การขังตัวเองอยู่ในเซฟโซนที่ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ถึงจะได้ออกมา มันกลายเป็นความเคยชินประเภทหนึ่งที่ทำให้เราไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆสักที คิดกันง่ายๆถึงตอนสั่งอาหารที่ร้าน หลายคนจะชอบสั่งเมนูซ้ำๆเพียงเพราะเหตุผลที่ว่า “สั่งอะไรเซฟๆไว้ดีกว่า เพราะถ้าสั่งอะไรแปลกๆ ไม่อร่อยจะเสียดาย” นี่ก็เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่สะท้อนความเชื่อและความคิดที่ถูกสะสมมาในหัว แปลง่ายๆว่า คุณไม่อยากเสี่ยง!
ความแปลกใหม่ ความเร้าใจ ความน่าค้นหาของชีวิต จบลงตั้งแต่เราประกาศอาณาเขตปลอดภัยให้ตัวเอง แล้วเราก็ต้องการอยู่ในนี้อย่างไม่ไปไหน ดูแล้วก็น่าเสียดายเหลือเกินที่ชีวิตจะออกเป็นสีโมโนโทนนิดๆ
เซฟโซนในความหมายของคนทำงาน นั่นอาจหมายถึงการไม่กล้าก้าวออกจากสิ่งที่ตัวเองยืนอยู่ เช่น คุณอาจจะเป็นพนักงานบริษัทในบทบาทที่น่าจะเติบโตในที่อื่นๆได้สบาย แต่คุณก็ไม่ต้องการจะไปไหน เพียงเพราะอยู่แบบนี้ก็ไม่เดือดร้อน ก้าวออกไปจากตรงนี้ก็เสี่ยงเปล่าๆ หรือจะในด้านความรัก ที่คุณไม่กล้าที่จะบอกเลิกกับคนรักที่คุณไม่ได้รัก เพียงเพราะคุณไม่อยากไปเริ่มต้นใหม่กับคนอื่นที่ไม่รู้ว่าจะแย่ไปกว่านี้หรือไม่ หรือสำหรับกลุ่มคนโสด ก็อาจไม่กล้าเริ่มต้นรักครั้งใหม่ เพราะใช้ชีวิตแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว และอีกหลายมิติกับคำว่าเซฟโซนที่คุณจะสร้างไว้ในโซนไหนก็ได้ในชีวิต ทุกที่ล้วนปลอดภัยได้หมดถ้าคุณไม่อยากเสี่ยง
สิ่งที่ขาดหายไปเมื่อเราเอาตัวเองไปอยู่ในอาณาจักรแห่งความปลอดภัย จะมีอะไรให้น่าเสียดายบ้างมาดูกัน
1. คุณพลาดในสิ่งใหม่ๆที่เกิดขึ้นในโลกนี้ทุกวัน จงใช้ชีวิตซ้ำซากต่อไป
2. คุณพลาดที่จะได้รู้จักคนใหม่ๆ ความคิดเจ๋งๆ จงอยู่กับชุดความคิดเดิมๆ
3. คุณพลาดกับเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่มันเป็นไปได้ จงใช้ชีวิตที่คาดเดาได้ทุกตอน
4. คุณพลาดที่จะพัฒนาศักยภาพตัวเอง เพราะการทำอะไรใหม่ๆคุณจะพบทักษะใหม่ของตัวเอง
5. คุณพลาดที่จะรู้จักตัวเองมากกว่าเดิม เพราะบางทีคุณก็ไม่รู้หรอกว่า คุณมีด้านนี้ของชีวิตด้วย
เมื่ออ่านครบทั้งห้าข้อนี้ แล้วหันมาดูตัวเองอีกครั้ง หากเราบอกว่า “ไม่ เราไม่มีเลยสักข้อ” นั่นก็ขอแสดงความยินดีด้วยที่คุณไม่ได้ขังตัวเองอยู่ในอาณาจักรของความปลอดภัย แต่ถ้าเราบอกว่า “เรามีครบทุกข้อ” นั่นก็อาจจะน่าเสียดายไปสักนิด
ว่าแล้วก็ลองปล่อยตัวเองออกจากเซฟโซนบ้างดีไหม ปล่อยให้ตัวเองออกมาทำอะไรสนุกๆในแบบที่ไม่เคยทำบ้าง ความตื่นเต้นในโลกใบใหม่รอคุณก้าวไปเจออีกมากมาย อย่ากลัวว่าตลอดทางเดินจะมีอุปสรรค เพราะมันไม่มีใครเจออะไรแย่ๆไปตลอดทุกช่วงชีวิตได้ จงใช้เวลาเพื่อจะเรียนรู้กับสิ่งที่เข้ามา แล้วรู้ตัวเองเสมอว่า อะไรคือความสุข อะไรคือความทุกข์ ลงไปแตะทั้งสองสิ่งให้พอดีแล้วชีวิตจะมีสมดุลดีๆ ลองเริ่มพรุ่งนี้วันแรกเลยก็ได้ อะไรใหม่ๆน่าจะปรากฏขึ้นมาให้หัวใจได้เต้นแรงๆ ดีกว่าหัวใจห่อเหี่ยวและวนเวียนในจุดเดิมๆ

มาเริ่มปล่อยตัวเองออกจากเซฟโซนกัน
1. หาคำพูดดีๆวันละหนึ่งประโยค แล้วพูดกับตัวเองที่หน้ากระจกทุกวันในเวลาตื่นนอน เป็นการส่งกำลังใจให้ตัวเอง
2. ลองทานอาหารเมนูที่ไม่เคยทาน แล้วใช้ลิ้นเรียนรู้รสชาติใหม่ ใช้ประสาทในการจดจำในช่วงเวลานั้นๆ กับสิ่งอื่นๆก็เอาวิธีนี้ไปปรับใช้ได้
3. เปลี่ยนใส่เสื้อผ้าแนวใหม่ๆดูบ้าง มันกระตุ้นพลังในตัวได้ดีมากเลยนะ (เป็นการไม่สร้างความจำเจให้ชีวิต เราได้ไอเดียนี้มาจากดีไซน์เนอร์ระดับโลกเขากระซิบบอกมา)
4. ลองทำอะไรที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้เลย วิธีนี้ตัวผู้เขียนใช้บ่อยๆ มีเรื่องมากมายจริงๆที่เราเคยคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่สุดท้ายมันก็แค่ความคิดที่เราไปตีตราเอาไว้แค่นั้นล่ะ เพราะมันก็เป็นไปได้หมด
5. ตั้งโจทย์ให้ชีวิตอยู่เรื่อยๆ เดือนนี้จะทำอะไร เดือนหน้าจะไปไหน ปีนี้ชีวิตเราจะเป็นอะไร แค่คิดก็สนุกแล้ว
ลองดูเบาๆสักห้าข้อนี้ น่าจะพาคุณออกมาจากเซฟโซนได้ทีละน้อยๆ และน่าจะได้ค้นพบความน่าตื่นเต้นและความหมายใหม่ๆของชีวิตมากขึ้น อย่าไปกลัวถ้าจะล้มเหลว แต่ก็อย่าไปคาดหวังว่าทุกอย่างจะสำเร็จ ขอแค่ลองก้าวออกมาจากจุดที่ยืนอยู่ ออกมาเรียนรู้อะไรใหม่ๆ แล้วใช้ชีวิตให้คุ้มค่า วันหนึ่งหันกลับไปมองในจุดที่เคยเดินมา ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ก็คงจะภูมิใจกับสิ่งที่ได้กล้าตัดสินใจทำ






