หรือเรากำลังอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านเกินไปรึเปล่า ทุกอย่างก็ต้องบาลานซ์อย่างที่บอก แต่โดยส่วนตัวนะ ท็อปว่าสมาร์ทโฟนทำให้คนเหงามากขึ้น เพราะเราไม่ต้องรอ อยากจะคุยเมื่อไหร่ก็คุย เพื่อนก็โต้ตอบกับเราได้ตลอดเวลา แต่พออีกฝ่ายไม่ว่าง หรือไม่ตอบ เราจะรู้สึกเหงาขึ้นมา เพราะปกติมันไม่ต้องรอคอยไง แล้วเราก็จะไปเพ้อเจ้อไปเวิ่นเว้อในสเตตัสแทน(หัวเราะ) ก็โอเคอะ ถือว่าได้คอนเทนต์เพิ่มอีก”(หัวเราะ)

สัมภาษณ์ / เรียบเรียง  วิรดา คูหาวันต์
ถ่ายภาพ ชนิกา สุธัมมสภา
แกลลอรี่รูปภาพ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ถ้าจะมีใครซักคน ที่เล่าเรื่องโรคซึมเศร้าได้ดีที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นผู้ที่กำลังต่อสู้กับโรคนี้อยู่จริงในปัจจุบัน
นักวิชาการที่เดิมการวิ่งเป็นเพียงงานอดิเรกเพื่อออกกำลังกาย แต่วันนี้การวิ่งกลายเป็นเป้าหมายและความฝันของเขา