OPINION

Passion มืด

สุรพร เกิดสว่าง
3 ก.ค. 2560
“โอ้โห ผู้หญิงเยอะเลย!”
มักเป็นคำอุทานของคนที่เดินเข้าไปในยิมปีนหน้าผาหรือบริเวณปีนหน้าผาเป็นครั้งแรก
 
เป็นที่รู้กันว่า ในกลุ่มคนที่เริ่มปีนหน้าผา  จำนวนผู้หญิงจะมีมากกว่าผู้ชาย 
ทำไมกีฬาใช้แรงมากและท้าทายความกล้าอย่าการปีนผา กลายเป็นกีฬาที่ผู้หญิงติดใจมากกว่าผู้ชายไปได้?



เป็นที่สันนิษฐานในหมู่นักปีนผาว่า ชายจำนวนมากกลัว “เสียฟอร์ม” มากกว่าผู้หญิง เมื่อปีนไม่ได้ ผู้ชายก็เกิด pressure และเริ่มไม่สนุก  ส่วนผู้หญิงไม่มีฟอร์มต้องเสีย ก็เลยสามารถสนุกกับการปีนผาได้เต็มที่ ปีนได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็ไม่รู้สึกแย่อะไร ถ้าติดใจ ก็คิดจะกลับมาปีนใหม่อีก ร่วมกับกลุ่มผู้ชายส่วนน้อยที่ยังปีนต่อไป เพราะเป็นกลุ่มที่ไม่สนใจเรื่องฟอร์มใดๆเช่นกัน
                                                                                                    
อาจบอกได้ว่า แรงจูงใจในการปีนผาของผู้ชายบางกลุ่ม มาจากภายนอก นั่นคือ ความรู้สึกว่าได้ทำสำเร็จให้เป็นที่ประจักษ์ ส่วนแรงจูงใจของผู้หญิงมาจากภายใน คือ ความสนุกและท้าทาย ไม่ได้สนใจใคร
 
นั่นหมายถึงว่า ความมุ่งมั่นให้คนอื่นเห็น กลับเป็นความกดดันให้ล้มเลิก  ส่วนความสุขภายใน หรือ ความต้องความสำเร็จเพื่อสนองตนเอง กลับเป็นแรงผลักดันที่จะทำให้พยายามสู้ต่อ
 
ในทางจิตวิทยาว่าด้วย Dualistic Model of Passion อันมีชื่อเสียง โดยทีมของ Robert Vallerandพูดถึง passion สองประเภท คือ obsessive passion  กับ harmonious passion
 
obsessive passion ถูกขนานนามว่า เป็น “ark passion” เพราะเป็น passion ที่จะหันกลับมาทำลายเจ้าของในที่สุด ส่วน harmonious passion เป็น passion ด้านสว่าง ที่ทำให้เจ้าของมีความสุขอย่างแท้จริง ทำให้ชีวิตมีความหมาย
 
obsessive passion เป็น passion ที่ต้องการคนดู พลังทั้งหมดที่ทุ่มเทไปให้เกิดความสำเร็จนั้น ก็เพื่อให้คนดูยกย่องชื่นชม หากปราศจากคนดู obsessive passion ก็ไม่เกิด นั่นคือ passion ประเภทนี้ ต้องการคนอื่นมารับรอง หรือ approve เสียก่อน เราถึงจะรู้สึกว่าทำสำเร็จ ส่วนเจ้าตัวนั้น แทบไม่มีสิทธิ์อะไรเลย
 
นักจิตวิทยาบอกว่า เราไม่สามารถควบคุม obsessive passion ได้ เพราะเป็น passion ที่ไปขึ้นอยู่กับคนอื่น ซึ่งย่อมไม่แน่นอน บางครั้งเราพยายามบรรลุเป้าหมายอย่างที่คิดไว้ได้จริง แต่กลับไม่มีใครสนใจเลยก็มี หรือ เข้าใจผิดว่า มีหลายคนกำลังจับตามองความพยายามทุ่มเทของเรา แต่แล้วพบว่า ไม่มีคนดูเลยตั้งแต่แรก เปรียบดังคนถือแก้วแชมเปญเตรียมฉลอง แต่พบห้องที่ว่างเปล่า 
 
และนั่นทำให้ obsessive passion เป็นเรื่องอันตราย เพราะเราเอาความสุข และความหมายในชีวิต ไปมอบให้คนอื่น approve แทนที่จะเป็นตัวเราเอง และที่สำคัญ obsessive passion นั้นไม่ได้ทำให้เราไปถึงความสำเร็จแท้จริง และมักเป็นตัวพาสู่ความล้มเหลวด้วยซ้ำไป
 
เพราะเราจะผูกความเป็นตัวตนของเราเข้ากับ obsessive passion นั่นคือ  ถ้าทำไม่สำเร็จ ก็จะไม่มีตัวตนเหลือ ซึ่งย่อมเป็นความเจ็บปวดที่ยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความน่ากลัวนี้ คนเรามักจะหาเหตุผลที่ดี หรือ excuse ที่ดี เพื่อถอยออกมาก่อนเมื่อเห็นว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด  และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ บางคนที่ไม่ยอมถอย แต่สู้ตรงๆก็ไม่ไหว หันไปพึ่งวิธีลัดต่างๆแทน เช่น การเอาเปรียบเพื่อนร่วมงานหักหลังใส่ร้ายmake ข้อมูลขึ้นมาเองหรือแม้กระทั่งโกงและทุจริตเรียกว่า ทำอย่างไรก็ได้ ขอให้ได้ “ความสำเร็จ” มาไว้กับตัว
 
ส่วนคนที่มี harmonious passion ที่ไม่แคร์คนดู ถ้าพบอุปสรรคใหญ่ แต่เขายังรู้สึกสนุกทีจะทำ ก็จะทำต่อ บนความยากลำบากนั้น 

About the Author
background จากการศึกษาและทำงานด้าน การเงินการธนาคาร เศรษฐศาสตร์ และ IT เชื่อว่าคนเราสามารถหาความสุขได้ง่ายๆจากความอยากรู้อยากเห็นและความสงสัย นอกจากการอ่านและเขียนแล้ว เขาใช้ชีวิตกับกิจกรรม outdoor หลากหลายชนิด
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
มนุษย์อาจจะเคยชินกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ทั้งพระอาทิตย์ตกดิน หรือแสงจันทร์ยามค่ำคืน แต่แท้ที่จริงแล้วมันมีความหมายอยู่ในตัวมันเอง
 
สภาวะที่กดดันและการต่อสู้กับอุปสรรคหลายอย่างในชีวิต เป็นเพียงแค่ขั้นตอน “ปิ้งขนมปัง” แต่เพียงเท่านั้น ถ้าเราสามารถผ่านมันไปได้ และไม่กลัวมัน มันจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นและใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งและภาคภูมิใจ