REVIEW

Review ตู้จ่ายเงินอัตโนมัติที่ประเทศญี่ปุ่น

เหวี่ยงของทั้งหมดเข้าตู้ อู้หู! สิบวิก็จ่ายเงินเสร็จละ
15 ก.ค. 2560
พูดถึงระบบชำระเงินโดยไม่ใช้พนักงาน ถ้าเป็นที่ประเทศไทย อาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกัน แต่หลายๆเมืองในประเทศอเมริกา หรือแถบยุโรป รวมถึงประเทศผู้นำด้านนวัตกรรมอย่างญี่ปุ่น เรื่องนี้ดูจะเป็นเรื่องธรรมดาที่พบเจอได้ทั่วไป การที่ลูกค้านำสินค้าไปสแกนบาร์โค้ดแล้วหยิบลงถุง จากนั้นรูดบัตรเครดิตชำระเงินเอง กลายเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดา แต่วันนี้ สิ่งที่แพรวได้ไปลองใช้มา มันง่ายกว่านั้นอีกค่ะ
 
นี่คือตู้จ่ายเงินอัตโนมัติที่ไม่ต้องสแกนบาร์โค้ดใดๆ แค่เอาสินค้าทุกอย่างที่จะชำระเงินยัดเข้าไปในตู้ ไม่เกินสิบวินาที ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย
 
ตู้นี้ตั้งอยู่ที่ร้าน GU ร้านขายเสื้อผ้า เครื่องประดับและรองเท้า ที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นค่ะ ส่วนที่เมืองอื่นก็ๆน่าจะมีนะคะ
 
ตรงจุดชำระเงินนั้นมีตู้อย่างที่บอกอยู่ประมาณ 10 ตู้ด้วยกัน และไม่มีเคาท์เตอร์ที่มีพนักงานชำระเงินเลย จะมีก็แค่พนักงานทั่วไปหนึ่งคนที่เดินไปเดินมาเผื่อลูกค้า(หน้าใหม่) มีคำถาม
 
วิธีใช้งานแสนง่าย



เลือกภาษาในการใช้งาน สำหรับคนไทยอย่างเราก็เลือก English ไปละกันนะคะ จากนั้นกดปุ่ม Start
ถ้าคุณเป็นสมาชิกของทางร้าน ก็เอาบาร์โค้ดในสมาร์ทโฟนมาสแกนเพื่อรับสิทธิพิเศษได้เลย



เปิดตู้ออก เอาสินค้าที่พร้อมชำระเงินทั้งหมดใส่เข้าไป อย่าลืมเอาไม้แขวนออกก่อนนะคะ



ปิดตู้ รอ 5-10 วินาทีจากนั้นที่หน้าจอ ก็จะปรากฎรายการสินค้าของเราขึ้นมา ทั้งจำนวน และราคา เพื่อให้ลูกค้าเช็กอีกรอบก่อนกดยืนยันแล้วไปต่อที่ขั้นตอนชำระเงิน เลือกGo to payment



หากเลือกชำระเป็นเงินสด ก็เสียบเงินเข้าไปตรงช่องที่กำหนด หรือใช้เหรียญชำระก็ยังได้ จากนั้นรอรับเงินทอนและใบเสร็จ



หากเลือกชำระเป็นบัตรเครดิต ก็จัดการรูดบัตร แล้วเซ็นชื่อด้วยปากกาอิเลกโทรนิกส์ตรงหน้าจอได้เลย



เมื่อชำระเงินเรียบร้อย ตู้ถึงจะเปิดออกได้หยิบของลงถุงที่เตรียมมาเองได้เอง  ไม่อย่างนั้นก็เสียค่าถุงเพิ่มอีกนะคะ อย่าลืมเช็กใบเสร็จอีกครั้ง ว่าสินค้าถูกต้องหรือเปล่า



ประหยัดเวลายังไม่พอแต่ยังไม่เปลืองทรัพยากรอีกด้วย
ถ้ามีตู้แบบนี้มาที่ประเทศไทยบ้างคงน่าสนใจไม่น้อย แต่ว่าจะนำมาซึ่งปัญหาคนว่างงานหรือไม่ คงต้องดูกันยาวๆนะคะ
 
รีวิว
หัสสยา อิสริยะเสรีกุล
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
The Animal Café คาเฟ่ที่ไม่ได้มีแค่สัตว์ธรรมดา แต่ยังมีสัตว์แปลกๆ ที่รอให้เราได้ไปพบเจอด้วยตัวเอง 
ภาพยนตร์เรื่องนี้ สามารถใช้ชื่อแบบเชยๆ ได้เลยว่า “ชู้รักราชินี” เพราะเนื้อหาของหนังบอกเล่าไปในทำนองนั้น   แต่จริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้มีอะไรมากกว่าแค่เรื่องที่ว่า