OPINION

Skim Reading : นิสัยอ่านยุคใหม่ที่เป็นปัญหา

สุรพร เกิดสว่าง
4 ก.พ. 2562
“ผมไปเรียนอ่านเร็วมา และสามารถอ่านนิยาย “War and Peace” (1225 หน้า ของ Tolstoy) จบได้ภายใน 20 นาที สรุปใจความอย่างมั่นใจว่า “มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับรัสเซีย” “.
Woody Allen ผู้กำกับภาพยนตร์แนว intellectual comedy ของฮอลลีวูด
 
การอ่านแบบผ่านๆ หรือ skim reading อาจจะละเอียดกว่า speed reading แต่ผลที่ได้ก็ไปในทางเดียวกัน นั่นคือ จะเรียกว่า เราอ่านบทความหรือหนังสือนั้น “จบแล้ว” ไม่ได้  
 
งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า skim reading เป็นพฤติกรรมที่แพร่หลายในยุคนี้  มีการสันนิษฐานว่า การอ่านจากจอหรือ “digital reading” นี่เอง ที่ส่งเสริมทำให้คนอ่านแบบผ่านๆ และในโลกที่เราอ่านจากกระดาษน้อยลง และหันไปอ่านจากจอมากขึ้น มนุษย์คงจะต้องหาวิธีแก้ปัญหาที่เกิดจาก skim reading ให้ได้
 
และนั่นดูเหมือนเป็น hot topic เรื่องหนึ่ง เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว จะกลายเป็นว่า ต่อให้มีข้อมูลข่าวสารมากขึ้นก็ไม่ได้ทำให้คนได้ประโยชน์ตามมาในสัดส่วนเดียวกัน
 
มีการทดลองทีประเทศนอร์เวย์โดย Anne Mangen และทีมงาน โดยให้นักเรียนอ่านนิยายรักเรื่องสั้นจากจอคอมพิวเตอร์, tablet และ Kindle e-book reader (ที่จอภาพถูกออกแบบให้ความรู้สึกเหมือนอ่านจากกระดาษ), และ อ่านจากกระดาษ
 
Mangen พบว่า เป็นที่ชัดเจนว่า นักเรียนที่อ่านจากกระดาษสามารถจำการลำดับเรื่องได้แม่นยำกว่าว่าตอนไหนมาก่อนมาหลัง  เล่าเรื่องได้ flow ตามต้นฉบับ และยังสามารถจำรายละเอียดเนื้อเรื่องได้ดีกว่า
 
เพราะเป็นไปได้ว่า การอ่านจากจอนั้น ตำแหน่งของตัวอักษรจะไม่คงที่ หากจะเลื่อนไปมาตามการ scoll ขึ้นลง ถึงแม้อ่านใน ebook reader อย่าง Kindle ตำแหน่งของตัวอักษรจะเขยิบเปลี่ยนที่ไปจากเดิม หากมีการพลิกหน้า ทำให้หากมีการย้อนกลับมาอ่านใหม่ จะไม่เจอข้อความที่ต้องการในตำแหน่งเดิมเหมือนอย่างที่อ่านในกระดาษ
 
แต่การอ่านในกระดาษ ทุกตัวอักษรไม่เปลี่ยนที่ ดังนั้น การจดจำข้อความตัวอักษรจึงสามารถผูกกับตำแหน่งที่ปรากฏในแต่ละหน้ากระดาษได้ และนั่นทำให้จำได้ง่ายกว่า ทำนองเดียวกับการจำตำแหน่งของสถานที่ว่า ร้านค้านั้นอยู่ตรงมุมถนน ไม่ใช่จำแค่ชื่อร้านอย่างเดียวและต้องเดินหาป้ายชื่อร้านทุกครั้ง
 
การอ่านบนกระดาษ ทำให้เราจำได้ว่า เนื้อหาที่เราชอบเป็นพิเศษนั้น “อยู่ต้นๆของบทที่ 3 ใกล้ขอบบนของ page” ซึ่งการจำตำแหน่งบน page เหล่านี้ มีผลต่อความจำในการการเรียงลำดับหรือ sequence ของเนื้อเรื่อง เมื่อใดที่นึกถึงเรื่องที่อ่าน เราจะมองเห็นภาพตัวอักษร flow ในตำแหน่งต่างๆของ page อย่างค่อนข้างเป็นรูปธรรม 
 
ถึงแม้การอ่านบน pdf file หรือ page บนจอ อาจจะใกล้เคียงกับกระดาษในแง่ว่า ตำแหน่งตัวอักษรไม่เปลี่ยนบน page นั้นๆ แต่ตำแหน่งตัวอักษรเมื่อเทียบกับจอก็ยังไม่คงที่อยู่ดี เพราะ ถูก scroll ขึ้นลงได้   
 
นั่นหมายถึงว่า การอ่านบนกระดาษ ก็ยังคงมีประสิทธิภาพสูงสุดในสื่อทั้งหมด  ถึงแม้จะมีต้นทุนทรัพยากรที่สูงกว่า และไม่สะดวกในหลายกรณีก็ตาม
 
นักจิตวิทยาบอกว่า นอกจากนั้น การอ่านที่จริงจังนั้น ไม่ใช่การอ่านรวดเดียวแล้วเลิก แต่จะต้องมีการหวนกลับมาทบทวนบางข้อความ อ่านซ้ำ พลิก page กลับไปมา และตรงนี้เอง ที่การอ่านบนจอไม่สามารถเอื้อต่อการอ่านซ้ำได้ดีเท่ากระดาษ เพราะคนอ่านจำไม่ค่อยได้ว่าข้อความที่ต้องการอ่านซ้ำนั้นอยู่ตรงไหน
 
ทีมงานนักจิตวิทยาของ Mangen และ Piper  อธิบายว่า คนเราต้องการ “time and space” ในการการทบทวนเพื่อเรียนรู้ และ time and space ที่ว่านี้ คือรู้ว่าจะกลับไปทบทวนเมื่อไหร่และ “ที่ไหน” ยิ่งจำได้ว่าที่ไหน ยิ่งทำให้กลับไปทบทวนง่ายและบ่อยครั้งได้ จึงทำให้เรียนรู้แน่นขึ้น
 
การศึกษาของ Zimmin Lui แห่ง San Jose State University พบอีกว่า คนที่อ่านแบบ skimming นั้น มักจะกวาดสายตาเป็น pattern รูปตัว “F” หรือ “Z” โดยสุ่มอ่านมาบรรทัดหนึ่ง และกวาดสายตาไปเรื่อยๆ โดยมองหาเฉพาะบางคำ ซึ่งการอ่านแบบนี้ไม่สามารถจับเอา “ความรู้สึกและอารมณ์” รวมถึงเข้าใจความซับซ้อนที่มีอยู่ในเนื้อหาได้ ไม่เกิดการหยุดคิดระหว่างอ่าน ทำให้พลาดความคิดสร้างสรรค์ที่อาจเกิดขึ้น
 
การอ่านแบบ skim reading จึงแตกต่างมากมายจากการอ่านแบบ “deep reading” ที่เป็นการอ่านอย่างจริงจัง อ่านไปด้วย คิดไปด้วย เก็บรายละเอียดที่ผู้เขียนตั้งใจไว้ และต้องใช้เวลาในการอ่านมากกว่า อีกทั้งเป็นการอ่านที่มีการกลับไปทบทวนไปมา และนั่นทำให้ความรู้ ความเข้าใจ เกิดขึ้น
 
มีการสันนิษฐานเพิ่มว่า พฤติกรรม skim reading ที่แพร่หลายส่วนหนึ่งเกิดจากทัศนะเกี่ยวกับเวลาของมนุษย์เปลี่ยนไป
 


ในหนังสือ “Time: A Users Guide” ของ Stafan Klein พูดถึง ความรู้สึกกับเวลาของคนในศตวรรษที่ 21 ต่างจากในศตวรรษที่ 20 ว่าเปลี่ยนไปอย่างมากมาย คนสมัยนี้ไม่อดทนกับเวลาที่ผ่านไปช้าๆเหมือนเมื่อ 50-70 ปีก่อนอีกแล้ว และนั่นอาจทำให้คนสมัยนี้ชอบที่จะอ่านอย่างเร็ว
 
Klien ยกตัวอย่างของ ภาพยนตร์ซีรีส์ของเยอรมัน “Space Patrol” ที่มีฉากยานอวกาศค่อยๆลอยขึ้นจากพื้น ว่า ใน original version ของปี 1966 นั้น ฉากนี้ใช้เวลา 2 นาที แต่พอนำมา remake ในยุคนี้ ผู้สร้างทำให้ยานอวกาศลอยขึ้นแว็บเดียว เพราะรู้ว่า คนดูสมัยนี้ย่อมไม่อดทนถึง 2 นาทีได้  เช่นเดียวกับฉากการเดินทางในอวกาศ ใน “Space 2011 Oddessey” (1968)  ของ Stanley Kubrick ที่มีเพลง Blue Danube ของ Johann Strauss ประกอบ 5 นาทีครึ่ง ที่ยุคนี้อาจจะไม่มีใครยอมทนดู
 
หากเหตุผลของ skim reading มาจากการเปลี่ยนแปลงทัศนะเรื่องเวลาจริง ก็คงเป็นแนวโน้มที่ฝืนยาก และคนเขียนต้องปรับตัวตามด้วย
 
ที่ญี่ปุ่น นิยายที่อ่านในโทรศัพท์ “phone novel” หรือ “keitai shousetsu“ จึงประสบความสำเร็จอย่างมากมาตั้งแต่ปี 2007 ด้วยเป็นนิยายที่ปล่อยออกมาเป็นตอนสั้นหลายๆตอน ส่งในรูปของ SMS ไม่ก็ผ่าน app หรือ web ใช้ emoji เยอะๆ อ่านง่าย ไม่เกิน 70-100 คำต่อบท จนอ่านแบบ skim หรือ deep ก็แทบไม่ต่างกัน ทำให้อ่านจบได้ทันระหว่างโหน subway ไปทำงาน l
 
ในบางปี ครึ่งหนึ่งของนิยาย bestseller ในญี่ปุ่นมาจาก phone nevel ที่เอามาพิมพ์ใหม่เป็นเล่ม ปัจจุบัน สหรัฐ เยอรมัน จีน ก็มี phone novel ตามญี่ปุ่นแล้ว
 
อย่างไรก็ตาม มีข้อโต้แย้งว่า ที่คนสมัยนี้ที่อ่านแบบ skim reading ไม่ใช่เพราะเป็นเรื่องแค่อ่านจากจอ หรือ ทัศนะเวลาที่เปลี่ยนไป  มันมีสาเหตุที่ใหญ่กว่านั้น
 
มีการศึกษาของ University of Rhode Island โดย Julie Coiro พบว่า การอ่าน online ต้องการพลังสมาธิมากกว่าการอ่านจากกระดาษ ทำให้เหนื่อยล้ากว่า ..ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?
 
และมีงานศึกษาของ University of California at Los Angeles โดย Patricia Grenfield พบด้วยว่า เอาเข้าจริงแล้ว ประสิทธิภาพคนอ่านบนจอแบบ คนอ่านบนกระดาษ ไม่ได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ - ถ้าไม่ต่อ internet 
 
สัณนิษฐานว่า เมื่อ online คนอ่านจะต้องผจญกับสิ่งรบกวนสมาธิมากมาย ตั้งแต่ hyperlink ที่ชวนให้แวะคลิก, layout page ในรูปแบบต่างๆ, ad ที่รุมล้อม แถมบาง ad ยังใช้ flash มีการเคลื่อนไหวรบกวนสมาธิ ยังไม่นับ notification จาก chat message หรือจาก operating system เอง ที่โผล่มาขัดจังหวะการอ่านอยู่เรื่อยๆ 
 
และที่สำคัญที่สุดคือ ผู้อ่านรู้อยู่ตลอดเวลาว่า สามารถคลิกเปลี่ยน tab ไปอ่านอย่างอื่น เช่น soical media หรือบทความอื่นได้เสมอ และคำถามว่า “เปลี่ยนไปอ่านเรื่องอื่นดีกว่ามั๊ย?” จะถูกถามซ้ำๆอยู่ในใจตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว
 
เช่นเดียวกับคนอ่าน ebook อย่าง Kindle ที่รู้อยู่เสมอว่า มีหนังสือเล่มอื่นอีกมากมายอยู่แค่ปลายนิ้วสัมผัส จะเปลี่ยนใจไปอ่านเล่มอื่นเมื่อใดก็ได้ 
 
และนั่นทำให้คนอ่าน online (และอาจจะรวมถึง ebook) ต้องใช้พลังในการควบคุมตนเองหรือ “self regulation” ให้ใจยังอยู่กับตัวอักษรเบื้องหน้ามากเป็นพิเศษ
 
ยิ่งต้องใช้ self regulation มาก ยิ่งทำให้ล้า ผลคือไม่สามารถมีสมาธิอ่านแบบ deep reading ได้ และหันไปอ่านแบบ skim reading แทน 
 
หากสาเหตุ skim reading เป็นดังนี้ ดูเหมือนแก้ได้ด้วยวิธีง่ายๆ ก็คือ แค่ ปิด internet ก็หมดเรื่อง
 
แต่ การที่ใครสมัยนี้จะยอมปิดเน็ท go offline อาจไม่ง่ายอีก  และก็ยังไม่ได้ตอบโจทย์เรื่อง ebook ที่แม้ go offline ก็ยังสมาธิวอกแวกเรื่องเปลี่ยนเล่ม
 
ด้วยเหตุนี้ จึงเชื่อกันว่า หนังสือกระดาษยังไม่ล้มหายตายจากไปง่ายๆ
About the Author
background จากการศึกษาและทำงานด้าน การเงินการธนาคาร เศรษฐศาสตร์ และ IT เชื่อว่าคนเราสามารถหาความสุขได้ง่ายๆจากความอยากรู้อยากเห็นและความสงสัย นอกจากการอ่านและเขียนแล้ว เขาใช้ชีวิตกับกิจกรรม outdoor หลากหลายชนิด
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เคยรู้สึกไหมคะ ว่าแม้เราควบคุมอาหารก็แล้ว...เลือกกินก็แล้ว แต่ทำไมน้ำหนักมันถึงไม่ลดซะที
“คำตัดสิน” เป็นสิ่งที่สั่งอารมณ์คนได้นะ สั่งว่าจะให้เศร้าหรือมีความสุข