OPINION

เปิดศึก Luckin VS Starbuck

สุเทพ ศรีสมุทร์
29 ม.ค. 2562
ในปัจจุบันมีธุรกิจสตาร์ทอัพและเฟรนไชส์เกิดขึ้นมากมายทั่วโลก และเมื่อมีแบรนด์หน้าใหม่เกิดขึ้น แน่นอนว่าน้องใหม่ก็อยากขึ้นบันลังก์สินค้าที่ขายดีหรือผู้คนให้ความนิยม เลยเกิดที่มาของการแข่งขันกันในตลาดระหว่างจ้าวเก่าและหน้าใหม่ หนึ่งในนั้นคงเป็นส่วนแบ่งตลาดของกาแฟ และที่เดือดที่สุดคือตลาดกาแฟ ของจีน ซึ่งกำลังมีธุรกิจแบรนด์กาแฟน้องใหม่ที่คนพูดกันว่า จะมาแทนที่ สตาร์บัค…



มีแบรนด์กาแฟระดับโลกแบรนด์หนึ่ง ที่ยอมรับว่าแข็งแรงมาก ฐานแฟนคลับแน่น คุณภาพดี เลยไม่มีใครคาดการณ์ล่วงหน้าได้เลยว่า แบรนด์นี้จะปิดตัวลงตอนไหน แต่ก็คงเป็นไปได้ยากเพราะด้วยสาขาที่มีมากมายเหลือเกินทั่วโลก แต่เรากำลังพูดถึงที่ประเทศจีน ที่สตาร์บัคเข้ามาทำตลาดเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว และยืนกรานว่าจะเปิดสาขาใหม่ในจีนให้ได้ในทุกๆ 15 ชั่วโมง หลายคนอ่านตามแล้วคงรู้สึกว่า นี่เป็นอะไรที่บ้ามาก แต่คือเรื่องจริงของสตาร์บัค เพราะสตาร์บัคมีแผนบางอย่าง ซึ่งนั่นก็ทำให้ปัจจุบันตลาดในจีนถือเป็นตลาดที่เติบโตเร็ว และเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากสหรัฐอเมริกา แต่อย่าเพิ่งตายใจไปว่าบนโลกใบนี้จะมีดาวค้างฟ้าจริงๆ เพราะล่าสุด มีดาวลูกใหม่เกิดขึ้น คือแบรนด์กาแฟน้องใหม่ของจีนที่ใช้ชื่อว่า “Luckin” ลัคกิ้น ที่มีแผนที่เด็ดกว่า นั่นคือการโค่นบันลังก์ของสตาร์บัค ด้วยการเปิดสาขาให้มากกว่าที่สตาร์บัคเคยทำมาเมื่อ 20 ปีที่แล้ว นั่นคือ เปิดสาขาใหม่ในทุกๆ 3 ชั่วโมงเท่านั้น ทางหัวหน้าด้านยุทธศาสตร์ของลัคกิ้นประกาศต่อสำนักข่าวอย่างมั่นใจว่า “ถ้าพูดถึงรูปแบบธุรกิจในตอนนี้ลัคกิ้นสามารถขยายสาขาได้มากถึง 2,500 สาขาภายในปีนี้ ก็ต้องเข้าใจว่านี่เป็นช่วงต้นของแผนขยายธุรกิจในจีนเท่านั้น” ในความเป็นจริงทางด้านแบรนด์ ลัคกิ้นของจีนไม่ได้มองว่าแบรนด์กาแฟสัญชาติอเมริกัน คือคู่แข่งหลักแต่กลับมองว่า “เราไม่รู้ว่ายอดขายส่วนใหญ่ของเราจะมาจากไหน ไม่ว่าจะมาจากคนที่เพิ่งเริ่มดื่มกาแฟ, ลูกค้าเก่าจากสตาร์บัค เรารู้แค่ว่าเราจะทำให้ลูกค้ามีความสุขและกลับมาซื้อของเราอีกแค่นั้น” แต่ในขณะเดียวกันนอกเหนือเรื่องของ Mindset ลัคกิ้นก็ทุ่มเงินหมดไปกว่าหลายสิบล้านบาท เพื่อท้าชนกับสตาร์บัค โปรโมทจากการเพิ่มส่วนลดในการซื้อกาแฟมากขึ้น และเจาะ target group อย่างนักศึกษา หรือคอกาแฟที่ต้องการการเสริฟกาแฟแบบรวดเร็ว หรือการส่งแบบเดลิเวอรี่มากกว่า
 


ถ้ามองดูในเรื่องของรูปแบบร้าน ทางฝั่งแบรนด์มะกันอย่างสตาร์บัค ภายในร้านจะกว้างขวาง มีมุมให้นั่งจีบกัน มีมุมให้นั่งจิบกาแฟ และมุมให้นั่งทำงาน แต่ถ้ามองโมเดลของทางลัคกิ้นจะดูเหมือนกับห้องครัวมากกว่า ซึ่งความกว้างของร้านแต่ละสาขา ลัคกิ้น ให้อารมณ์เหมือนกับห้องสตูดิโออพาร์ทเม้นท์มากกว่า บางร้านกลับไม่มีโต๊ะและเก้าอี้นั่ง ลูกค้าที่ไม่เคยเข้าหากเข้าไปครั้งแรก จะต้องมองหาเค้าท์เตอร์ชำระเงินของลัคกิ้น แต่บอกไว้ตรงนี้เลยว่าไม่มี เพราะร้านกาแฟที่นี่มีความพิเศษอย่างหนึ่งคือ สั่งกาแฟหรือซื้อสินค้าอะไรภายในร้านจะต้องจ่ายเงินด้วยระบบ Mobile banking นั่นคือ ธุรกรรมไร้เงินสดนั่นเอง





ซึ่งเขาใช้ระบบจ่ายมาซื้อไปไม่ได้ใช้ต้นทุนไปกับอะไรมากเกินไป ทำให้ลดค่าใช้จ่ายต้นทุนไปได้เยอะ เลยทำให้ลัคกิ้นสามารถกำหนดราคากาแฟได้ถูกกว่าจ้าวอื่น สิ่งที่ทำให้ลัคกิ้นเติบโตเร็วคือ ถ้าลูกค้าเข้ามาในร้าน สั่งกาแฟ สแกนคิวอาร์โค๊ด รับกาแฟ และกลับบ้านได้ ซึ่งขั้นตอนก็มีแค่นี้ ใช้ทฤษฎีเดียวกับ Fast food และจะเร็วขึ้นอีกเมื่อคุณสั่งล่วงหน้าก่อนมารับ ผ่านทางแอพลิเคชั่น แต่ถ้าพูดถึงรสชาติของกาแฟ คนจีนหลายคนกลับชอบรสชาติของลัคกิ้นมากกว่า เพราะโดยจริตคนจีน จะชอบทานชาหวานๆ ดังนั้นกาแฟจึงต้องมีรสชาติไปทางหวานมากกว่าขม แต่ในบางรายอย่างเช่นลูกค้าของทางสตาร์บัค บ้างก็บอกว่ายังโอเคกับรสชาติของสตาร์บัคมากกว่า เพราะด้วยความหวานของลัคกิ้นทำให้กลบรสชาติของกาแฟไปหมด เสน่ห์ของกาแฟคือต้องมีความเข้มข้นมากพอที่จะดึงรสชาติที่แท้จริงของกาแฟออกมาให้ได้



แต่อย่างไรก็ตามที สตาร์คบัคก็ยังคงยิ่งใหญ่อยู่ในตลาดจีนตอนนี้ เพราะครองส่วนแบ่งไปกว่า 80% จากตลาดสตาร์บัคในประเทศจีน แต่ถ้าจะแข่งเรื่องของสาขา ลัคกิ้นกลับโค่นบันลังก์แชมปเก่าสตาร์บัคไปได้ ด้วยจำนวนสาขาที่มีแผนกำลังจะเปิดเพิ่ม 4,500 สาขา ในขณะที่สตาร์บัคมี 3,600 สาขาในจีน   

ขอบคุณรูปภาพจาก https://pandaily.com/the-coffee-chain-that-came-out-of-nowhere-with-the-potential-to-beat-starbucks-in-china
About the Author
สุเทพ ศรีสมุทร์ (โจ)
ชายหนุ่มผู้ที่เคยคิดปลิดชีวิตตัวเอง กลายเป็นคนที่มีชีวิตเพื่อตัวเองและผู้อื่น จากเด็กที่โดนปฏิเสธทุกโอกาสในการแสดงความสามารถ เริ่มสร้างทุกโอกาสให้ตัวเอง ปัจจุบันบทบาทของเขาคือ Creative ใน Johjaionline
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ทำความรู้จักกับนักร้องนำของวง Slot Machine ที่ชื่อ “เฟิด” และมีชื่อจริงยาวๆ สะกดยากว่า “คาริญญ์ยวัฒ ดุรงค์จิรกานต์”
ปกติคนเรามักให้ความสนใจกับผู้ที่เด่นที่สุด ไม่มีใครอยากเชียร์คนที่ไม่มีโอกาสชนะ เพราะนอกจากไม่สนุกแล้ว ยังถือเป็นการสูญเปล่า   แต่ทว่าในบางครั้ง คนเรากลับเต็มใจที่ละลงแรง ทุ่มใจ ให้คะแนน กับคนที่ดูเหมือนไม่มีโอกาสชนะ  หรือ “underdog”  อย่างมากมาย จนในที่สุด underdog พลิกกลับมาเป็น topdog อย่างเกินความคาดหมาย