OPINION

เรื่องเล่าจากอากง ตอนที่ 4

หัสสยา อิสริยะเสรีกุล
3 พ.ย. 2560
“เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน” นี่คือคำแปลจากสุภาษิตจีนที่อากงหยิบยกมาจาก
หนังสือพิมพ์จีนที่แกอ่านทุกเช้า และมักจะเอามาบอกต่อกับพวกเราลูกหลาน อากงบอกเสมอว่า
ทำงานสุจริต ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องอายใคร ยิ่งใหญ่ขนาดฟ้าและดินก็ยังไม่ต้องกลัว
 
อากงใช้ชีวิตหลับนอนอยู่ที่บ้านเล้าเป็ดได้ไม่นาน ก็เริ่มสร้างบ้านอยู่เองตามความรู้พื้นฐานที่มี
ว่าบ้านหนึ่งหลังนั้น จะต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ทั้งเสา หลังคา และตัวบ้าน สำหรับตัวบ้านของ
อากงนั้นสร้างจากปีกไม้ หรือเศษไม้เหลือใช้ ที่อากงขอซื้อต่อมาจากช่างไม้แถวนั้นในราคาย่อมเยา
 
หลังเป็นจับกังรับจ้างทั่วไปได้ประมาณหนึ่งปี บวกกับช่วงที่ทำงานอยู่กับอากู๋ก่อนหน้าอีกหนึ่งปี
อากงก็เก็บเงินได้ราวสองพันบาท ปี พ.ศ.2494 อากงตัดสินใจกำเงินสองพันที่มี เพื่อไปลงทุน
เช่าห้องแถวย่านทองหล่อ เปิดเป็นร้านขายปูนทรายและวัสดุก่อสร้างอื่นๆ โดยรวมหุ้นกันกับญาติ
อีกสองคน ในส่วนพื้นที่ด้านหน้าร้านก็ขายของไป พื้นที่ที่เหลือส่วนด้านหลังร้าน ก็ไม่ปล่อยให้เปล่า
ประโยชน์ เพราะก็ใช้รับงานหล่อต่างๆ ทั้งหัวส้วม ถังส้วม ท่อปูน แต่จะด้วยความต้องการของงาน
เหล่านี้ที่ยังมีไม่มากพอ หรือจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ร้านของอากงกลับขายไม่ค่อยดี เปิดร้านได้ราว
สองปี อากงจึงตัดสินใจยกร้านให้ญาติทำต่อ ส่วนแกกลับไปเป็นช่างปูนตามเดิม ที่เพิ่มเติมคือ
ประสบการณ์ของแกที่มากขึ้น คราวนี้ แกจึงมีรายได้มากขึ้น อยู่ที่สี่สิบถึงห้าสิบบาทต่อวัน
 
หลังจากนั้น อากงก็เริ่มรับเหมาค่าแรงเอง ไม่ได้เป็นช่างปูนแต่เพียงอย่างเดียว ฉันเคยเข้าใจว่า
รับเหมาค่าแรง กับ รับเหมาก่อสร้าง นั้นเหมือนกัน แต่จริงๆแล้ว การรับเหมาค่าแรงนั้น เป็นเพียง
ขั้นเริ่มต้นของการรับเหมาก่อสร้าง ที่มีความเสี่ยงและต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก เพราะการรับเหมาค่าแรง
ก็คือ การที่ “ผู้ว่าจ้าง” จ้างให้ “ผู้รับจ้าง” ทำการก่อสร้างให้ จะเพียงส่วนเดียว เช่นงานปูกระเบื้อง
หรือจะหลายส่วนของบ้านก็ได้ โดย “ผู้ว่าจ้าง” เป็นผู้รับผิดชอบค่าอุปกรณ์ต่างๆ เช่นค่ากระเบื้อง
ค่าหิน ค่าปูน ค่าทราย ส่วน “ผู้รับจ้าง” นั้นมีหน้าที่ก่อสร้างแต่เพียงอย่างเดียว
 
หน้าที่ของอากงในฐานะผู้รับเหมาค่าแรงนั้น คือแกจะรับงานและเงินก้อนมาจากผู้ว่าจ้าง จากนั้น
จึงรวบรวมคนงานเพื่อมาทำงานให้กับผู้ว่าจ้างจนเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งอากงก็จะพยายามจัดสรรให้คนงาน
ทำงานได้มากขึ้น ในเวลาที่น้อยลง เพื่อจะได้มีกำไรมากขึ้น แน่นอนว่า ข้อดีของการรับเหมาค่าแรง
คือการที่ผู้รับจ้างไม่จำเป็นต้องมีเงินลงทุนมาก ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงในการออกเงินซื้อของก่อน  
แต่ข้อเสียก็คือ กำไรที่จะได้นั้น ไม่ได้มากเท่ากับการรับเหมาก่อสร้าง
 
การรับเหมาก่อสร้างนั้น คือการที่ “ผู้รับจ้าง” รับงานจาก “ผู้ว่าจ้าง” แล้วตนเองเป็นผู้รับผิดชอบ
ทุกอย่าง ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ค่าอุปกรณ์ การหาซื้อวัสดุ รวบรวมคนงาน และทำการ “ก่อสร้าง” จนแล้ว
เสร็จสมบูรณ์ ดังนั้น การรับเหมาก่อสร้าง จึงมีโอกาสที่จะทำกำไรได้มากกว่าการรับเหมาค่าแรง
แต่เพียงอย่างเดียว แต่.. ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่มากกว่า ในการแบกรับค่าใช้จ่ายต่างๆนั่นเอง
 
อากงรับเหมาค่าแรงอยู่ได้ราวหกถึงเจ็ดเดือนก็ได้เงินมากถึงหมื่นกว่าบาท ในที่สุด อากงก็มีเงิน
มากพอที่จะสร้างบ้านหลังแรกที่ประเทศไทย
 
บ้าน.. ที่เป็นบ้านจริงๆ ที่ไม่ได้สร้างขึ้นในเล้าเป็ด หรือสร้างจากเศษไม้เหลือใช้
 
บ้าน.. ที่มาจากน้ำพักน้ำแรงตลอดหลายปีที่ใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทย ที่ที่จะเป็นบ้านของอากงและครอบครัวนับจากนี้ไปอีกหลายสิบปี  
 
และ บ้าน..ที่จะกลายเป็นเรือนหอของอากงกับอาม่า
 
บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้สองชั้น อยู่ที่ตรอกพระยานคร ถนนเจริญกรุง เริ่มสร้างเมื่อต้นปีพ.ศ. 2496
ราคาก่อสร้างอยู่ที่หมื่นกว่าบาท แน่นอนว่า อากงเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างเอง ซื้อของเอง ออกแบบเอง
หาช่าง หาคนงานเอง ฉันสงสัยเหลือเกินว่า คนที่แทบไม่เคยได้เรียนในสายงานวิศวกรรมและ
สถาปัตยกรรม เหตุใดจึงสามารถคุมงานก่อสร้างแบบนี้ได้ อากงบอกฉันว่า แกมีความเชื่อที่ว่า
คนเรา..ถ้าจะทำอะไร ทำได้ทั้งนั้น ทุกทักษะที่อากงมีในวันนี้ แกฝึกเอาเองทั้งนั้น ทั้งการเขียนแบบ
การคำนวนน้ำหนักเวลาสร้างตึก จะเรียกว่าอากงเป็นทั้งสถาปนิกและวิศวกรในคนๆเดียวก็ยังได้


(อากงขณะเขียนแบบ)
 
ช่วงที่อากงไปรับงานเป็นช่างปูนที่บริษัทสี่พระยาวัตถุโบราณ ที่นั่นมีวิศวกรอยู่หลายคน ในช่วง
พักกลางวัน อากงจะรีบกินข้าวให้เสร็จ เพื่อที่จะได้มีเวลามาพูดคุยกับวิศวกรเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็น
วิธีการคำนวนน้ำหนักของเสาเข็มหนึ่งต้น ว่ามีวิธีคิดอย่างไร ขนาดของเสาสูงเท่าไร เพื่อที่จะได้
ทราบว่า พื้นที่ต่อหนึ่งตารางเมตรนั้นรับน้ำหนักได้เท่าไร อากงบอกว่า พื้นที่เพียงหนึ่งตารางเซน
ติเมตรนั้นสามารถรับน้ำหนักได้มากถึงร้อยกว่ากิโล
 
ส่วนเรื่องการเขียนแบบ อากงใช้วิธีทดลองเขียนไปเรื่อยๆ และหมั่นศึกษาจนสามารถเขียนแบบบ้านได้
แต่ด้วยความที่อากงไม่ได้เรียนจบอะไรมาเหมือนคนอื่นเขา อากงจึงไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ
สถาปนิกเหมือนคนที่เรียนจบด้านนี้มาโดยตรง แต่นั่น ก็ถือเป็นอุปสรรคเพียงเล็กน้อย เพราะอากงบอกว่า
ถึงแม้ว่าลายเซ็นของแกจะไม่สามารถรับรองแบบบ้านได้ แต่งานต่อเติมทั้งหลายนั้นแกทำได้สบายมาก
ในช่วงนั้น อากงจึงมีงานซ่อมบ้านเข้ามาให้ทำมากมาย ทั้งงานต่อเติมบ้าน หรือซ่อมแซมบ้านทรุด
อากงก็ไปรับซ่อมให้ทั้งนั้น
 
ส่วนเรื่องการเรียนรู้ภาษาไทย อากงก็ใช้วิธีพยายามอ่านและเขียนด้วยตัวเองไปเรื่อยๆ มีหลายครั้ง
ที่อากงเขียนชื่อคนงานไทยผิดแล้วเขาหัวเราะ อากงก็ไม่ว่าอะไร ได้แต่ยื่นกระดาษและดินสอกลับไป
ให้แล้วบอกว่า “อั๊วเขียนผิด ลื้อก็เขียนให้อั๊วดูสิ” อากงไม่เคยอายเลยที่เขียน หรือพูดผิด เพราะว่า
ภาษาไทยไม่ใช่ภาษาแม่ของอากง และที่สำคัญ แกไม่ได้เรียนตัวหนังสือไทยมาสักนิด อ่านออก
เขียนได้เท่านี้ ก็ดีถมไปแล้ว
 
กลับมาที่เรื่องคู่ชีวิตของอากง อากงบอกกับฉันว่า ตั้งแต่มาถึงเมืองไทย แกก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน
เพียงอย่างเดียว ไม่มีโอกาสได้ไปรู้จักผู้หญิงคนไหน แม่สื่อก็พยายามแนะนำผู้หญิงหลายคนให้
กับอากง แต่ก็ยังไม่ถูกใจ จนได้มาเจอกับอาม่า ผู้ซึ่งเป็นคนจีนแต้จิ๋วที่เกิดในแผ่นดินไทย
พ่อและแม่ของอาม่าก็เดินทางด้วยเสื่อผืนหมอนใบมาจากเมืองจีนเช่นเดียวกัน ตอนที่ได้เจอกับ
อากงนั้น อาม่าใช้ชีวิตอยู่กับแม่เพียงสองคน ประกอบอาชีพหลักคือถักแห และอวนจับปลา
ส่วนพี่สาวคนเดียวก็แต่งงานย้ายออกไปก่อนแล้ว
 
เรื่องของแม่สื่อในยุคนั้นถือเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจให้กับฉันมาก เพราะแม่สื่อ ถือเป็นอาชีพ
และได้รับความนิยมพอตัว อากงบอกว่า คนสมัยก่อนไม่มีโอกาสพบปะสังสรรค์ และเจอกันได้ง่าย
เหมือนสมัยนี้ ฉะนั้น แม่สื่อจึงเป็นอาชีพ ที่มีหน้าที่สอดส่องมองหาลูกสาวของแต่ละบ้านที่ยังโสด
แล้วนำเสนอให้กับชายโสดในละแวกนั้น คำกล่าวโบราณที่เคยได้ยินบ่อยๆว่า อยู่ๆกันไป เดี๋ยวก็
รักกันเอง จึงไม่ใช่การกล่าวอ้างเกินจริงแต่อย่างใด แต่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับคนหลายๆคู่ในยุคนั้น
 
ต้นปี 2496 หลังได้เจอกับอาม่าแล้วถูกใจ อากงจึงขอหมั้นหมายไว้ก่อน รอกระทั่งบ้านสร้างเสร็จ
อากงและอาม่าจึงแต่งงานกัน เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ปีพ.ศ. 2496 สำหรับฉัน ฉันขอเรียกนิทานเรื่องนี้ว่า
รัก(แท้)แรกพบ ที่อากงและอาม่า ครองรักกันมายาวนานถึง 56 ปี และมีลูกด้วยกันถึง 9 คน


(อากงและอาม่าในวัย 20กว่าๆ)
About the Author
เป็ดที่ผ่านงานในวงการบันเทิงมาแล้วทุกแบบ ทั้งนักร้อง นักแสดง พิธีกร ดีเจ นักพากย์.. แต่ตอนนี้กำลังสนุกกับบทบาทใหม่ในฐานะพิธีกร New Gen ของเจาะใจ พ่วงด้วยบทบาทเบื้องหลังใน Johjaionline.com แบบเต็มตัว
เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ความดูรกไร้ระเบียบนั้น น่าจะมีประโยชน์ในด้านความคิดสร้างสรรค์

 

 

นักจัดระเบียบบ้านเป็น “เพื่อนคู่คิด” เพื่อช่วยสร้างทัศนคติใหม่ในการใช้ชีวิตให้แก่เจ้าของบ้าน