
หลายคนมีเป้าหมายในชีวิต หลายคนมีความฝันที่อยากจะทำมันให้สำเร็จ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำตามความฝันนั้น เพียงเพราะคำพูดจากคนรอบข้างว่ามันเป็นไปไม่ได้ แรกๆเราก็ไม่เชื่อ พอนานๆเข้าเราเริ่มยอมรับและเริ่มเชื่อไปเองว่า คนอย่างเรามันจะไปทำได้ยังไง เราคงทำได้แค่นี้ และสุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ คุณรู้ไหมว่า คำสบประมาทมันไม่มีต้นทุน พูดออกมาได้เลย พูดออกมาไม่ยาก ง่ายนิดเดียว แต่คนที่ลงมือทำจริงๆนะสิ ที่ยาก คำพูดต่างๆนานาที่ประดังพรั่งพรูออกจากปากคนไม่เอาไหน ที่พวกเขาเองก็ทำไม่ได้ และยอมแพ้ให้กับคำสบประมาท เขาก็คิดเช่นเดียวกันกับคนอื่นๆรอบตัว ว่าเขาก็คงทำไมได้หรอก แต่คุณจะยอมให้มันเป็นแบบนั้นจริงๆหรอ คุณจะยอมกลายเป็นคนพวกเดียวกับเขา ที่ท้ายที่สุดไม่ลุกขึ้นต่อสู้ ถึงแม้ว่าจะต้องล้มสักอีกกี่ครั้งก็ตาม ถ้าคุณกำลังจะล้มเลิกและถอดใจ อย่าเพื่งคิดแบบนั้น ถ้าคุณยังไม่เคยฟังเรื่องนี้

วันนี้ผมมีตัวอย่างของคนๆนึง ที่จะทำให้คุณกล้าที่จะลุกขึ้นตบปากคนที่สบประมาทคุณได้ เพราะเขาเองก็เจอคำสบประมาทเช่นนั้นมาเหมือนกัน และเขาเองก็คือคนที่เคยยอมแพ้
เขาคือพลทหาร อาเธอร์ บัวแมน (arthur' boorman) เขาอายุ 45 ปีในขณะที่เขาเริ่มที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้กับโชคชะตา คุณเห็นไหมว่าอายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข เขาเป็นทหารผ่านศึกในสงครามอ่าวเปอร์เซีย ตำแหน่งพลกระโดดร่ม เขาได้รับคำสั่งให้กระโดดร่มบ่อยมากๆ จนนั้นส่งผลให้หลังและหัวเข่าของเขาต้องรับน้ำหนักจากการกระแทกเป็นร้อยๆครั้ง แน่นอน หลังและหัวเข่าของเขาเสียอย่างไม่ต้องสงสัย เขาต้องใช้ไม้เท้าในการช่วยเดิน จนถึงกระทั่งต้องนั่งรถเข็นเวลาไปไหนมาไหนตลอดเวลา 15 ปีเต็มๆ แพทย์วินิจฉัยว่าเขาไม่สามารถกลับมาเดินหรือวิ่งได้อีก เขายอมรับในความจริงข้อนั้น และเขายอมแพ้ เขาเริ่มอ้วนขึ้นเรื่อยๆ จากการไม่สามารถทำอะไรได้ถนัด อาเธอร์ตั้งคำถามในคลิปของเขาว่า แล้วถ้าคุณเป็นเขาละ คุณจะยอมแพ้ไหม? ในเมื่อเขาไม่สามารถเดินหรือวิ่งได้ การออกกำลังกายยิ่งดูจะเป็นไปไม่ได้ ครูสอนโยคะต่างพากันเบือนหน้าหนี ไม่มีใครยอมมาสอนเขาสักคน เพราะทุกคนเชื่อว่าเขาไม่มีทางกลับมาเดินได้หรอก! จนวันนึงที่เขาได้มาเจอกับ Diamond dallas ครูสอนโยคะชื่อดัง เขาไม่รู้จักกับอาเธอร์ แต่เขาเชื่อในตัวอาเธอร์ เขาแนะนำให้อาเธอร์ เริ่มฝึกโยคะตามวิดีโอของเขาทุกวัน

อาเธอร์ต้องล้มลงหลายครั้ง เกือบจะยอมแพ้หลายครั้ง แต่เขาก็ยังกลับมาลุกขึ้นสู้ใหม่ได้ในทุกครั้ง เขาฝึกโยคะอย่างหนักทุกวัน จนความมหัศจรรย์เริ่มบังเกิด น้ำหนักตัวเขาลดลงอย่างเห็นได้ชัด นั้นทำให้เขาเริ่มมีความมั่นใจ และเริ่มที่จะเชื่อว่า มันเป็นไปได้ที่เขาจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง! เขาพยายามฝึกเดินโดยไม่ใช้ไม้เท้า แต่แล้วเขาก็ล้มลงอีก แล้วเขาก็ลุกขึ้นมาสู้อีกโดยไม่ยอมแพ้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในวันหนึ่งความอัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น เขากลับมาเดินได้อีกครั้ง! น้ำหนักของเขาลดลงไปถึง 100 ปอนด์ ใน 6 เดือน
และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาได้ทำลายคำสบประมาทให้พังทลายลงอย่างราบคาบ จนสุดท้ายเขาสามารถกลับมาวิ่งได้อีกครั้ง! พวกเขาคิดผิดในตัวอาเธอร์ ทุกอย่างมันเป็นไปได้! สิ่งสำคัญคืออย่ายอมแพ้ต่อคำดูถูก ว่าคุณจะสามารถทำอะไรได้ เมื่อไรที่คุณเริ่มเชื่อในตัวเอง คุณสามารถเป็นได้ทุกอย่าง อย่ายอมแพ้!

ในวีดีโอคุณจะเห็นได้หลายครั้งว่าอาเธอร์นั้นล้มลง ไม่ต่างจากขีวิตเราที่เจอกับอุปสรรคแล้วต้องล้มลงในหลายๆครั้ง แต่สิ่งสำคัญคือ คุณจะลุกกลับขึ้นมาสู้ใหม่อีกครั้งหรือไม่ คุณจะพิสูจน์ตัวเองให้คนที่ดูถูกคุณได้เห็นหรือไม่ ว่าพวกเขามองคุณผิดไป ถ้าอาเธอร์เชื่อในคำสบประมาทในครั้งนั้น เขาคงจะกลายเป็นทหารผ่านศึกผู้พิการที่ไม่สามารถทำอะไรได้ อย่างในวันนี้ แต่อาเธอร์ไม่ได้เชื่อแบบนั้น นอกจากเขาจะเอาชนะคำพูดคนอื่นแล้ว เขายังเอาชนะใจตัวเอง พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่าเขาทำได้ ลองย้อนมองดูตัวเราเองว่าขนาดอาเธอร์ยังทำได้ แล้วเราละ เรายอมแพ้กับอะไรง่ายเกินไปรึเปล่า ผมหวังว่าเรื่องนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่กำลังท้อ ให้กลับมาลุกขึ้นสู้ใหม่อีกครั้ง สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ คุณต้องเชื่อว่าตัวคุณเองก็ทำได้!






