OPINION

นี่คือความโชคดีที่เกิดจากการมีทุกข์

JAZZYKWANG
15 พ.ย. 2560
เมื่อความทุกข์ปรากฏตัว ความโชคดีที่อยู่ในนั้นก็ปรากฏกายขึ้นเช่นกัน แต่ความรู้สึกไหนที่รุนแรงกว่าเราจะรับรู้อย่างรวดเร็ว ซึ่งแน่นอนว่าความทุกข์ไม่ได้ก่ออารมณ์ดีๆ จิตใจขุ่นมัวเลยพอกพูนขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่รู้จะสิ้นสุดตรงไหน แต่ความทุกข์ที่ว่านี้เกิดได้ก็ดับได้ด้วยสติอย่างที่หลายๆคนได้ว่าไว้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดก่อนความทุกข์จะมอดไหม้ลงไป สิ่งที่ได้รับนอกจากสิ่งที่เราคิดว่าแย่ ในนั้นย่อมมีสิ่งดีๆที่เตือนใจคุณได้อย่างไม่ยากเย็น ถ้าคุณเลือกที่จะไม่ปิดตาแล้วจมความทุกข์แค่ด้านเดียว
 
“หลังเลิกกับแฟน ผมก็เสียใจร้องไห้อยู่หลายเดือน เธอเป็นคนที่ผมคิดจะสร้างครอบครัว สร้างอนาคตร่วมกัน แต่สุดท้ายมันพังอย่างไม่เป็นท่า ผมอยากให้เธอกลับมานะ แต่มันคงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว”
 
ถ้าว่าด้วยเรื่องความรักแล้ว ก็ย่อมมีอยู่สองสิ่งที่เราๆทุกคนน่าจะต้องเจอ ไม่ทุกข์ก็สุข เป็นเรื่องธรรมดาบนโลกใบนี้ แต่ทว่าถ้าเปรียบเรื่องนี้คือความโชคร้าย เราก็อยากให้คุณมองถึงความโชคดีที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นอย่างง่ายๆดูบ้าง
 
- พอเลิกกับคนรัก คุณจะได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ว่าคุณชอบและไม่ชอบอะไร
- พอเลิกกับคนรัก คุณจะได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมากกว่าเดิม
- พอเลิกกับคนรัก คุณจะรอบคอบมากขึ้นในการมีความรักครั้งตัวไป
- พอเลิกกับคนรัก คุณจะหันกลับมารักตัวเองกว่าที่ผ่านมา
- พอเลิกกับคนรัก คุณจะรู้ว่าคนที่รักคุณมากจริงๆ คุณแค่ไม่มองพวกเขาเอง
- พอเลิกกับคนรัก คุณจะมีอิสระในใจที่คุณกำหนดได้ว่าชีวิตคุณจะเดินต่ออย่างไร
- พอเลิกกับคนรัก คุณจะเริ่มหันมาใช้ชีวิตให้คุ้มค่ามากกว่าที่ผ่านมา
 
“เราลงทุนกับธุรกิจตัวนี้ไปหลายล้าน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือหนี้ที่มันสะสมทุกเดือนๆ เราแก้ปัญหาไม่ได้ เราท้อ บางทีเราอยากจะหนีไปเลย เราเล่าให้ใครฟังก็ได้แต่บอกว่า สู้ๆเดี๋ยวมันก็ดี แต่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ทุกวันนี้ชีวิตเราก็เปลี่ยนไป เรากลัวจนไม่กล้าเริ่มทำอะไรเลย กลัวจะซ้ำรอยเดิม”
 
ถ้าความล้มเหลวเกิดขึ้นได้ ความสำเร็จก็เกิดขึ้นได้ เมื่อมีเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้ทั้งสองทาง แล้วคุณยังมีลมหายใจ ความล้มเหลวนี้ก็น่าจะมีบทเรียน ที่คนไม่เคยเจอเขาก็จะไม่รู้เท่าคุณ
 
- เมื่อชีวิตล้มเหลว ให้กลับไปดูตั้งแต่เริ่มแรกว่าคุณตั้งใจอะไรไว้บ้างกับสิ่งนี้
- เมื่อชีวิตล้มเหลว ให้ดูระหว่างที่เดินทางมาถึงวันนี้ ค่อยๆดูว่ามีอะไรที่ไม่เข้ารูปเข้ารอย จะได้ไม่ทำผิดซ้ำ
- เมื่อชีวิตล้มเหลว ให้คิดทุกวันว่า วันนี้ต้องดีกว่าเมื่อวาน
- เมื่อชีวิตล้มเหลว ให้ทบทวนว่าอะไรสำคัญที่สุดถ้าจะลงมือแก้เป็นสิ่งแรก
- เมื่อชีวิตล้มเหลว ให้ทำอะไรที่ไม่เหมือนเดิม ล้มแล้วเริ่มใหม่ ไม่มีอะไรยาก
- เมื่อชีวิตล้มเหลว ให้คิดว่านี่คือสัญญาณที่ทำให้เราต้องเปลี่ยนเส้นทาง ไม่เดินทางเก่าอีกต่อไป
- เมื่อชีวิตล้มเหลว ให้คิดว่านี่แหละ โชคดีแล้วที่รู้ว่ามันไม่เวิร์ค
 
“เราจมกับทุกข์เรื่องนี้มานานมาก รู้ไหมว่าเราเป็นไม่รู้กี่โรค ยิ่งอยู่ยิ่งเป็นภาระคนไม่รู้กี่คน แทนที่พวกเขาจะไปใช้ชีวิตของตัวเอง แต่กลับต้องมาอยู่ดูแลคนขี้โรค เราได้แต่ขอโทษพวกเขาที่สร้างภาระ ทุกวันนี้เลยนั่งนับถอยหลังไปเรื่อยๆ เพราะสักวันทุกคนก็คงกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เอง”
 
เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดาที่คนทุกคนบนโลกต้องเจอ แต่เมื่อเจ็บมากจนเกิดทุกข์ นั่นก็อาจทำให้จิตใจที่เคยมีสุข ถูกบั่นทอนจนไม่เหลืออะไรเลยก็ได้ แต่สุดท้ายแล้วตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ก็จงใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่ากว่าเมื่อวาน
 
- เมื่อโรคภัยมาเยือน มันเป็นสัญญาณให้เรากลับไปดูแลตัวเองให้มากกว่าที่ผ่านมา
- เมื่อโรคภัยมาเยือน ให้รู้ว่านี่คือสิ่งธรรมดา ไม่มีอะไรผิดเพี้ยน
- เมื่อโรคภัยมาเยือน ทำให้เรารู้ว่า ลมหายใจมีค่ากว่าทุกสิ่งในโลกนี้
- เมื่อโรคภัยมาเยือน จงเป็นข้อเตือนใจให้คนข้างๆ
- เมื่อโรคภัยมาเยือน ให้คิดว่าอะไรที่ยังไม่ทำ ก็อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง
- เมื่อโรคภัยมาเยือน ให้เรียนรู้กับชีวิตใหม่อย่างมีความสุข เพราะทุกข์จะทำให้จม
- เมื่อโรคภัยมาเยือน มันจะสร้างวินัยให้เราทำอะไรให้ตรงเวลา ให้ใส่ใจตัวเอง ให้รักตัวเองทุกๆวัน


 
ทุกเหตุการณ์ที่กล่าวมา ใครคนหนึ่งที่กำลังอ่านบทความนี้อาจจะผ่านเหตุการณ์ที่ว่ามาอย่างทุกข์ใจ แต่นึกถึงตอนนั้นนั่นคงเป็นทุกข์ที่ใหญ่จนแทบจะหาทางออกไม่เจอ
แต่พอถึงวันนี้คุณกลับยิ้มได้และอาจหัวเราะได้ดังกว่าเดิม และต่อไปหากเจอเรื่องนั้นๆอีก ก็มีความเป็นไปได้ว่า คุณน่าจะทุกข์น้อยกว่าวันนั้น เผลอๆก็อาจจะยิ้มได้เลยก็ได้ แล้วนั่นก็คือความโชคดีที่คุณได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างที่เรียกว่าทุกข์ มันโชคดีที่คุณได้เจอ ได้เรียนรู้ และอยู่กับมันและผ่านมาได้ :)
About the Author
นักคิดแก้โจทย์ธุรกิจและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนในทุกๆวัน ที่เพจ jazzykwangandfriends
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ท้องฟ้าที่อึมครึมกลับสว่างเจิดจ้า แสงแดดที่ร้อนแรงเข้ามาแทนเม็ดฝน มองไปทางไหนก็มีแต่ภูเขาสูงเสียดฟ้าบ้านเรือนรายทางก็คล้ายกับเพิงหมาแหงน ไม่มีเสาไฟฟ้าสักต้น ช่างต่างจากฮ่องกงฟ้าราวเหว
 
เรามักเอา finished good ของคนอื่นที่เสร็จแล้ว เป็น benchmark  และเอา work in process ที่กำลังทำของเราไปเปรียบเทียบ  ซึ่งย่อมไม่ถูกตรรกะ ผลคือ รู้สึกท้อกับงานที่ทำอยู่ และ หรือไม่ก็ถอดใจไปเลย