REVIEW

Victoria & Ubdul

“หนังที่เล่นกับความขัดแย้งที่นำมาจากเรื่องจริง”
16 ต.ค. 2560
Victoria & Ubdul  สร้างมาจากเรื่องจริง โดยดัดแปลงมาจากหนังสือชื่อเดียวกันนี้  เขียนโดย “ชาร์บานี  บาซู”  นักเขียนชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดีย  โดยนำเรื่องราวที่ปิดซ่อนเป็นความลับของพระควีนวิคตอเรีย  ผู้ปกครองประเทศอังกฤษและครองดินแดนอาณานิคมทั่วโลกรวมทั้งอินเดียด้วย  ที่มีความ “พึงใจ” ในหนุ่มชาวอินเดียที่มีนามว่า “อับดุล คาริม”
                       
อับดุล  คาริม  เดินทางมาอังกฤษในฐานะตัวแทนประเทศอินเดียที่นำ เหรียญบรรณาการ ที่แสดงถึงการคารวะต่อพระราชินีแห่งราชอาณาจักรอังกฤษในวาระครองราชสมบัติครบ 50 ปี  
                       
เขาเริ่มต้นด้วยการเป็น “คนรับใช้”  ก่อนจะค่อยๆ เขยิบฐานะมาเป็นผู้ถวายงานใกล้ชิด จนเป็นครู และจนเป็น “คนใกล้ชิดที่รู้ใจ”   ซึ่งแน่นอนว่าคนที่แวดล้อมพระนางย่อมไม่พึงใจอย่างมาก  ซ้ำในตอนท้ายเรื่องเขายังได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูงจากพระนางอีกด้วย
                       


ในประวัติศาสตร์ได้กล่าวถึงความโดดเดี่ยวของพระนาง  จากการสิ้นพระชนม์ของพระสวามีตั้งแต่พระนางมีพระชนมายุได้ 42 พรรษา ในหนังยังได้บอกถึงความไม่ลงรอยกันของลูกๆ ของพระนางที่ต่างคนต่างชิงดีชิงเด่น  และแน่นอนที่คงจะไม่สามารถให้ความรักความอบอุ่นใจแก่พระมารดาได้
                       
และในประวัติลับๆ ได้ระบุด้วยว่าพระนางเคยมีความสัมพันธ์พิเศษกับ “จอห์น บราวด์” มหาดเล็กคู่ใจชาวสก๊อต ที่ก็มาด่วนจบชีวิตจากพระนางไปเสียก่อน  ดังนั้นเมื่อชายหนุ่มชาวอังกฤษวัย 24 ปีที่หน้าตาดีและฉลาดในการพูดคุย ในแบบที่คนใกล้ชิดไม่มีใครทำเสมอเหมือนได้   มาเติมเต็มความรู้สึกที่โดดเดี่ยวแห้งแล้งของพระองค์ได้  ไฉนเลยจะไม่ได้รับการอุ้มชูจากพระนางผู้ปกครองจักรวรรดิ์อังกฤษอันยิ่งใหญ่
                       
ที่บอกว่าหนังเรื่องนี้เล่นกับความขัดแย้ง  เพราะนั่นเป็นแก่นของเรื่องที่ทำให้เกิดเรื่องราวที่ชวนติดตามยิ่ง   ความขัดแย้งนั้นมีตั้งแต่ ความสัมพันธ์ของหญิงและชายที่ต่างสถานะกันอย่างสุดขั้ว  “ราชินีกับคนรับใช้”   ขัดแย้งกันในวัยวุฒิ คือ “60 กับ 24 ปี”  ขัดแย้งกันในเชื้อชาติและศาสนา  “อังกฤษ ที่เป็นแคธอลิค และอินเดียที่เป็นมุสลิม”   ขัดแย้งในทางการเมือง  “ผู้นำของประเทศที่ล่าอาณานิคม กับ  คนชั้นล่างของประเทศที่ตกเป็นเมืองขึ้น”
                       
หนังนั้นเหน็บความถือดีของสหราชอาณาจักร และความเป็นผู้ดีอังกฤษได้อย่างเจ็บจี๊ดและชวนขัน   นับแต่ฉากแรกที่อับดุลเหยียบย่างบนแผ่นดินอังกฤษ   ชาวอังกฤษที่นำเขามาก็ประกาศอย่างภาคภูมิใจว่า “ขอต้อนรับสู่ประเทศศิวิไลซ์”  แต่ข้างล่างที่พื้นกลับมีชายนั่งขอเศษเงินอยู่ไม่ผิดกับที่อินเดียเลย
                       
หรือเมื่อคนใกล้ชิดได้เตือนพระนางว่า ชายอินเดียผู้นี้กำลังใช้ตำแหน่งของเขาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์   พระนางก็ตอกกลับว่า  “ก็เหมือนกับพวกท่านทั้งหลายนั่นแหล่ะ” เงิบไปสิรออะไร
                       
พูดถึงการแสดง นี่น่าจะเป็นบทการแสดงที่โดดเด่นเรื่องหนึ่งของ  “จูดี้  เดนช์” เธอเคยรับบทพระราชินีเอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษมาแล้ว ในเรื่อง “เชคสเปียร์ อิน เลิฟ”โดยออกมาในหนังแค่ 6 นาที และก็คว้าออสการ์ไปนอนกอด   เรื่องนี้เธอถ่ายทอดความเป็นปุถุชนธรรมดาบนหัวโขนของสมเด็จพระราชินีได้อย่างน่าเห็นใจ และชวนเข้าใจยิ่ง   ต้องดูการแสดงสีหน้าและอารมณ์ของเธอในฉากที่พระโอรสและคนใกล้ชิด มายื่นคำขาดว่าให้เธอปลดคาริมเสีย  ไม่อย่างนั้นจะประกาศกับสาธารณชนว่าพระนางทรงเสียสติ   ถ้าจะได้ออสการ์อีกตัวก็คงจากฉากนี้แหละ
                       
ส่วน “อับดุล  คาริม” รับบทโดย  “อาลี  ฟาซัล” นักแสดงชาวอินเดียที่มีผลงานในบ้านเกิดหลายเรื่อง และเคยแสดงในมินิซีรี่ย์ของอเมริกาในเรื่อง “Bollywood  Hero”  และหนังอเมริกันเรื่อง “Furious 7” อีกด้วย  เสน่ห์ของเขาอยู่ที่ดวงตาและรอยยิ้ม  ที่โปรยเสน่ห์ให้ ควีนวิคตอเรียหลงใหลได้
                       
ในความยิ่งใหญ่ที่พระนางแสดงบทบาทมาตลอดทั้งเรื่องนั้น  ก็มาถึงแก่อนิจจังเมื่อ
วันที่พระนางสวรรคตลงจากอาการประชวร  ก็กลายเป็นเพียงหญิงชราธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น 
                       
นี่ก็เป็นหนึ่งของความขัดแย้งที่ว่าโดยแท้
 
รีวิว
วัชระ แวววุฒินันท์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ชื่อของภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่องนี้มีว่า What's For Dinner,Mom? บอกเป็นนัยๆ ว่าเป็นเรื่องของ แม่ ลูก และ อาหาร อย่างแน่นอน แต่จะพิเศษอย่างไร.. ต้องมาดูกัน
กลับมาอีกครั้งกับภาพยนตร์สายลับที่ทุกคนรอคอย คิงส์แมน เดอะโกเด้น เซอร์เคิล หรือคิงส์แมนภาค 2