OPINION

อายุ 30 แล้ว ควรทิ้งและเก็บอะไรไว้บ้าง มาเช็กลิสกัน

JAZZYKWANG
27 ก.พ. 2561
เมื่อเลขสามนำหน้านั่นก็เป็นการส่งสัญญาณว่า เรากำลังเข้าสู่ครึ่งหนึ่งของชีวิต เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เข้าสู่วัยสร้าง ครอบครัว เข้าสู่วัยที่เต็มไปด้วยภาระหน้าที่ อย่างที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้สัมผัส ความเป็นผู้ใหญ่และความเป็น เด็กน่าจะเป็นเส้นที่ตัดกันในวัยนี้ และการมาถึงเลขสามมันอาจทำให้เราต้องทิ้งอะไรบางอย่าง เพื่อเลือกเก็บอะไรบางอย่าง แล้วเดินหน้าต่อไป แล้วอะไรบ้างที่จะเลือกเก็บเลือกทิ้ง นั่นก็สำคัญมากทีเดียว

การมาถึงในวัยนี้เชื่อว่าหลายคนเดินทางมาอย่างสะบักสะบอม เพราะไหนจะผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ช่วงลองผิดลองถูก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะจบแค่นั้น หลังจากนี้ก็ยังต้องลองผิดลองถูกกันต่อไปเรื่อยๆ แต่ก็น่าจะเป็นการลองที่มีบทเรียนอยู่บ้างแล้ว ไม่เดินไปสุ่มสี่สุ่มห้าเหมือนเมื่อก่อน ในส่วนของการระแวดระวังมันมีมากขึ้นตามกันไป ล้มทีก็ลุกยาก เจ็บทีกว่าแผลจะหายก็สมานกันยาวนาน ไม่เหมือนตอนเด็กๆเจ็บก็แค่ร้องไห้ เป่าสองทีก็หายแล้ว แต่พอเป็นผู้ใหญ่บางทีแผลอยู่ที่ขาแต่ก็ดันมาเจ็บที่ใจไปด้วย ประหลาดดีจริง

ความยาวนานกว่าสามสิบปีที่พาเราเดินมาถึงครึ่งชีวิต บางทีก็คิดว่า แล้วเวลาที่เหลือจะเอาไปทำอะไรต่อดี เป้าหมายเลยสำคัญมาก บางคนบอกว่าหลังจากนี้จะสร้างครอบครัว เพราะอยากมีลูกมีภรรยาสามีที่อบอุ่น บางคนก็อยากออกไปเที่ยวรอบโลก อยากไปไหนก็ไป ใช้สิทธิความเป็นผู้ใหญ่ให้เต็มที่ นั่นเป็นเรื่องราวของคนอื่น พอย้อนกลับมาถามตัวเอง เวลาที่เดินต่อไปนี้ เราจะโฟกัสกับสิ่งไหนดีล่ะ นั่นเป็นสิ่งที่ตัวเราน่าจะตั้งเป็นโจทย์เอาไว้บ้างนะ ไม่ให้ชีวิตมันเป๋

เมื่อประสบการณ์พาเรามาถึงจุดนี้ ไม่ว่าโจทย์ในการใช้ชีวิตต่อของคุณและเราจะเป็นไปในแบบไหน แต่สิ่งที่ควรจะทิ้งและเก็บไว้ก็น่าจะมีไว้บ้าง เพราะมันทำให้เรา ไม่โตเป็นผู้ใหญ่แค่อายุ

1. ทิ้งความลังเล แล้วหัดตัดสินใจเด็ดขาดและเร็วขึ้น ฝึกจากการใช้ประสบการณ์ในวันเก่าๆมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ และความกล้าที่จะลองผิดลองถูกดูบ้าง ถ้ามันผิดก็แก้ไข ถ้ามันใช่ก็ไปต่อ

2. ทิ้งความไม่ตรงต่อเวลา “โตแล้วต้องตรงต่อเวลา” เคยได้ยินประโยคนี้จากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เขาบอกว่าการตรงต่อเวลาจะทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เราตั้งใจ และเป็นการฝึกความรับผิดชอบแบบง่ายๆ ถ้าไม่เริ่มตรงจุดนี้ อะไรมันก็ยากไปหมด

3. ทิ้งการใช้จ่ายแบบไม่ยั้งมือ คิดถึงตอนเราเด็กๆสิ ซื้อของชิ้นเล็กชิ้นน้อย เอามากองทีก็เต็มโต๊ะ แล้วพอนั่งนับเงินที่ซื้อไป กลายเป็นซื้อของชิ้นใหญ่ๆได้สบายเลย ถึงตอนนี้คงต้องเปลี่ยนใหม่แล้วนะ เลือกซื้อของที่จำเป็น เก็บเงินไว้ให้เป็นนิสัย

4. ทิ้งอารมณ์ให้ใจนิ่งขึ้น เหมือนที่เขาบอกกันว่า ยิ่งโตยิ่งนิ่ง ข้อนี้เราเชื่อว่าคนที่ผ่านอะไรมาเยอะๆมันจะนิ่งไปเอง มันมีเหตุและผลอยู่ในใจ ไม่ได้บอกให้ใครรู้เหมือนก่อน รู้แล้วค่อยๆคิด พอคิดได้และเข้าใจ ใจมันจะนิ่งของมันเอง นั่นล่ะความโตขึ้นของเรา

5. ทิ้งความคิดที่ไม่จำเป็น ข้อนี้น่าจะคล้อยกันมากับข้อที่แล้ว เรากำลังจะบอกว่า อย่าปล่อยให้ใจฟุ้งซ่านเหมือนเมื่อก่อน เลือกคิดมากแค่บางเรื่องก็พอ เรื่องไหนไม่สำคัญก็ทิ้งให้ไว ไม่อย่างนั้นภาระในสมองจะเยอะมาก กลายเป็นว่าเราจะแยกเรื่องสำคัญและไม่สำคัญไม่ได้เลย



6. เก็บความไม่คิดมากเหมือนตอนยังเด็ก เหมือนที่เราบอกว่า ตอนเด็กเราล้มเป็นแผล เป่าสองทีก็หายความรู้สึกแบบนี้น่าเก็บมาไว้ใช้ในตอนนี้เหมือนกันนะ เพราะพอโตขึ้น หลายครั้งที่ใจมันเจ็บ เป่ากี่ครั้งก็ดูท่าจะไม่หายเลย ลองกลับไปเป็นคนที่ละทิ้งง่ายๆ ลืมง่ายๆ เจ็บเดี๋ยวก็หาย คิดอะไรง่ายๆบ้าง ไม่ทุกข์ใจดี

7. เก็บรอยยิ้มง่ายๆ เพราะพอโตขึ้นก็กลายเป็นคนยิ้มยากไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ความยิ้มยากนี่ล่ะ ส่งผลมาจากร่องรอยสุดบอบช้ำจนบางทีก็เฉยๆกับสิ่งที่มันเกิด ไม่อยากยินดียินร้ายในสิ่งที่เจอ หรืออาจจะทุกข์ง่ายเกินไปจนไม่มีรอยยิ้มให้เห็น อย่าปล่อยให้ชีวิตไม่มีรอยยิ้ม นึกไว้เสมอว่า พอสุขเดี๋ยวก็ทุกข์ พอทุกข์เดี๋ยวก็สุข ในชีวิตเราไม่มีคำว่าถาวร จงเรียนรู้อย่างเท่าทันในสิ่งที่เกิดขึ้น อย่าปล่อยให้อารมณ์ตัวเองไหลไปจนฉุดไม่อยู่ สิ่งแรกที่น่าจะดึงกันไว้ได้ นั่นคือรอยยิ้มที่เรายิ้มออกมา พอยิ้มปุ๊ปสมองของเราจะสดใสทันที

8. เก็บความกล้าได้กล้าเสีย มันก็น่าแปลกที่โตขึ้น เราน่าจะเด็ดขาดมากขึ้น แต่ไม่เลย สำหรับบางคนการโตขึ้นทำให้คิดเยอะขึ้น สุดท้ายก็กลายเป็นคนขี้ลังเล ตัดสินใจไม่ได้ กลายเป็นคนไม่เด็ดขาด ซึ่งบางทีก็ดูหมดความสมาร์ทไปเลย

9. เก็บความสนุกไว้มากๆ ข้อนี้เราอยากให้คุณคิดถึงตอนยังเด็ก ขึ้นรถไฟเหาะแบบไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรบ้างรู้ตัวอีกทีสนุกสุดๆไปเลย มันน่าจะเป็นผลมาจากเราไม่คาดหวังอะไรมาก ปล่อยให้ชีวิตมันสนุกในจุดที่มันอยู่ แค่นั้นเลย

10.เก็บความสม่ำเสมอ สังเกตกันไหม ตอนเด็กๆเราชอบทำอะไรซ้ำๆ ทำแบบสม่ำเสมอด้วยนะ วันนี้จะต้องไปเตะบอลกับเพื่อนก็ต้องไปทุกครั้ง วันนี้จะต้องตื่นเช้ามาดูการ์ตูนก็ไม่เคยผิดนัด นั่นเป็นสิ่งที่ดีมาก แต่เรากลับลืมที่จะต่อเนื่องในความสม่ำเสมอ พอโตขึ้นมา เราเลยชอบอะไรแบบทิ้งๆขว้างๆ ทำอะไรแบบเดี๋ยวก่อนเดี๋ยวค่อยทำ ผิดนัดก็ได้เดี๋ยวค่อยแก้ตัว กลายเป็นว่าเราเป็นคนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ความสม่ำเสมอในวัยเด็กเลยสำคัญมากนะกับตอนนี้ที่โตขึ้น ลองเอามาใช้กันสิการเลือกทิ้งหรือเลือกเก็บ คุณอาจคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับตัวเองเลย เพราะการเปลี่ยนแปลงมันทำให้เราเป็นแบบนี้ไปอย่างธรรมชาติ นั่นก็เป็นผลพวงของการเติบโตขึ้นมันก็ถูกแล้วไม่ใช่หรอ แต่ในมุมกลับกัน หากเราไม่ต้องการเป็นผู้ใหญ่แค่อายุ แต่เราจะเติบโตอย่างมั่นคงอย่างที่ใครๆก็อยากให้มีในวัยเลขสามนำหน้า การเดินทางอย่างรู้ทุกข์รู้สุขและรู้เท่าทันใจตัวเอง มันก็เป็นสิ่งที่น่าทำ เพราะแม้การเดินทางต่อจากนี้ ต่อให้มันสะบักสะบอมมากกว่าก่อนหน้านี้ แต่ในใจก็น่าจะรู้ดีว่า แผลพวกนั้นที่เกิดขึ้น มันเกิดมาจากอะไร บทเรียนต่างหากเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้น แล้วก็เดินหน้าต่อไปอย่างมีบทเรียน
About the Author
นักคิดแก้โจทย์ธุรกิจและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนในทุกๆวัน ที่เพจ jazzykwangandfriends
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คนหลงตัวเอง หรือ narcissist กลายเป็นเรื่องอยู่ในความสนใจเป็นพิเศษ

 
เมื่อวานมันคืออะไรที่ผ่านมาแล้ว และพรุ่งนี้คือสิ่งที่ยังมาไม่ถึง