OPINION

เมื่อภาระหน้าที่ของตัวเองทำให้เราต้องห่างกันไกลบ้าน และ ครอบครัว....

ธิดาวรรณ ลอดภัย
16 ส.ค. 2561
ครอบครัวเป็นคำที่ให้ความรู้สึกว่าอบอุ่น มีความใกล้ชิดกัน เราอยู่ด้วยกัน เรามีสายเลือดเดียวกัน แต่ถ้าวันหนึ่งเรา ครอบครัวกับตัวเราต้องห่างกัน
 
เราเป็นเด็ก ม.ปลาย ที่กำลังจะเติบโตขึ้นอีกขั้น คือการเข้ามหาวิทยาลัยที่ต้องออกมาใช้ชีวิตไกลบ้านและต่างที่ เราเป็นเด็กที่ติดบ้านและครอบครัว ทุกเย็นหลังจากกลับจากโรงเรียนเราก็ได้เจอกัน กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว แต่เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยเรากับต้องปรับตัวมากขึ้นจากที่จะต้องพบเจอกินข้าวกับคนในครอบครัว ก็ต้องไปกินกับเพื่อนๆซึ่งก็มีความสุข แต่ก็ไม่สุขเท่าฝีมือพ่อที่บ้านแต่ก็เป็นความห่างในระยะสั้นๆที่ใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย แล้วถ้าวันหนึ่งเราต้องห่างเพราะการทำงานไกลบ้านละเราจะคิดถึงคนที่บ้านขนาดไหน...
 
บ่อยครั้ง....ที่เราเหนื่อยล้าจากการเรียน หรือการทำงาน จนทำให้อยากกลับบ้านไปเจอหน้าพ่อ หน้าแม่ แต่ด้วยภาระหน้าที่เราก็ต้องเรียน หรือหน้าที่การงาน มีธุระให้ต้องจัดการสะสางก็ตาม ก็ได้แต่โทรหาอย่างเดียว แม่เคยบอกฉันว่า “สมัยนี้โชคดีแค่ไหนที่มีการสื่อสารที่ง่าย หากเป็นสมัยก่อนก็คงส่งจดหมาย แต่กว่าจะได้รับหรือการตอบกลับมาใช้เวลานาน” และในหลายๆครั้ง ที่มีวันหยุดตามเทศกาลที่ทำให้พลาดโอกาสสำคัญที่ส่วนใหญ่นิยมรวมญาติ มาเฮฮา สังสรรค์ หรือทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

แต่ ณ ปัจจุบัน เทคโนโลยีก้าวล้ำ ทำให้การติดต่อสื่อสารง่ายขึ้น เป็นช่องทางในการสื่อสาร เพียงแค่ไม่กี่นาที เราสามารถเจอครอบครัวได้ทันที โดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวเชื่อมหัวใจ จะได้ไม่ทำให้รู้สึกว่าอยู่ห่างไกลครอบครัว โดยเทคโนโลยีส่งต่อความรักมีแบบไหนบ้าง
 


วิดีโอคอล...ส่งรัก
ปัจจุบัน มือถือส่วนใหญ่ก็มี 2 กล้อง ทั้งหน้าและหลังอยู่แล้ว เวลาวิดีโอคอลก็เลยไม่มีปัญหา ไม่ว่าทางบ้านจะมีกิจกรรมอะไร สนุกสนาน หรือซาบซึ้งกันมากค่ไหน เราก็สามารถคุยกันผ่านด้วยวีดีโอคอล  แค่ได้เห็นหน้าเพียงหนึ่งนาที เราก็ยิ้มแก้มปริได้

 
 
โทรผ่านแอปฯ ให้หายคิดถึง
เพื่อไม่ให้งงกับการใช้วิดีโอคอล เพราะแอพพลิเคชั่นหลายๆตัวอย่างเช่น Facebook , Line สามารถโทรฟรีผ่านอินเทอร์เน็ตและในการโทรผ่านแอพจะไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ว่าคุณจะอยู่ในประเทศ หรือต่างประเทศ ก็ยังสามารถสนทนากับคนในครอบครัว และเพื่อนๆ ได้เหมือนเดิม แค่ยกมือถือขึ้นมากดหาคนที่คุณคิดถึง
 

 
แชต…บอกต่อความห่วงใย
ถือเป็นวิธีบอกคิดถึงคลาสิกที่สุดในยุคนี้ ถ้าต้องอยู่ไกลกัน หรือแม้มีเวลาไม่มากก็ส่งต่อความคิดถึงด้วยอักษรไปถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ หรือจะส่งภาพรายงานตัว บอกเล่าเรื่องราวชีวิตก็เก๋ไปอีกแบบ คนปลายทางจะได้มีรูปไว้ดูแก้คิดถึง

แม้ระยะทางจะห่างไกลจนบางครั้งไม่ได้ติดต่อกันหรือนานๆจะได้เจอกัน แต่เมื่อเราได้เจอ เราก็ยังยิ้มได้กับครอบครัวของเรา แม้ตัวจะไกลห่าง แต่ใจเราก็ใกล้กันเสมอ
About the Author
นักศึกษาฝึกงาน ที่สนใจเรืองราวที่เกิดขึ้นกับปัจจุบัน ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงอยากถ่ายทอดเรื่องราวที่พบเจอหรือที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ผู้คนโดยมากมักมีความเข้าใจที่ว่า ถ้าคุณไม่มีทิฐิเลยคุณจะชีวิตในสังคมอย่างเป็นที่รักและมีความสุข แต่ต้องไม่ลืมนะ ว่าคุณก็ต้องมีความมั่นใจและรักในตนเอง หรือมีทิฐิสูงบ้าง ถึงจะมีแรงทำอะไรหลายๆอย่างในชีวิต ไม่ใช่เอาแต่มองคนที่ประสบความสำเร็จ แล้วก็มีเสียงในใจว่า เราไม่มีวันทำได้อย่างเขา 
เรามักเอา finished good ของคนอื่นที่เสร็จแล้ว เป็น benchmark  และเอา work in process ที่กำลังทำของเราไปเปรียบเทียบ  ซึ่งย่อมไม่ถูกตรรกะ ผลคือ รู้สึกท้อกับงานที่ทำอยู่ และ หรือไม่ก็ถอดใจไปเลย