ถึงแม้ว่า หน่วยงานกู้ภัยทั้งหลายสามารถพบตัวเด็กและโค้ชแล้ว แต่เมื่อนำพวกเขาออกมาจากถ้ำได้ มิใช่ว่าจะไร้เรื่องกังวล เพราะสภาพจิตใจของเด็กและโค้ชอาจเกิดบาดแผลที่ยากต่อการรับรู้ ก่อให้เกิด
“โรคเครียดจากเหตุการณ์ร้ายแรง หรือ Post Traumatic Stress Disorder (PTSD)”
“โรคเครียดจากเหตุการณ์ร้ายแรง หรือ Post Traumatic Stress Disorder (PTSD)” คือโรคทางจิตเวชที่มักเกิดขึ้นหลังจากประสบเหตุการณ์รุนแรงต่อชีวิต ผู้ป่วยโรคนี้จะมีอาการใน 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ เหตุการณ์นั้นย้อนกลับมาทำร้ายจิตใจ หรือ re-experiencing อาการตื่นตัวที่มากเกินปกติ หรือ Hyper arousal และหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นให้ย้อนนึกถึงเหตุการณ์ หรือ avoidance
เหตุการณ์นั้นย้อนกลับมาทำร้ายจิตใจ หรือ Re-experiencing
ผู้ป่วยมักรู้สึกว่าเหตุการณ์ร้ายแรงที่เคยเกิดขึ้นนั้นยังคงวนเวียนอยู่รอบกาย หากถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้า ยิ่งรู้สึกเหมือนว่าเหตุการณ์ย้อนกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง หรือเรียกว่า Flashback เช่น เมื่ออยู่ในที่มืด ก็คิดว่าตนเองติดอยู่ในถ้ำ เห็นน้ำ เห็นที่แคบก็ย้อนนึกถึง ทำให้หวาดกลัว เป็นต้น อีกทั้งยามนอนหลับก็จะฝันร้าย ฝันถึงเหตุการณ์ดังกล่าวซ้ำไปซ้ำมา
อาการตื่นตัวมากกว่าปกติ หรือ Hyperarousal
ผู้ป่วยมักหลับยาก อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย สมาธิสั้น ไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดได้นาน รู้สึกว่ากล้ามเนื้อเกร็งตัวมากเกินไป หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ หายใจถี่ครั้ง รวมทั้งร่างกายเจ็บปวดง่าย ตกใจง่าย
หลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นให้นึกถึงเหตุการณ์เก่าๆ
ผู้ป่วยจะหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นทุกชนิดที่ทำให้เขาย้อนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต เพื่อไม่ให้เกิดอาการกระวนกระวาย กล้ามเนื้อเกร็ง ใจเต้นรัว และหวาดกลัว เช่น ไม่ดูรายการข่าว ไม่อ่านหนังสือพิมพ์ ไม่ตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ไม่เที่ยวหรือเดินทางไปยังสถานที่ที่เคยประสบภัย
นอกจากสามกลุ่มอาการเหล่านี้ ผู้ป่วย PTSD เสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้า เพราะโทษตัวเองว่าเป็นเหตุให้ทุกคนต้องเดือดร้อน โทษว่าตนไม่สมควรมีชีวิตอยู่ ทำให้จิตใจเข้าสู่ความวิตกกังวล อาจถึงขั้นทำร้ายตนเองและฆ่าตัวตายในที่สุด
ทว่าการเป็นโรคนี้ ไม่ได้มีจุดจบแค่การฆ่าตัวตายหรือว่าเครียด วิตกกังวล โรคนี้สามารถรักษาบรรเทาได้โดยจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ก่อนหน้านั้นสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป ควรช่วยกันลดอาการบาดเจ็บด้วยการไม่สัมภาษณ์เหตุการณ์นี้กับทีมหมูป่า เพราะการต้องตอบคำถามและเล่าเรื่องเดิมซ้ำๆ ยิ่งทำให้บาดแผลในจิตใจของน้องๆ ถูกฉีกกว้างออกไปทุกที เสมือนเหตุการณ์ร้ายคอยวนเวียนอยู่ไม่จบสิ้น
ทางด้านประชาชนทั่วไป ควรวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์นี้ตามความเป็นจริง เพราะข้อความที่ปรากฏในโลกออนไลน์ มีบางกลุ่มที่กล่าวโจมตีทีมหมูป่าอย่างหนักหน่วงโดยไม่มีเหตุผลรองรับ หากพวกเขาได้เห็นข้อความเหล่านี้ คงสร้างรอยร้าวได้ไม่น้อย
คนใกล้ตัวหรือคนในครอบครัวก็เช่นกัน หมั่นดูแลเอาใจใส่เด็กๆ อย่าพาเข้าไปพบกับสิ่งกระตุ้นให้คิดถึงเรื่องราว คอยให้กำลังใจกัน พูดคุยกันบ่อยครั้งแต่ไม่พูดถึงเรื่องถ้ำ ปล่อยให้ทีมแพทย์รักษา เยียวยา เมื่อถึงเวลา หัวใจของน้องๆ และโค้ชทีมหมูป่า ต้องกลับมาแข็งแรงดังเดิมอย่างแน่นอน
จากเหตุการณ์นี้ สังคมไม่ได้มองทีมหมูป่าเป็นฮีโร่ หรือผู้ที่สร้างความเสียหาย แต่พวกเขาคือผู้ที่ประสบภัย ต้องการความช่วยเหลือ อย่างน้อยหากพวกเราสามารถช่วยป้องกันโรค PTSD ไม่สร้างบาดแผลทางจิตใจให้พวกเขาอีก คงเป็นการดีไม่น้อย
คนไทยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีทุกข์ก็คอยช่วยเหลือ ดังที่ปรากฏในจอโทรทัศน์
ดังนั้นการช่วยเหลือสภาพจิตใจของทีมหมูป่า คือสิ่งที่ดีที่ทุกคนทำได้และควรทำ
แหล่งอ้างอิง
Facebook : นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล (Kampanart Tansithabudhkun, M.D.)
https://www.verywellmind.com/re-experiencing-2797325
https://www.medicalnewstoday.com/articles/320000.php
https://med.mahidol.ac.th/ramamental/sites/default/files/public/pdf/Posttraumatic%20Stress%20Disorder.pdf
ข้อมูลและภาพจาก เพจ SISIDEA






