OPINION

เรายอมรับความรักที่เราคิดว่าเราคู่ควร…ทำไม?

วิรดา คูหาวันต์
30 มิ.ย. 2560
“มันบ้ารึเปล่า คนดีๆมีเยอะแยะก็ไม่รัก  ไปรักไอ้เลวนั่นทำไม”

สิ้นเสียงสนทนา (หรือควรเรียกว่าเสียงนินทาถึงจะถูก) ของเพื่อนตุ๊ดวัยสามสิบของฉันที่เพิ่งวางสายไป หลังโทรมาโวยวายระบายเรื่องเพื่อนสาวอีกคนของเราที่ยังไม่ยอมเลิกกับแฟนหนุ่มสุดห่วยที่เลวน้อยกว่าฆาตกรต่อเนื่องนิดนึงของเธอ ที่ในครั้งนี้เป็นการนอกใจเพื่อนสาวของเราเป็นครั้งที่แปด!

ทำให้ฉันก็นึกถึงประโยคหนึ่งในหนังที่ฉันรักมากตลอดกาลอย่าง The perks of being a wallflower  ขึ้นมาทันที ในตอนที่ชาร์ลี พระเอกผู้เปี่ยมไปด้วยปมชีวิตในวัยเยาว์ ถามครูของเขาว่า

“Why do nice people choose the wrong people to date”?

“ทำไมคนดีๆถึงได้เลือกคนผิดมาเป็นคู่เดท”? …..และคุณครูของเขาก็ตอบว่า

we accept the love we think we deserve”

“เรายอมรับความรักที่เราคิดว่าเราคู่ควร”

อะไรทำให้คนดีๆยอมทนอยู่กับคนที่ไม่เอาไหน… นอกเสียจากว่า “เขา” หรือ “เธอ” ผู้นั้นจะคิดว่า นี่คือความรักที่คู่ควรกับตัวเองนี่เป็นเหตุผลที่น่าสนใจสำหรับฉัน

เพราะจากประสบการณ์ที่เห็นความดักดาน เอ๊ย! ดื้อด้าน อุ๊ย! (ไม่รู้จะสรรหา adjective ที่ตรงกว่านี้ได้ยังไงละ ) ของคนรอบตัว ฉันพอจะทึกทักได้เลยว่า มีคนอยู่สองประเภทหลักๆที่ “เลือก” จะให้ตัวเองมีชีวิตแบบนี้

ประเภทแรกคือพวกที่สยบยอมต่อชะตากรรม ด้วยคิดว่าที่ได้รับ ล้วนเป็นสิ่งที่ “ดีพอแล้ว” เป็นคนประเภทผ่านมรสุมชีวิตมาเยอะ เก็บซ่อนความรู้สึกและปมมากมายในก้นบึ้งจิตใต้สำนึก ซึ่งถ้าว่ากันตามทฤษฎี Self-Efficacy Theory (ทฤษฎีว่าด้วยการรับรู้ความสามารถของตน ของ Bandura นักจิตวิทยาชาวแคนาดา)  ก็ถือว่าคนประเภทนี้ มี Self- Esteem และ Self-Efficacy หรือการรู้คุณค่าและประเมินความสามารถในตัวเองในระดับที่ “ต่ำ” ซึ่งเป็นปัญหาอันเกิดจากพัฒนาการทางสังคมที่ไม่สมบูรณ์ ประสบการณ์ด้านลบในอดีต หรือบาดแผลทางใจที่ฝังลึก จนทำให้ไม่สามารถ “รับรู้” ความสามารถ คุณค่า และศักยภาพที่มีของตนเองได้

และด้วยการที่ประเมินตัวเองต่ำนี่เอง คนประเภทนี้เลยไม่คิดว่าตัวเองจะมีคุณค่าอะไรไปคู่ควรกับคนดีๆ ทำให้คิดว่า ได้ไอ้คนเพี้ยนๆพังๆเหมือนกันนี่แหละ เหมาะสมกันแล้วที่สุดแล้ว ธรรมชาติคัดสรร ธรรมะจัดสรร อะไรทำนองนั้น ถ้าผ่านหรือแก้ปัญหาตรงนี้ไปไม่ได้ก็มีโอกาสที่ทั้งชีวิตจะเปิดรับแต่คนไม่ดีเข้ามา เป็นที่ระอาติฉินนินทาของเพื่อนและคนรอบข้างต่อไป …ว้าย! จะดีเหรอ



ประเภทที่สองนี่เค้าเรียกกันว่า Cinderella complex หรือว่าปมซินเดอเรล่าดีๆนี่เอง โดยมี Colette Dowling เป็นคนแรกที่พูดเรื่อง Cinderella complex ขึ้นมา  โดยคนที่มีปมนี้ ชอบที่จะพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ดราม่า หรือความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคง อาจจะเคยฟินแบบสุดๆกับการดูซินเดอเรล่าถูกรังแกในวัยเด็ก หรือแฟรี่เทลเรื่องอื่นๆ ที่สุดท้ายแล้วก็แฮปปี้เอ็นดิ้งกับเจ้าชาย เลยพอใจที่จะเป็นฝ่ายถูกกระทำ เพื่อจะได้รับการสนใจ และปลอบใจจากคนรอบข้าง  จะรู้สึกดีเวลาที่คนอื่นๆแสดงความเป็นห่วง เลย “เลือก” ที่จะรักษาพื้นที่คอมฟอร์ตตรงนั้นไว้ ไม่ยอมพาตัวเองออกมาจากลูปของการโดนทำร้ายจิตใจเสียที เพราะกลัวว่าจะไม่ได้รับความห่วงใย ความสนใจเท่าเดิม

วิธีที่จะช่วยเพื่อนที่มีปมซินเดอเรล่านี้ ฉันแนะนำให้ร่วมมือกัน “วางเฉย” อย่าไปปลอบ ไปโอ๋ไปโอบอุ้มให้เคยตัว แค่ทำนางให้รู้ว่ามีคุณอยู่ข้างๆเขา ไม่ทิ้งไปไหนก็พอ

แล้วรถฟักทอง รองเท้า และเจ้าชาย ก็จะค่อยๆหายไปจากชีวิตนางเอง!

คนดีๆจะได้พลัดหลงเข้าไปในชีวิตเพื่อนคุณบ้างซะที
 



อ้างอิง https://www.uky.edu/~eushe2/Bandura/Bandura1977PR.pdf
About the Author
Creative ที่วันๆคิดเรื่องการดำน้ำมากกว่าเรื่องงาน ชอบอ่านข่าวและบทความเวลาขับถ่าย สนใจเรื่องพฤติกรรมมนุษย์และจิตวิทยา เคยพาตัวเองไปชดใช้กรรมที่อินเดียอยู่ 1 ปี และตอนนี้กำลังเรียนไวโอลิน ขี่ม้า ตามรอยดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คุณจะตั้งหน้าตั้งตาวิ่งเป็น ยูเซน โบลต์ กำลังชิงเหรียญทองโอลิมปิก หรือจะวิ่งหนีสะเปะสะปะไม่มีจุดหมายไม่ได้  ที่คุณต้องทำคือหาอาคารร้างบ้านเก่า กระท่อมกลางป่ายาง ฯลฯ ให้เจอ แล้วพาตัวเองเข้าไปหลบภัยอยู่ในนั้น
ถ้าความมั่นคงในชีวิต กองทุนสะสม สวัสดิการ และสเตทเมนท์ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการเลยล่ะก็ คุณกดเข้ามาถูกลิงก์แล้ว และเรารับประกันเลยว่าหากคุณทำตามคำแนะนำต่อไปนี้ของเรา งานประจำไม่มีทางได้ครอบงำคนรักอิสระอย่างคุณเป็นแน่  เพราะสิ่งที่เรากำลังจะบอกคุณต่อไปนี้ คือ 12 ข้อปฏิบัติของการสัมภาษณ์งานอย่างไร ให้ไม่ได้งาน!