OPINION

7 วิธีปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

คธาพล รพีฐิติธรรม
1 ต.ค. 2562
1.คุณมองหา “สิ่งสำคัญ” ที่จะต้องยึดถือก่อน ส่วนสิ่งที่เหลือ คุณแค่ปฏิเสธมัน
2.การปฏิเสธงานที่คนอื่นเอามาแทรก ไม่ใช่เพราะคุณใจแคบ คุณไม่ได้ปฏิเสธตัวคน แต่คุณปฏิเสธงานที่ไม่สำคัญ
3.หัวใจสำคัญของการปฏิเสธอย่างนุ่มนวล อย่าเพิ่งพูดคำว่า “ไม่” ก่อน แล้วค่อยลองหาทางออกให้กับคู่สนทนา


บ่อยครั้ง เจ้านาย หรือเพื่อนร่วมงานมาฝากให้ช่วยทำงานในเวลาที่เราไม่ว่าง หรือไม่สะดวกจริงๆ
แต่เราก็ไม่กล้าปฏิเสธ เพราะกลัวคนอื่นจะมองว่าเราไม่มีน้ำใจ หรือกลัวว่าจะถูกมองไม่ดี
พอเรารับงานนั้นมาทำ ส่งผลให้งานที่เราดูแลแย่ลง และงานที่เพิ่งรับมาก็ยิ่งแย่กว่า
จนต้องบ่นกับตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่า “ไม่น่ารับมาเลย”

การที่คนประสบความสำเร็จส่วนใหญ่สามารถทำงานได้บรรลุเป้าหมายและได้ผลลัพธ์ที่เยี่ยมยอด
เป็นเพราะพวกเขารู้ว่าอะไรคือ “สิ่งสำคัญ” และมุ่งมั่นทำสิ่งนั้นเพียงสิ่งเดียว
ส่วนสิ่งที่เหลือ ก็ต้องปฏิเสธไปให้หมด

สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำความเข้าใจคือ
“การปฏิเสธ” นั้นไม่ใช่การ ปฏิเสธ “ตัวบุคคล”
แต่คือการปฏิเสธ “งาน” ที่ยังไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับเราในเวลานั้นจริงๆ

นี่คือ 7 เคล็ดลับดีๆ จากหนังสือ “จงทิ้งสิ่งที่ดี เพื่อสิ่งที่ดีที่สุด” (Essentialism) ที่ทำให้คุณกล้าปฏิเสธคนอื่นได้อย่างนุ่มนวล และไม่ทำให้เจ็บช้ำน้ำใจกันอีกด้วย

1.การนิ่งเงียบเพื่อสร้างบรรยากาศอึดอัด
วิธีการนี้เหมาะกับการสนทนาแบบเห็นหน้าเห็นตากัน
แทนที่จะรีบตอบรับทันที ลองแสดงอาการว่านิ่งเงียบก่อน  ทำท่าว่ามีอาการฟังอย่างตั้งใจจริงๆ แล้วปล่อยให้ความเงียบทำงาน จนกว่าคู่สนทนา จะยอมรับกลับไปว่าการที่เราเงียบนั้นคือเราไม่สนใจงานนั้นจริงๆ

2.ยื่นข้อเสนออย่างอื่นแทน
ให้บอกปฏิเสธไปตรงๆ แต่บอกสิ่งที่เราจะทำให้ได้ เช่น การบอกว่า เราไม่สามารถทำงานในตอนนี้ได้ แต่ยินดีจะทำงานนี้ให้ได้ในอีกสัปดาห์ถัดไป

3.ขอดูตารางงานก่อน
นี่เป็นเทคนิคที่หัวหน้าหรือผู้บริหารส่วนใหญ่ชอบทำกัน คือ ยังไม่ต้องตอบรับหรือปฏิเสธไปตรงๆ แต่ลองบอกว่าขอดูปฏิทินหรือตารางงาน แล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งว่าจะสะดวกอีกทีหรือไม่

4.ตอบปฏิเสธด้วยข้อความอัตโนมัติ
เหมาะกับการใช้ทางแชทออนไลน์ หรืออีเมล ซึ่งเหมาะกับเวลาที่เราเดินทางไกลหรือไม่สามารถโต้ตอบกับคู่สนทนาได้ทันที และช่วยเราหลีกเลี่ยงการพูดจากันตรงๆ อีกด้วย

5.ลองพูดว่า “ได้สิ แล้วจะให้ฉันลดความสำคัญของงานไหนก่อนดี”
เรายินดีจะทำงานให้คุณ แต่คนที่เสนองานมาให้ก็ต้องยอมรับว่า จะต้องลดความสำคัญหรือลดมาตรฐานของการทำงานชิ้นอื่นลงด้วยเช่นกัน เป็นเทคนิคที่โยนการตัดสินใจและความรับผิดชอบไปให้กับคู่สนทนาด้วย

6.ลองพูดว่า “คุณทำสิ่งนี้ได้นะ และฉันยินดีทำสิ่งนี้ให้กับคุณ”
เช่น มีคนมาขอให้คุณขับรถไปส่งเขาที่บ้าน แต่ตอนนั้นคุณไม่ว่างหรือไม่สะดวก ลองตอบไปว่า “คุณยืมรถผมก็ได้นะ และผมยินดีมอบกุญแจรถให้กับคุณ”  เปลี่ยนการโฟกัสจากการปฏิเสธให้กลายเป็นว่าเราช่วยเหลือเขาได้อย่างไร

7.ลองพูดว่าคนอื่นก็ทำได้ และเหมาะสมกับเรา
หลายคนคิดว่าวิธีนี้เหมือนการโยนงานให้กับคนอื่น แต่ในฐานะการทำงานอย่างมืออาชีพ เมื่อคุณประเมินแล้วว่า งานนี้เหมาะกับใครให้ระบุถึงคนที่คุณคิดว่าเหมาะสมกว่า และลองเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียที่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณกับเพื่อนอีกคนทำงานชิ้นเดียวกัน

นี่ก็เป็นเทคนิคดีๆ ที่ทำให้คุณกล้าปฏิเสธผู้คนมากขึ้น และทำให้คุณโฟกัสกับสิ่งสำคัญจริงๆ
เหมือนกับคำกล่าวของ วอร์เร็น บัฟเฟตต์ว่า

“คุณต้องปฏิเสธที่จะทำอะไรก็ตามที่ไร้ความสำคัญ และทำแต่สิ่งที่สำคัญที่จะสร้างความแตกต่างให้กับชีวิตของคุณเท่านั้น”
About the Author
นักกฎหมายกับอีกบทบาทคือ Declutter Coach หรือที่ปรึกษาการจัดระเบียบบ้านคนแรกของไทยกับความเชื่อว่า Life Coaching กับการจัดระเบียบบ้านจะเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนให้ดีขึ้นได้ที่เพจ “Proud จัดระเบียบเปลี่ยนชีวิต”
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ตำรวจ 2 นายพาฉันขึ้นรถจิ๊บ ขับวนขึ้นไปบนภูเขา สูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเวลาโพล้เพล้ใกล้ค่ำเต็มที ฉันนั่งนิ่งทำท่าเหมือนจะร้องไห้เพราะรู้ชะตากรรมว่าต้องถูกพาไปกระทำชำเลาแน่ๆ
 
delayed return environment เป็นคุณสมบัติสำคัญของมนุษย์ แต่ไม่ใช่ว่า เราจะอยู่กับมันได้โดยไม่มีปัญหา