OPINION

“เจาะจมูก” เสี่ยงขั้นอัมพาต

สุเทพ ศรีสมุทร์
26 ก.พ. 2562
แฟชั่นมักมาพร้อมกับกาลเวลาและยุคสมัย ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านส่งผลให้แฟชั่นเปลี่ยนแปลงและต้องปรับตัวตาม หนึ่งในแฟชั่นที่อยู่คู่กับมนุษย์มานานนั่นคือ วัฒนธรรมของการเจาะ เริ่มต้นที่การเจาะหู เมื่อเกิดแนวเพลง แฟชั่นก็จะตามมา เริ่มมีการเจาะคิ้ว, ปาก เจาะลิ้น ตามแฟชั่นแนวเพลง หรือที่ฮิตกันในกลุ่มหนุ่มสาวมานานจนปัจจุบันนั่นคือ การเจาะจมูก



เป็นค่านิยมที่มีต้นแบบมาจากศิลปิน นักร้อง ดารานักแสดงต่างประเทศที่ค่อนข้างมีอิทธิพลกับคนหมู่มาก การเจาะตามร่างกายก็เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่คนอยากจะทำตาม อยากจะมี หรืออยากจะเป็นแบบศิลปินต้นแบบ แต่อย่าลืมไปว่า ทุกครั้งของการสักหรือเจาะนั้น ในรายที่ไม่มีโรคประจำตัวหรือกระบวนการเจาะสะอาด ผ่านกระบวนการทางการแพทย์ก็มักจะราบรื่นไร้อุปสรรค แต่ก็มีข่าวออกมาให้เห็นมากมาย ว่าบางรายเจาะจนหูเน่า ปากเน่า หรือแม้แต่ติดเชื้อจนมีภาวะแทรกซ้อนตามมามากมาย จากแรกเริ่มที่ต้องการจะหล่อสวย ต้องจบลงด้วยการรักษาตัวอย่างยาวนาน



ยกตัวอย่างเคสหนึ่งที่เกิดขึ้นจริงในสาวสวยวัย 20 ปี เลย์ ดิแอส นักศึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลและผู้ซึ่งกำลังจะฉลองสำหรับโอกาสการฝึกงานครั้งแรก เลย์ ดิแอส ผู้ที่กำลังจะเสพความสุขจากการมีชีวิตที่ดีครั้งใหม่แต่เทอกลับโดนประวัติศาสตร์สุดเลวร้ายตอบแทน เรื่องราวมีอยู่ว่า เลย์ ดิแอส กับในวันศุกร์เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ในงานปาร์ตี้ฉลองกับเพื่อนๆ ในกรุงบาซีเลีย ประเทศบราซิล เพื่อฉลองความสำเร็จของเธอ เธอกำลังจะเริ่มฝึกงานในวันจันทร์ แต่ทว่าเธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหลังและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เธอจึงตัดสินใจไปโรงพยาบาล แต่กลับตรวจไม่พบความผิดปกติใดๆ กระทั่งวันศุกร์เธอรู้สึกหมดความรู้สึกตั้งแต่ช่วงขาลงไป และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลฉุกเฉิน และดูเหมือนว่าเธอจะเจอเข้ากับโรคปริศนาที่แพทย์ก็ยังไม่สามารถวินิจฉัยได้ในตอนนั้น หลังจากที่เธอเข้ารับการตรวจเพิ่ม พบว่าเธอมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด สันนิษฐานว่าเข้าข่ายกลุ่มอาการกิลแลงบาร์เร ซึ่งเป็นโรคภูมิต้านทานตนเอง เกิดจากการอักเสบเฉียบพลันของเส้นประสาทหลายเส้น อาจร้ายแรงถึงขั้นอัมพาต

ก่อนหน้านี้ เลย์ ดิแอส เธอได้เจาะจมูกมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ครั้งล่าสุดนี้มีเลือดออกเล็กน้อย ไม่กี่สัปดาห์หลังเจาะครั้งล่าสุด จมูกเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง จากนั้นเธอก็เริ่มมีไข้ จนกระทั่งเธอเริ่มทราบว่า ใต้ผิวหนังของเธอมีกลุ่มแบคทีเรีย สแตปฟิโลคอคคัสออเรียส ซ่อนอยู่ภายในโพรงจมูก เชื้อนี้มีความอันตรายอย่างแสนสาหัสหากเข้าไปสู่กระแสเลือดสำเร็จ แต่ไม่พบบ่อยนักอาจเป็นบางกรณีไป แต่สำหรับ เลย์ ดิแอส เธอสูญเสียความสามารถในการใช้ขาไปซึ่งนั่นนับว่าหนักเอาการ
           


ผลที่ตามมาจากนั้นเธอเข้าผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อเอาน้ำหนองกว่า 500 มิลลิลิตร ที่กดทับกระดูกสันหลังของเธอ และใช้เวลารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลกว่า 2 เดือนเต็มบวกกับโรคแทรกซ้อนตามมามากมาย หลังจากที่หมอบอกกับเธอว่า โอกาสที่เธอจะกลับมาเดินได้ มีเพียง 50/50 นั่นทำให้เธอเสียใจเป็นอย่างมาก และยืนยันจากศัลยแพทย์มาแล้วว่า กรณีของเธอ แม้จะพบได้ยากแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วมีความเป็นไปได้สูงว่ากรณีนี้เกิดขึ้นระหว่างการ “เจาะจมูก”



เลย์ ดิแอส ตัดสินใจเปิดเผยเรื่องราวความพิการของเธอครั้งแรก ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมกับโพสต์ภาพทุกช่วงเวลาที่เธอลำบาก ซึ่งโพสต์ของเธอได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ภายในเวลาไม่กี่วันมีผู้ติดตามเพิ่มถึง 20,000 ราย แต่ เลย์ ดิแอส ยืนยันว่า เธอไม่ได้ออกมาพูดเพื่อให้คนอื่นกลัวการเจาะจมูก แต่อยากให้ใช้ความระมัดระวังและต้องทำให้แน่ใจว่าผิวหนัง จิวจมูก หรือแม้แต่อุปกรณ์ทุกชิ้นที่ใช้ในการเจาะ จะต้องได้รับมาตรฐานการรองรับ และมั่นใจว่าต้องสะอาดปลอดเชื้อ มิเช่นนั้นหากเราประมาท กรณีศึกษาของ เลย์ ดิแอส อาจจะเป็นกรณี “เสี่ยง” ที่จะเกิดกับใครก็ได้

อ้างอิง : BBC NEWS/ BRAZIL
About the Author
สุเทพ ศรีสมุทร์ (โจ)
ชายหนุ่มผู้ที่เคยคิดปลิดชีวิตตัวเอง กลายเป็นคนที่มีชีวิตเพื่อตัวเองและผู้อื่น จากเด็กที่โดนปฏิเสธทุกโอกาสในการแสดงความสามารถ เริ่มสร้างทุกโอกาสให้ตัวเอง ปัจจุบันบทบาทของเขาคือ Creative ใน Johjaionline
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
การย้ำคิดย้ำทำ วิเคราะห์แล้ววิเคราะห์อีกกับความล้มเหลวในอดีต ไม่ได้ช่วยให้คนเราเรียนรู้อะไรได้มากนัก

บางอย่างไม่แน่ว่าจะได้หรือไม่ คนเรากลับถือว่าสิ่งนั้นมีค่ามากกว่า ถึงแม้ว่าของที่ว่านั้น จริงๆแล้วอาจไม่ได้มีความหมายมากมาย