OPINION

หากผู้หญิงต้องขึ้นอยู่กับ “ผู้ชาย”

สุเทพ ศรีสมุทร์
15 ม.ค. 2562
หลายประเทศให้ความสนใจเรื่อง สิทธิของมนุษยชน และสิทธิของความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ หลายความคิดสนับสนุนและเห็นด้วยให้ผู้ชายเท่าเทียมกับผู้หญิง ทั้งการตัดสินใจหรือทำกิจการใดๆ แต่อีกหลายเสียงก็ไม่เห็นด้วย โดยอ้างว่า ผู้ชายมีความแข็งแกร่งกว่า ก็ย่อมต้องเหนือกว่าผู้หญิงแน่นอน…



ตัวอย่างจากผู้หญิงในซาอุดิอาระเบีย ซึ่งผู้หญิงเหล่านั้นจะต้องอยู่ใต้การควบคุมของผู้ชาย เพราะแท้ที่จริงแล้วประเทศซาอุดิอาระเบียมีระบบที่เรียกว่า ผู้หญิงถูกกำหนดให้มีผู้ปกครอง ที่ต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นพ่อ, พี่หรือน้องที่เป็นผู้ชาย ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจทำอะไร กิจการใดๆ ผู้ปกครองที่เป็นผู้ชายจะต้องเป็นคนอนุญาตเสียก่อน กรณีนี้รวมถึงการออกนอกบ้านด้วย ถ้าหากผู้ปกครองผู้ชายไม่ยินยอม ก็ไม่สามารถออกจากบ้านได้ นอกเสียจากว่า หนีออกจากบ้านเอง



ซึ่งประเทศไทยก็เพิ่งถูกตกเป็นข่าวไปกับเหตุการณ์ที่เด็กสาวชาวซาอุฯ ขังตัวเองไว้ในห้องพักโรงแรมในสนามบินสุวรรณภูมิ ให้เหตุผลว่า ไม่อยากกลับซาอุฯ กลัวการถูกส่งกลับประเทศ นับว่าเป็นปัญหาที่น่าเห็นใจมากสำหรับหญิงชาวซาอุฯ เพราะจากที่ศึกษา คือ การที่ผู้หญิงซาอุฯจะเดินเรื่องทำ พาสปอร์ต เดินทางออกนอกประเทศ ไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่งงาน หรืออื่นใด ก็ต้องผ่านระบบ “ผู้ปกครองที่เป็นชาย” อยู่ดี นี่ยังไม่รวมการออกจากเรือนจำของนักโทษหญิงชาวซาอุฯ ที่ต้องดำเนินการในแบบเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบในวงกว้างกับสตรีซาอุฯ เพราะถูกปฏิบัติเหมือนกับผู้หญิงเป็นเด็กไร้เดียงสา เป็นสิ่งเลวร้ายวนไปมาตั้งแต่เกิดจนตาย แต่นี่ยังน้อยหากเทียบกับสมัยก่อน ก่อนที่ซาอุดิอาระเบียจะยกเลิกสัญญาบางส่วนไป กล่าวคือ ซาอุฯได้ยกเลิกการห้ามผู้หญิงเล่นกีฬาและการห้ามผู้หญิงเข้าชมกีฬาฟุตบอลในสนาม

ซึ่งหากถ้าเราลองมานั่งคิดถึงเรื่องนี้กันแบบจริงจังระบบดังกล่าวของซาอุฯนี้ เป็นอุปสรรคสำคัญมากต่อการที่ผู้หญิงจะมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น การเลือกตั้ง สังคมและเศรษฐกิจ โดยทางซาอุฯได้หยิบยกระบบนี้มาจากการตีความในสารจากพระคัมภีร์อัลกุรอ่าน ในศาสนาอิสลาม ระบุว่า “ผู้ชายเป็นผู้ปกป้องและดูแลผู้หญิง เพราะพระเจ้าทรงประทานความแข็งแกร่งให้กับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง” นี่ก็เป็นการยกบทๆหนึ่งจากคัมภีร์มา เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า ซาอุฯมีเหตุผลที่ต้องมีระบบแบบนี้ โดยอาจจะไม่ได้ต้องการใช้ความรุนแรงหรือกดขี่ข่มเหงเพศหญิงเสมอไป

อย่างไรก็ตามแต่ นี่เป็นสิ่งที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจ และตั้งประเด็นพุ่งตรงไปยังประเทศซาอุฯ ในช่วงนี้ และเชื่อเหลือเกินว่า วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้หญิงซาอุฯ คงเดือดร้อนไม่น้อย และคงไม่ง่ายนัก หากมีบางประเทศอยากจะนำระบบนี้ไปใช้ในการควบคุมประชากรของตัวเอง เพราะก็คงมีผู้หญิงไม่น้อยต่อต้านและไม่เห็นด้วยกับระบบที่ผู้หญิง “ไม่เท่าเทียม” กับผู้ชาย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เคยไหม “เลิกกันไปแล้ว” กลับมาเจอหน้ากันอีกครั้งในวันที่ยังรักเขาอยู่… เธอเป็นอย่างไรบ้าง มีใครมาแทนที่เราหรือยัง เธอมีคนใหม่แล้วใช่ไหม? หรือเราจะเกิดมาเพื่อแค่รักกันจริงๆ
 
ความไม่แน่นอนของชีวิต มักจะเกิดขึ้นได้เสมอๆ ไม่ว่ากับใคร