
ประโยคฮิตติดปากของคนไทยอันดับที่ 1 คือ ทำไมอ้วนขึ้นจัง? ประโยคนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้วเวลาคนไทยเจอกัน ไม่ว่าเจอเพื่อน คนรู้จัก หรือคนในครอบครัว หากเราเห็นการเปลี่ยนแปลงของ Body คนนั้นแล้ว เรามักจะทักแบบนี้ก่อนเริ่มบทสนทนาต่อไป แต่ถ้าหากคุณนำประโยคนี้ไปพูดกับชาวต่างชาติ เขาจะถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติและไม่อยากจะสนทนากับคุณต่อเลยทีเดียว
2.ไปทำอะไรมาดูโทรมมาก?

เรามักจะคุ้นเคยกันอยู่บ่อยๆกับการทักทายว่า ทำไมดูโทรมลง ไปทำอะไรมา? สังเกตได้ว่า เวลาเราดูแลตัวเองจนสวยหล่อ น้อยคนนักที่จะทัก แต่เมื่อถึงวันที่เราต้องนอนดึก ตื่นเช้ามาโทรม หน้าสด ใส่ชุดนอนเดินห้าง เราจะได้รับการทักทายเป็นพิเศษจากกลุ่มเพื่อน ซึ่งความรู้สึกของคนไทยเวลาฟัง ก็คงจะเฟลเป็นเรื่องธรรมดา แต่ด้วยพื้นฐานวัฒนธรรมคนไทยเอง ก็มักจะเก็บไว้ ไม่พูด แต่ถ้าหากเป็นชาวต่างชาติ ประโยคที่คุณจะได้รับกลับมาคือ “ คุณเสียมารยาทจัง” หรือไม่ก็ “นี่ไม่ใช่ปัญหาของคุณ”
3. เลิกกับแฟนแล้วหรือ?

สำหรับการทักทายแบบนี้ คุณเคยไหม ที่เพื่อนจะทักหลังจากที่เห็นคุณเดินคนเดียว เที่ยวคนเดียว โพสต์รูปลงเฟซบุ๊กคนเดียว จากเมื่อก่อนที่ควงหนุ่มหล่อสวีทโพสต์รูปลงไอจีจนน่าอิจฉา แต่ตอนนี้ไม่มี และโดนทักว่า “เป็นไง กับคนนั้นเลิกแล้วเหรอ?” ซึ่งหากคุณกำลังอกหัก เมื่อฟังประโยคนี้จะรู้สึกเจ็บไปถึงขั้วหัวใจ และคงตอบได้เพียงว่า “ใช่ เราไม่มีเวลาให้กัน อยู่คนเดียวดีกว่า” แต่ถ้าคุณไปพูดกับเพื่อนชาวต่างชาติ อาจจะโดนสวนกลับจนหน้าชา เพราะเขาถือว่านี่เป็นเรื่องส่วนตัว
4. ทำไมดำขึ้น?

เพื่อนชาวต่างชาติของผม ส่วนมากจะเป็นคนผิวสี และจะ Sensitive กับเรื่องสีผิวมากหากโดนเหยียด ซึ่งเขาก็บอกว่าคนไทยพูดจาเหยียดสีผิวมากที่สุด เท่าที่เขาเคยเจอมา ซึ่งก็อาจจะจริง เพราะถ้าหากคุณกลับมาจากปาร์ตี้พักร้อน ณ ทะเลแสนสวย เมื่อกลับมาที่ทำงาน โดนทักว่า “ทำไมดำขึ้น ไปเที่ยวทะเลมาใช่ไหม” คุณก็จะรู้สึกประมานว่า “ บ้า ก็ช่วงนี้กระแสผิวน้ำผึ้งมาแรง เลยอยากอาบแดดโชว์แทนบ้าง” แต่คุณคงไม่กล้าเสี่ยงไปพูดประโยคนี้กับชาวต่างชาติเป็นแน่ เพราะเท่าที่เห็นกับตาคือ คนที่ทักชาวต่างชาติแบบนี้ โดนตบจนสลบก็มี
4 ประโยคนี้เป็นประโยคคุ้นหูที่เราพบได้บ่อย ที่คนไทยใช้ทักทายกัน ทางที่ดีหากคุณมีโอกาสได้ Meeting กับชาวต่างชาติ ก็อย่าเผลอไปทักเขาแบบนี้เชียวล่ะ คุณอาจจะถามถึงเรื่องราวของเขา เช่น “สบายดีไหม, เป็นอย่างไรบ้าง เรื่องงาน, มีปัญหาอะไรอยากระบายไหม ฉันยินดีรับฟัง” แบบนี้นอกจากจะไม่เสี่ยงโดนตอกกลับแล้ว ยัง Happy ทั้งคนถามและคนฟังอีกด้วย






