OPINION

เช็ก 10 ข้อ คิดดีแล้วหรอที่อยากเป็นฟรีแลนซ์

JAZZYKWANG
20 มี.ค. 2561
ไม่รู้ว่าเป็นกระแสหรืออยากจะเป็นกันจริงๆ กับสถานะการทำงานที่เรียกว่า ฟรีแลนซ์ หรือที่ในใบกรอกจะเขียน
กันไว้ว่า อาชีพอิสระ ความเป็นมาของสถานะแบบนี้ เราไม่แน่ใจจริงๆว่าใครเป็นผู้ริเริ่มขึ้นมา แต่ในทุกวันนี้หัน
ไปถามเรื่องการงานกับใคร ก็มีแต่คำพูดที่ว่า “เราอยากลาออก” “เราอยากเป็นฟรีแลนซ์” พอได้ฟังแบบนี้เลย
อยากจะเล่าจากหัวอกฟรีแลนซ์ให้ได้รู้กัน ว่ามันไม่ได้สวยหรูอยู่ร้านกาแฟอย่างที่ใครคิดเลย ใครนิยามอะไร
แบบนั้นน่าจับมาตีเสียจริงๆ

ก่อนอื่นต้องเล่าแบบย่อๆกันก่อนว่า ทุกวันนี้ตัวผู้เขียนเองอยู่ในสถานะฟรีแลนซ์มาหลายปี เจอผู้คนและ
สถานการณ์ต่างๆมาประมานหนึ่งที่คิดว่าพอจะแชร์ในบทความนี้ได้ ซึ่งทั้งหมดที่ทุกท่านจะได้อ่านนี้ อาจไม่ได้
เกิดขึ้นกับทุกคน แต่ก็มั่นใจว่าฟรีแลนซ์ส่วนมากก็น่าจะเจอกับเหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้กันมาบ้าง

ฟรีแลนซ์ กับ พนักงานประจำ ตัวผู้เขียนได้อยู่มาทั้งสองสถานะมาเป็นที่เรียบร้อย ข้อดีข้อเด่นต่างกัน สิ่งที่จะนำ
มาวัดว่าอะไรดีกว่ากัน นั่นอาจจะต้องเป็นปัจจัยรายบุคคลไป เพราะทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับการมองอนาคตของตัว
เอง รวมถึงไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เพราะฉะนั้นเราจะตัดสินไม่ได้ว่าอะไรดีกว่าอะไร จนกว่าเราจะได้รู้ว่าคนๆนั้น
มองอนาคตของตัวเองไว้อย่างไร แล้วอะไรที่ใช่และดูซัพพอร์ทให้ไปในทิศทางนั้นได้ นั่นก็น่าจะเป็นคำตอบได้ดี

เกริ่นกันมาพักใหญ่ ว่าแล้วก็ขอเริ่มกันเป็นข้อๆให้ลองเอาไปสำรวจตัวเองว่า คุณคิดดีถี่ถ้วนแล้วใช่ไหมที่อยาก
เป็นฟรีแลนซ์ ไม่ได้อยากไปตามกระแสจริงๆนะ

1.รับได้ไหมถ้าเดือนหน้าจะไม่มีรายได้เข้ามา
แค่ข้อแรกก็ถึงกับจุกกันเลยทีเดียวกับการไม่มีเงินเข้ามาในบัญชี ขนาดเป็นพนักงานประจำได้เงินเป๊ะๆทุกเดือน
ยังไม่เหลือใช้ แล้วการที่จะพาตัวเองมาอยู่ในสถานะที่ไม่แน่นอนมากๆ คาดเดาอะไรไม่ได้ นี่จึงเป็นสิ่งที่คุณต้อง
วางแผนชีวิตไว้ให้ดี ทั้งเงินสำรอง บัตรเครดิต หนี้สิน ภาระที่ต้องจ่าย และความรับผิดชอบที่อาจจะมองไม่เห็น
ในวันนี้ มีอะไรปูดหรือฉุกเฉินขึ้นมา จะเอาเงินจากที่ไหน ตอบข้อนี้ให้ได้ก่อน

2.ไม่มีการเข้างานสายอีกต่อไป
ฟังดูเหมือนจะดี แต่จะดีจริงๆหรอถ้าวันนี้ไม่มีใครมาบังคับเราให้เข้างานในเวลาสิบโมงเช้า เลิกงานหกโมงเย็น
ข้อนี้จึงต้องอาศัยวินัยของคุณเป็นอย่างมากที่สุด คิดเล่นๆว่าถ้าวันไหนตื่นสาย งานที่ทำก็จะเลทไปเรื่อยๆจนต้อง
จบงานข้ามวัน แต่ถ้าวันไหนตื่นเช้าและรักษาเวลาได้ การทำงานตลอดทั้งวันก็จะเป็นไปอย่างมีระบบ ถึงเวลาก็
เลิกงานได้หกโมงเย็นได้อย่างคนอื่น จัดระเบียบวินัยในเรื่องเวลากับตัวเองได้หรือไม่ในวันที่ไม่มีใครมาบังคับ
ถามตัวเองดูนะ

3.รู้จักคำว่าคอนเนคชั่นหรือเปล่า
เราว่าข้อนี้สำคัญมาก เพราะการที่จะออกมาเป็นฟรีแลนซ์ เราสังเกตจากหลายๆคนจะเป็นที่รู้จัก หรือรู้จักคนมาก
พอสมควรที่จะเป็นปากต่อปากบอกผลงานของเขาได้ ประเภทที่รู้จักคนน้อยๆ วันๆไม่เข้าสังคม ชอบอยู่คนเดียว
ไม่อยากรู้จักใคร ก็ไม่ใช่ว่าจะทำงานตรงนี้ไม่ได้นะ แต่อาจจะสนุกเท่ากับคนที่อยู่ในวงกว้างๆไม่ได้แค่นั้นล่ะ
แล้วอีกอย่าง การที่คุณรู้จักคนเยอะ โอกาสสร้างงาน สร้างเงินก็เยอะตาม (แต่ต้องทำตัวดีๆนะ)

4.ลงทุนให้ตัวเองให้เป็น
แน่นอนที่สุดว่า การเป็นฟรีแลนซ์จะไม่มีใครมาซัพพอร์ทคุณเลย ทั้งอุปกรณ์ทำมาหากินหรือการเข้าอบรมที่
ฝ่ายบุคคลเคยพาเราไป มันไม่มีอีกแล้ว เพราะฉะนั้น การเป็นฟรีแลนซ์คุณต้องรู้จักลงทุนให้ตัวเองได้ ทั้งในเรื่อง
สิ่งของ อุปกรณ์ทำมาหากิน ไม่ว่าจะคอมฯ กล้อง หรืออะไรก็ตามที่มีผลต่อการทำงาน รวมถึงการเสาะแสวงหา
การอบรมหรือเวิร์คช็อปดีๆที่พัฒนาตัวเองได้ พร้อมหรือยังสำหรับข้อนี้

5.วางแผนการเงินให้พร้อมมากที่สุด
ข้อนี้สำคัญมากไม่แพ้ข้ออื่นๆ เพราะเคยได้ยินไหมว่า เป็นฟรีแลนซ์จะทำธุรกรรมทางการเงินอะไรก็ยากไปหมด
แต่ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ ตัวผู้เขียนเองได้จัดการเรื่องนี้มาตั้งแต่วันแรกที่ตัดสินใจเป็นฟรีแลนซ์ ทั้งฝากเงินทุกเดือน
เป็นประจำ มีเงินสำรองในธนาคาร ทำสเตทเม้นท์ให้งามๆ เสียภาษีอย่างถูกต้อง เดี๋ยวเอาไว้จะแชร์กันใน
บทความหน้าว่าดีเทลลึกๆเป็นอย่างไร แต่หลักๆทำไว้ประมานนี้ แล้วเพิ่งกู้บ้านคนเดียว ราคาหกล้านกว่าๆเต็ม
จำนวนไปเมื่อปีที่แล้วผ่านอย่างไม่ยาก ถ้าเราทำได้ใครก็ทำได้ แต่ขอให้มีวินัยแค่นั้นเอง



6.คุณต้องเข้ากับคนทุกเพศทุกวัยได้ดี
จริงๆข้อนี้เราอยากจะบอกให้คุณเริ่มมีทักษะในการพบเจอผู้คนไว้บ้าง เพราะการที่คุณก้าวมาสู่การเป็นฟรีแลนซ์
ผู้คนเยอะเหลือเกินที่คุณต้องเจอ เพราะฉะนั้นทักษะในการเข้าสังคมหรือการพูดคุยนั้น จากไม่กล้าเข้าหาคนก็
ต้องเริ่มทำให้เป็น รู้จักเรียนรู้คน ลดอัตตาตัวเองลงบ้าง ยิ้มเยอะๆไว้ อย่าติสแตกหรือทำตัวไม่น่ารักอย่างไร้
เหตุผล แบบนั้นไม่ดีกับตัวคุณแน่ (วงมันแคบนะ เคยได้ยินไหม)

7.ความรับผิดชอบต้องมีเป็นที่หนึ่ง
อย่างที่บอกว่า ต่อไปนี้จะไม่มีใครบังคับคุณเหมือนตอนเป็นพนักงานประจำอีกแล้ว เพราะฉะนั้นการรับผิดชอบ
ในเรื่องงานถือว่าสำคัญมาก นัดต้องเป็นนัด ตรงต่อเวลา พูดคำไหนต้องคำนั้น พอนึกภาพกันออกไหม อธิบาย
เท่านี้น่าจะเห็นภาพกัน (วงมันแคบนะ เคยได้ยินไหม)

8.บริหารธุรกิจตัวเองให้เป็น
จริงๆแล้วเราว่าการเป็นฟรีแลนซ์เหมือนการเป็นเจ้าของธุรกิจเลยนะ เพราะเราก็ต้องคิดขายของเราให้ได้(ความ
สามารถ) แล้วต้องคาดการณ์ให้ได้ว่า เดือนนี้ เดือนหน้า หรือระยะยาวๆเราจะมีรายได้อย่างไร หรือทำอย่างไร
ไม่ให้ติดลบหรือขาดทุน ถ้าเป็นฟรีแลนซ์แล้วทำข้อนี้ไม่ได้ เป็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ เพราะอย่างที่บอกว่า เราไม่
ได้มีเงินที่แน่นอนเหมือนตอนเป็นพนักงานแล้วนะ คาดการณ์กันไว้เลย

9.ความสามารถของคุณคืออะไร
ข้อนี้ถือเป็นการทำ swot ให้ตัวเอง เพราะก่อนที่เราจะออกมาในบทบาทอาชีพอิสระ เราต้องรู้ก่อนว่า ตัวเองมีจุด
เด่นหรือจุดด้อยอะไรบ้าง ไล่เรียงให้ดี รู้จักตัวเองให้มากๆ เพราะถึงเวลาที่เป็นฟรีแลนซ์จริงๆ เราต้องอยู่ได้ด้วย
ขาตัวเองไปยาวๆ แล้วอะไรที่จะทำให้เราอยู่ได้ยาวๆบ้าง วิเคราะห์ตัวเองดูสิ

10.สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ
สุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ตอนเป็นพนักงานประจำก็ยังมีประกันสังคม ยังมีการเข้าออกงานเป็นเวลา แต่พอ
เป็นฟรีแลนซ์แล้วมันไร้กรอบ การทำงานหามรุ่งหามค่ำจึงเกิดได้ง่ายเหลือเกิน แล้วยิ่งเป็นคนไม่ออกกำลังกาย
ด้วยแล้ว อะไหล่ในตัวก็ร่อยหรอไปเรื่อยๆ พังไปทีละชิ้นแบบไม่ได้ดูแล รู้ตัวอีกทีก็อยู่โรงหมอเข้าแล้วล่ะ เสียเงิน
ทีก็หลายบาท เพราะฉะนั้นบาลานซ์ชีวิตตัวเองดีๆ อย่าปล่อยให้ตัวเองโหมงานจนหนัก จนไม่มีเวลาให้สำหรับ
พาร์ทอื่น หัดไปวิ่งบนลู่ ขี่จักรยาน ฟิตร่างกายให้แข็งแรง จะได้มีเรี่ยวแรงทำงานไปยาวๆ

นี่คือทั้ง 10 ข้อ ที่ลิสมาให้คุณได้เช็คกันก่อนจะไปเป็นฟรีแลนซ์กัน เช็คให้ชัวร์ อย่าหลงทำตามกระแส เพราะนี่
คือชีวิตจริง หลายคนตัดสินใจผิด กว่าจะเริ่มใหม่ก็ยากไปเลย เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้ตัวเองไปอยู่ในจุดนั้น
เลือกเส้นทางที่เหมาะกับคุณเอง ไม่ว่าฟรีแลนซ์หรือพนักงานประจำ ก็มีข้อดีในตัวมันเอง แต่แค่เราต้องรู้จักตัว
เองให้ดีก่อนแค่นั้นเอง
About the Author
นักคิดแก้โจทย์ธุรกิจและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนในทุกๆวัน ที่เพจ jazzykwangandfriends
เรื่องที่เกี่ยวข้อง

precision vs accuracy ต่างตรงที่ว่า ลูกธนูทั้งหมดที่ถูกยิงออกไปเกาะกลุ่มเบียดกันราวจะเป็นจุดเดียวกันนั้น อาจไม่อยู่ตรงกลางเป้าเลยก็ได้

 

ปฎิเสธไม่ได้ว่า ความรัก คือแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนชีวิตของใครหลายคน แต่กับอีกหลายคนกลับได้ พบเพียงแค่ ‘รักข้างเดียว’ ความรู้สึกที่สวยงามในความคิดฝัน แต่เจ็บปวดในความเป็นจริง