OPINION

อย่าอยู่อย่าง’อยาก’

ปิยะภัทร์ ศักดาประยูร
18 ต.ค. 2560

สมัยเด็กเราเรียนคำศัพท์เพื่อจะนำไปใช้ในชีวิต
พอโตขึ้นคำศัพท์เหล่านั้นกลับมาสอนเราให้ใช้ชีวิต
.
‘อย่า อยู่ อย่าง อยาก’ เป็น 4 คำเฉพาะที่ใช้ อ.อ่าง เป็นอักษรนำ
พอคิดดูให้ดีแล้ว วิชาภาษาไทยที่สอนเรามาตั้งแต่เด็ก
ก็ยังสามารถวนกลับมาสอนเราได้อีกครั้งในตอนที่โตขึ้น
ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือตั้งใจของบรรพชน
ที่กำหนดให้คำ 4 คำต้องใช้อักษรนำเป็น อ.อ่าง
และเมื่อคำทั้ง 4 เรียงต่อกัน เป็นคำว่า ‘อย่า อยู่ อย่าง อยาก’
ก็เหมือนเป็นคำสอนที่แฝงให้เราได้จดจำติดสมองไว้
.
‘อย่า อยู่ อย่าง อยาก’ ที่สามารถตีความได้แบบหนึ่งว่า ‘อย่าอยู่อย่างอดอยาก’
คำคำนี้ฉันคิดว่าเป็นการสอนให้เรารู้จักขยัน อดทน
ต้องสู้ชีวิตเพื่อที่จะไม่ต้องอยู่อย่างอดอยาก
อย่างที่ผู้ใหญ่ในสมัยก่อน มักตักเตือนสอนสั่งลูกหลานในเรื่องนี้อยู่เสมอ
.
หรืออาจตีความไปในทางศาสนาพุทธ ที่สอนให้ละซึ่งความอยากอันเป็นกิเลสทั้งปวง
ก็เป็นได้
.
แต่ ‘อย่า อยู่ อย่าง อยาก’ ที่ตีความได้อีกแบบหนึ่ง และเป็นสิ่งที่
ฉันมักใช้เตือนตัวเองอยู่เสมอคือ ‘อย่าหยุดอยู่แค่คำว่าอยาก’
เป็นคำที่ผลักดันให้ฉันมีพลังที่จะก้าวออกไป
เริ่มทำในสิ่งที่คิดว่าอยากถ้าเสียงในใจมันร่ำร้อง
ก็จงออกไปทำโดยไม่ต้องเสียเวลาลังเล
.
เช่นเดียวกับที่เพลง ‘อย่า อยู่ อย่าง อยาก’ ของ P2Warship ร้องไว้ว่า
“...หากอยากเห็นพื้นแผ่นดินสดใส
แต่ไม่ยอมลอยเรือข้ามไป
ปล่อยเรือไว้อย่างนั้น
แล้วอีกเมื่อไรจะถึงฝั่งฝัน...”
.
ฉันรู้สึกเห็นด้วย กับคำกล่าวที่ว่า “เมื่อเวลาล่วงเลยไป
คนเราจะรู้สึกเสียใจในสิ่งที่ไม่ได้ทำ มากกว่าสิ่งที่ทำไม่สำเร็จ”
ในช่วงชีวิตหนึ่ง ฉันเคยมีไอเดียที่อยากทำมากมาย
ฉันบอกเล่าไอเดียเหล่านั้นให้ใครต่อใครฟัง ฉันพร่ำพูดว่าฉันอยากทำ
แต่ฉันไม่แม้แต่จะเริ่มมัน ปล่อยเวลาผ่านไป
จนวันหนึ่งไอเดียเหล่านั้นก็มีคนที่คิดได้เช่นเดียวกันและสามารถทำมันออกมาได้จริง
ถึงแม้ว่าจะตื่นเต้นที่ได้เห็นไอเดียเหล่านั้นออกมาเป็นจริง
แต่ในใจลึกๆกลับเป็นความรู้สึกเสียใจที่ไม่ยอมลุยเสียตั้งแต่ตอนนั้น
มันจึงเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ฉันเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง
.


ฉันอนุญาตให้ตัวเองพูดคำว่าอยากได้เพียงเรื่องละหนึ่งครั้ง แล้วต้องไปทำ
ไม่ว่าจะเป็น อยากทำ อยากกิน หรืออยากไป อยากอะไรก็ตาม (ยกเว้น อยากตาย)
ให้การพูดออกมาเป็นการแสดงเจตจำนง เป็นคำพูดที่จะทำให้ฉันไม่ผิดคำพูด
(เพราะโดยส่วนตัว จะรู้สึกแย่มากกับการผิดคำพูด)
.
ส่งผลรวมไปถึงคำหลายๆคำที่จะพยายามไม่พูด เพราะคิดว่าเป็นคำที่ฉุดรั้งตัวเอง
เช่นคำว่า “ไม่รู้” (โดยส่วนตัว ชอบบอกว่า ขอหาคำตอบก่อน)
“ที่จริงแล้ว,จริงจริงแล้ว” (แปลว่าก่อนหน้านั้นไม่ใช่ความจริง)
“ถ้าตอนนั้น ทำแบบนั้น” (ดูเป็นการคร่ำครวญอยู่ในอดีต จะพูดว่า
ครั้งหน้าจะทำแบบนี้ แทน)
.
จริงอยู่ว่า มันมีบางความอยากที่ยังไม่สามารถทำได้
หรือไม่สามารถทำได้ ฉันเพียงแต่เก็บความอยากนั้นไว้ จนกว่าโอกาสนั้นจะมาถึง
.
หลายๆความอยากจำเป็นที่จะต้องรอความพร้อม
แต่ความพร้อมไม่ได้มาจากการรอ แต่มาจากการเตรียมตัว
และการเตรียมตัวให้พร้อม คือการเริ่มฝึกซ้อม เริ่มเรียนรู้ หรือเริ่มทำ
.
มันไม่ใช่เรื่องยาก ที่จะได้เป็นในสิ่งที่อยากเป็น แต่ก็ไม่ง่าย
เวลาที่เจอเด็กมาถามว่า ทำอย่างไรถึงจะได้เป็นอย่างนั้น
ทำอย่างไรถึงจะได้เป็นอย่างนี้ ฉันจะบอกกับพวกเขาไปว่า
ถ้าอยากเป็นนักวาดการ์ตูน สิ่งที่ต้องทำคือวาดการ์ตูน
อยากเป็นนักวิ่ง – วิ่ง
อยากเป็นนักพากย์ – พากย์
อยากเป็นนักร้อง – ร้อง
อยากเป็นพ่อครัว – เข้าครัว
อยากเป็นครีเอทีฟ – ครีเอต
อยากเป็นนักเขียน – เขียน
ฯลฯ
จะเห็นว่าคำศัพท์เหล่านี้ก็กำลังบอกอะไรอยู่เช่นกัน ไม่ว่าจะอยากทำอะไร
หรืออยากเป็นอะไร สิ่งที่ต้องเริ่มทำ นั้นบอกใบ้อยู่ในชื่อของอาชีพส่วนใหญ่อยู่แล้ว
.
ฉันดีใจที่ยังมีสิ่งที่อยากทำอีกมากมาย เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีเป้าหมาย
ได้คิดถึงแนวทาง และวิธีการที่จะไปให้ถึงจุดนั้นทีละจุด ทีละขั้นตอน
ได้รู้สึกถึงความตื่นเต้นและความสนุกที่จะได้ทำสิ่งต่างๆให้เกิดขึ้น
ได้เห็นมันจนเป็นรูปเป็นร่าง และคิดต่อยอดเพื่อพัฒนาในอนาคต
ทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีความแอ๊คทีฟอยู่
.
ถ้าหากอยากทำตามฝัน แต่มีข้ออ้าง ข้อมูล หรือคำสบประมาทต่างๆ
ที่มาขัดขวาง มาห้ามไว้ ก็คงต้องเลือกเอาว่าจะให้ชีวิตเป็นแบบไหนระหว่าง
“อย่าอยู่อย่างอยาก” หรือ “อยากอยู่อย่างอย่า”
.
ปล.เรื่องนี้ก็ถูกเขียนขึ้นจากความอยากเขียนของฉัน เช่นกัน

About the Author
ครีเอทีฟผู้คุ้นเคยการคิดเขียนคำโฆษณาสั้นๆ เริ่มหันเหเข้าสู่การเขียนบทความขนาดยาว บอกเล่าเรื่องราวถึงความคิดที่ค้างคา จากการสังเกตและตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัว ชื่นชอบตัวอักษร และสนุกกับการเล่นคำ
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
แมนดี้ ฮาร์วี่ อายุ 29 ปีเธอเป็นผู้เข้าประกวดในรายการ อเมริกาก็อตทาเลนท์ ซีซั่นล่าสุด ดูจากภายนอกที่เธอเดินก้าวขึ้นมาบนเวที ทุกอย่างดูปกติเหมือนผู้หญิงธรรมดาทั่วไป ที่แต่งตัวสวยเพื่อมาโชว์และทำตามความฝัน แต่เมื่อกรรมการบอกให้เธอแนะนำตัว...
Saturn Devouring His Son โดยศิลปินชาวเสปน Francisco Goya เป็นรูปยักษ์ Saturn ตาเบิกโพลง ผมยุ่งเป็นรังนก กำลังจับตัวลูกชายตัวเอง แล้วกัดแขนออก