REVIEW

รีวิว Thor : Ragnarok

อรภา พิชัยกุล
9 พ.ย. 2560
วันนี้เป็นอีกวันที่มีโปรแกรมดูหนังคนเดียว ใสๆ และนั้นคือเรื่อง Thor : Ragnarok (2017) จริงๆอยากบอกว่าเป็นแฟนหนัง Marvel แต่อาจไม่ถึงขั้นตัวยงอะไร แต่ก็ติดตามมาทุกภาคทุกตอนนะจ๊ะ        
ภาคนี้อาจเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ Marvel ภาคสุดท้ายในไตรภาคของ Thor ที่มีความลงตัวโดยรวมเป็นอย่างดีตลอดเรื่อง ทั้งความสนุก ทั้งความมันส์ และความขำขันให้ได้ฮากัน  และการเดินเข้าไปในโรงหนังวันนี้ พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะ พนักงานโรงหนัง Major แนะนำให้เราซื้อ บัตร Thor แบบพิเศษ ในราคาเดียวกับปกติ 160.- (บัตร M Gen สีดำ) ซึ่งฟินมากๆ 





ซึ่งมันไม่ใช่แค่บัตรแข็ง แต่มันคือ Set สะสมบัตรแข็งของภาพยนตร์ Marvel ทั้งที่ 4 เรื่อง ตั้งแต่ Thor : Ragnarok และต่อด้วย Black Panther, Avenger : Infinity War , Ant-Man Wasp ซึ่งดูดีมาก และยิ่งไปกว่านั้นยังเพิ่มความอยากดูมากยิ่งขึ้นให้กับการดูครั้งนี้ และครั้งต่อๆไป ที่ไม่อาจอดใจรอไหวได้เลย และยังได้จัดชุดใหญ่ไฟกระพริบต่อให้กับป็อปคอร์นและน้ำดื่ม ชุด Thor ในราคา 320.- เรียกได้ว่าจัดเต็มในการดูครั้งนี้เป็นอย่างยิ่งพร้อมทุ่มเทเพิ่ม Environment บรรยากาศให้กับการดูสุดๆ






 
มา..เรามาเริ่มพูดถึงตัวหนังกันดีกว่า ภาคนี้เรียกได้ว่าความลงตัวและความขำขันนั้นถือว่าดีอยู่เหมือนกัน ทุกบททุกตอนนั้นสอดแทรกมุกขำอยู่ทุกเม็ดทุกหน่วย Thor อาจไม่ใช่ภาพจำของเทพเจ้าสุดเท่คนหนึ่งอย่างเดียวแล้วตอนนี้ แต่เรียกได้ว่าทั้งตลกทั้งน่ารักเมื่อได้ดูภาคนี้ ภาคนี้อาจเป็นภาคคลายเครียดและดีที่สุดในบรรดาไตรภาคของ Thor เลยก็เป็นได้นะ
 
เรื่องราวของ Thor : Ragnarok ในภาคนี้เปิดมาด้วยการกลับมา Thor (รับบทโดย Chris Hemsworth) แต่ดันต้องเจอกับปัญหากับเจ้าปีศาจ Surtur (รับบทโดย Clancy Brown) ในช่วงต้นเรื่องมีการพูดถึงเรื่อง “Ragnarok” หรือวันอวสารมอดไหม้ของ Asgard ที่จะต้องแผดเผาอย่างราบคาบ ตามที่ได้ถูกทำนายเอาไว้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นึกว่าจะเป็นการเปิดเรื่องเพื่อให้เห็นถึงการ Survive ถึงคำทำนายตลอดทั้งเรื่องเกี่ยวกับ Ragnarok แต่กลับไม่ใช่อย่างนั้นเสียทีเดียวเท่าไรนัก และ Thor ก็ไม่มีวันเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น เขาสามารถควบคุมทุกสิ่งได้อย่างเป็นแน่นอน และเมื่อได้กลับมายัง Asgard เรื่องชวนปวดหัวเรื่องแรกก็เริ่มเกิดขึ้นเมื่อเขาเจอน้องชายของเขา Loki (รับบทโดย Tom Hiddleston) แปลงกายปลอมตัวเป็น Odin (รับบทโดย Sam Neill) พ่อของเขาหรือกษัตริย์แห่ง Asgard นั้นเอง กำลังปกครองบ้านเมืองอยู่ แล้วพ่อของพวกเขาอยู่ไหนละทีนี้? ใช่สิ ทีนี้ก็ต้องออกตามหากัน งานนี้ได้ Dr.Strange (รับบทโดย Benedict Cumberbatch) มาช่วย ซึ่งฉากที่ Thor เจอกับ Dr.Strange อาจเป็นซีนที่เราชอบสุดในเรื่อง เป็นความขำแบบดูดีดูเท่ ไม่ขำปวกเปียกเลอะเทอะแบบยัดเยียดความขำจนเกินไป และทำให้เราเห็นอยู่เป็นนัยๆว่าความเก่งและความสามารถของ Dr.Stange เอาจริงๆ Thor ก็ยั่งไม่ถึงและมึนงงมากกับความสามารถของเจ้า Dr.Stange หวังว่าเราจะได้เห็นเขาในภาคต่อไปเยอะๆ เป็นตัวละครที่ฉลาดและแกร่งมากๆเลยนะ และเรื่องไม่จบแค่นั้น เมื่อเขามาเจอพ่อของเขาในวันที่สายไป จากนั้น Thor และ Loki ต้องมาพบว่าตนเองมีพี่สาวอยู่อีก 1 คน ที่ไม่เคยพบเคยเจอหรือเคยได้ยินชื่อมาก่อนในวันนั้น นั้นคือ Hela เทพแห่งความตาย ทีนี้พวกเขาต้องโดนเขี่ยตกบัลลังฆ์งั้นหรือ ชะตากรรม Asgard จะเป็นอย่างไรต่อไปหนิหนอ บอกเลยพิษสงของ Hela ไม่ใช่เล่นๆนะคะชื่อก็บอกแล้วนางมาเพื่อล้างบางแน่ๆ จะเป็นอย่างไรต้องไปติดตามดูกันอีกทีนะ เราจะไม่สปอยหนัก อิอิ



ในภาคหนึ่งและภาคสอง มีความเพิ่มดีกรีความดุเดือดขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ดันมาจบลงที่ภาคสามในรูปแบบหนังตลกแบบสุดๆ เข้าใจว่าคงอยากให้ออกมาเกรียนๆขำๆแบบ Guardians of The Galaxy แต่กลับไม่ลื่นไหลเท่าไรหรือ Flow ในความตลกได้เท่า ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีนะ แต่แค่ไม่คิดว่ามันจะมา Way นี้ได้ขนาดนี้เท่านั้นเองถ้าเปรียบเทียบกันแล้วคงต้องบอกว่า Guardians of The Galaxy อาจจะทำได้ดีกว่าในเรื่องนี้ แต่ถ้าถามว่าหนังสนุกไหม ตอบเลยว่า สนุกมาก ไม่แย่เลย และถ้าถามว่า..แล้วเนื้อหาละ? เนื้อหาอาจจะไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยหน่วยเท่ากับความสนุกเท่าไร เนื้อหาของภาค Ragnarok นี้ อาจไม่มีเหตุการณ์หรือการพูดถึง Ragnarok เหมือนดังชื่อเรื่องนัก เรียกได้ว่าแทบไม่มีการพูดถึงหรือโดดเด่นตามชื่อที่เอามาตั้งชื่อเรื่องเลยสักเท่าไร แต่เป็นเพียงจุดสำคัญของเรื่องเท่านั้น ใครที่หวังจะเห็นเหตุการณ์การ Ragnarok แบบสาแก่ใจ หรือการSurvive จาก Ragnarok คงไม่มีนะจ๊ะ



ส่วนในเรื่องของการดำเนินเรื่องนั้น การดำเนินเรื่องถือว่าเดินเรื่องได้รวดเร็วดีไม่ เยิ่นเย้อ หรือออกทุ่งมากออกทะเลไปไกลมาก กระชับและทำให้คนดีลื่นไหลไปตามเนื้อเรื่องได้อย่างเรื่อยๆ โดยที่ไม่อยากลุกออกไปห้องน้ำ หรือเนือยจนอยากนอนหลับ ต้นเรื่องมีการเล่าได้อย่างกระชับและเจอกับ Hela พี่สาวสุดโหดอย่างรวดเร็วและเกิดเหตุร้ายจนต้องผลัดกันไปที่ GrandMaster จากการหนีพี่สาวสุดโหด ดินแดนที่จับพวกเอเลี่ยนให้มาต่อสู้กัน Thor และ Loki ต้องติดอยู่ที่นั้น และโดนจับให้เป็น Gladiator อย่างไม่เต็มใจ และต้องถูกเดิมพันด้วยชีวิต โดยการต้องชนะเท่านั้น มิฉะนั้นก็ต้องตายอย่างเดียวใน GrandMaster  แห่งนี้ แต่เจ้า Loki ร้อยเล่ห์หลายเล่มเกวียน เขามาถึงดินแดนนี้ก่อน Thor หนึ่งอาทิตย์หลังจากผลัดกัน แน่นอนเขามาที่นี่อย่างไม่เต็มใจ แต่เขาเอาใจเจ้าตัวหัวหน้าดินแดนนี้จนได้รับสิทธิพิเศษ ต่างจาก Thor ที่หยิ่งในศักดิ์ศรีและไม่ยอมทำตามความช่วยเหลือและกลอุบายของน้องตามคำแนะนำเมื่อเจอกันที่ GrandMaster นั้นอาจเนื่องจากการที่ Loki น้องชายตัวแสบไม่อาจสลัดนิสัยแย่ๆที่ชอบหักหลังพี่ชายได้มาโดยตลอดทำให้เขาไม่อาจไว้ใจน้องได้อีกครั้ง และด้วยความโกรธของ Thor ที่โทษว่าน้องเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พ่อต้องมาถึงจุดนี้และจากพวกเขาไป เพราะ Loki ล้วนๆ มันจึงทำให้ Thor ไม่อาจจับมือกับ Loki ได้ในช่วงแรกๆและกลางเรื่อง แต่สุดท้ายการกลับไปช่วย Asgard ให้รอดจากน้ำมือพี่สาวสุดโหด Hela ก็หนีไม่พ้นที่ต้องมีการหาคนและการรวมทีม สุดท้ายเขาก็ต้องจับมือกันแบบจำใจเบาๆ โดยอาจไม่มีความบริสุทธิ์ใจจาก Loki 100% นักอยู่ดี ฮ่าๆ ร้ายจริงๆ แต่อย่างไรมีเพียงแค่พวกเขาสองคนเท่านั้นที่ช่วยกันได้เชื่อว่าอย่างนั้น เราจะได้เห็นความสัมพันธ์ Love and Hate  แบบเบาๆเอ๊ะหรือไม่เบาของพี่น้องสองคนนี้มากขึ้น ถึงแม้ Loki น้องชาย ถึงแม้จะไม่ใช่ในสายเลือดแต่เขาก็เติบโตและรักกันมาแต่เด็ก แต่ด้วยความอิจฉาของ Loki มันทำให้พวกเขามิอาจรักกันได้เหมือนเก่าจากคดีภาคเก่าๆเราคงรู้ดี ถึงแม้ Loki จะทำตัวเหมือนว่าอิจฉา คอยหลอกลวงพี่ชายตลอดเวลา และพี่ชายก็ให้อภัยแล้วอภัยอีก ไม่รู้จักจำนัก แต่หลังๆเริ่มฉลาดขึ้นละ ฮ่าๆ แต่อย่างไรพวกเขาก็ถวิลหากัน ใช้คำนี้ได้ไหม ฮ่าๆๆ ตัดกันไม่ขาดและต้องคอย support กันในท้ายที่สุด เพราะความรักแบบพี่น้องและความผูกพันของพวกเขาไงละ มีคำหนึ่งที่ Loki พูดในเรื่องว่า “เมื่อพ่อตาย เราสองคนก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน”  ประโยคนี้เหมือนจะเป็นประโยคที่อยู่ในใจ และเป็นคำถามของ Loki แต่เราคิดว่าในใจ Loki ไม่ได้ต้องการเป็น คนแปลกหน้าไปจาก Thor แต่เป็นเพียงเด็กน้อยที่ร้องเรียกหาความอบอุ่นจากพี่และไม่อยากจากไปไหนมากกว่า ส่วน Hela (รับบทโดย Cate Blanchette)ถือเป็นความสมบูรณ์แบบของเรื่องถึงแม้จะไม่ได้ออกหลายฉากมากมายขนาดนั้นแต่เมื่อออกทีก็ปังมาก ถ้าพูดถึง Character นั้นถือว่ายอดเยี่ยมพร้อมได้ Cate Blanchette นักแสดงมากความสามารถที่แสดงมาต่อหลายเรื่องเช่น The Curious Case of Benjamin Button ,The Lord of The Rings มาเล่น เรียกได้ว่าเหมาะสมกับเรื่องนี้จริงๆ เพราะดูน่าเกรงขาม และหลอนในเวลาเดียวกัน (ถ้ามีพี่สาวแบบนี้ โผล่ก็คงหลอนใช่ไหมละ ฮ่าๆ) แต่คนที่อยากขอตบมือให้ out standing สุดๆในเรื่องและแสดงออกมาได้ดี ดูแล้วสามารถเข้าถึงบทบาทได้เป็นอย่างดี นั้นคือตัวละครแม่สาว Valkyrie (รับบทโดย Tessa Thompson) ถึงเราจะไม่ทราบชื่อเจ้าหล่อนมาตลอดทั้งเรื่อง แต่เราก็ทราบว่าเธอเป็นอัศวินหนึ่งในตำนาน Valkyrie ที่คอยออกไปปราบ Hela เทพแห่งความตาย ทุกครั้งเมื่อ Hela พยายามจะแหกคุกดินแดนที่ตนถูกเนรเทศไป ความมีสเน่ห์ของตัวละครนี้ถือว่ามีอย่างล้นหลามในเรื่องนี้ มีความ Tomboy ห้าว เข็มแข่งและแข็งแกร่ง เราชอบมากที่เขาเลือกสาวผิวสีมารับบทนี้ ซึ่งดูโดดเด่นอย่างมีพลังมาก พร้อมกับใบหน้าที่เป็นเอกลักษณ์และสวยอย่างมีสไตล์ และการแสดงพร้อมบุคลิกของเธอทำให้เราเชื่อได้จริงๆว่าเธอเป็นคนเก่งและเป็นนักรบมาก่อนจริงๆ และดูสามารถเข้าขากับทุกคนได้ดี โดยเฉพาะตอนท้ายกับ Thor เอ๊ะแอบคิดเหมือนกันว่าจะเป็นคู่จิ้นคู่ใหม่หรือเปล่าด้วยซ้ำ สุดท้ายจะไม่พูดถึงไม่ได้ นั้นคือพี่เบิ้มพี่ใหญ่ของเรา The Hulk (รับบทโดย Mark Ruffalo) กว่า 90% เราจะเห็นแต่พี่ Hulk ในเรื่องนี้และคอยเป็นสีสันให้กับทุกสิ่งเพื่อเรียกเสียงหัวเราะซึ่งทำได้ดี ความน่ารักสมองกลวงซึ่ง Contrast สุดขั้วกับ Bruce Banner ร่างจริงของเขา ทำให้ใครต้องปั่นป่วนมากมาย นี่แหละคือจุดขายของ Hulk ถึงแม้ว่าจะมีตอนกลับคืนร่างจริงเป็น Bruce Banner จะกลับร่างมาได้สั้นๆ ก็ยังเรียกเสียงหัวเราะให้คุณผู้ชมได้เยอะอยู่ดี ด้วยความตื่นตระหนกและลุกลี้ลุกลน บอกเลยก็ยังน่ารักเหมือนเดิม



ส่วนเรื่องการตัดต่อทำได้ดีตามมาตรฐาน  Marvel รวมไปถึง CG  ไม่มีตกหล่นบกพร่องอะไรทั้งสิ้น เหมาะสมและเนียนกริบทุกซีน แต่จะมีขัดใจตอนซีน พ่อ Odin ตอนมองทะเลก่อนจะสิ้นชีวี ฯลฯ ที่เป็นฉากนั้นที่คอย Flashback หรือ Montage ขึ้นมาตลอดเรื่องในหัว Thor อันนั้นคงเป็นอันเดียวที่รู้ยังไม่เนียนและค่อนข้างขัดใจ การจัด Position และภาพยังดู Jerk หรือตลกเล็กน้อย ในช่วงที่ Thor คิดว่าตัวเองคงใกล้จะตายแล้วในฉากต่อสู้ Gladiator กับ Hulk แล้วก็มีภาพพ่อยืนอยู่ตรงหน้าผาทะเล แว๊บเข้ามาในหัวพูดคุยกับเขา เป็นภาพที่ประหลาดชอบกล ไม่ได้ประหลาดอย่างมีสไตล์ แต่เป็นประหลาดแบบดูคิดน้อยไปนิดนึง หรือรีบทำหนอเลยออกมาประมาณนี้ ดูแล้วขัดใจมากทั้งท่ายืนและภาพ ซึ่งคิดว่าน่าจะทำให้ดีและดูละมุนได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ นอกจากนี้ไม่มีอะไรที่ติดหรือน่าติดแล้วถือว่าทำได้ดีมากโดยภาพรวมทั้งหมดไอ้อรรถรสสุดๆค้า



สรุปแล้วภาคนี้ทำได้ดี สนุก ตลก เฮฮา แต่ถ้าใครที่คาดหวังอยากจะดูความเข้มข้น หรือความซีเรียสของเนื้อหา สงครามอันบ้าคลั่ง หรือความพีคอะไร ภาคนี้อาจไม่มีให้เลย ภาคนี้เหมือนเป็นภาคผ่อนคลายจาก  Marvel เรื่องหนึ่งที่ทำให้คนดูอมยิ้มหัวเราะสนุกไปด้วยกัน มีแต่ความตลกและความเกรียณให้ได้ชมเกือบทุก 10 นาที หรืออาจจะถี่กว่านั้น แต่ใครที่ถามหาความสนุก คลายเครียด และความสำราญพร้อมอรรถรสแบบจัดเต็ม เรื่องนี้ตอบโจทย์คุณมาก มีแฟนพาแฟนไปดู มีครอบครัวพาครอบครัวไปดู มีเพื่อนมาเพื่อนไปดู รับรองคุ้มค่าค่ะ คอนเฟิร์มเลย
 

 
Photo source : www.imdb.com
รีวิว
อรภา พิชัยกุล
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ภาพยนตร์เรื่องนี้ สามารถใช้ชื่อแบบเชยๆ ได้เลยว่า “ชู้รักราชินี” เพราะเนื้อหาของหนังบอกเล่าไปในทำนองนั้น   แต่จริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้มีอะไรมากกว่าแค่เรื่องที่ว่า
 
หนังแนว Thriller เรื่องนี้เล่นประเด็นความแตกต่างของสีผิวมาเป็นแกนหลัก โดยเดินเรื่อง แบบหนังเขย่าขวัญ  ที่โลกของคนขาวเอาเปรียบและเหยียดหยามคนดำอย่างชัดเจน