หรือนี่คือยุคของการหาคู่ผ่านแอปฯ
ในประเทศไทย แอปพลิเคชั่นหาคู่อาจไม่ได้ถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย หรือมีให้เลือกมากมายหลายแอปนัก ผู้ใช้จริงก็ไม่ค่อยเปิดเผยตัวตนกันสักเท่าไหร่ ที่ดูจะคุ้นตากันที่สุดในประเทศไทยก็คงจะเป็น Tinder รวมถึงเฟซบุ๊กแฟนเพจที่ทำหน้าที่เป็นคิวปิดคอยรวบรวมและประชาสัมพันธ์รูปภาพรวมถึงประวัติของหนุ่มสาวโสด เพื่อเพิ่มช่องทางในการหาคู่ให้มากขึ้น แต่ที่อเมริกา แอปหาคู่อย่างว่า มีให้เลือกใช้กันอย่างเปิดเผยมากมายหลายแอป และที่สำคัญ แต่ละแอปนั้นได้แบ่งประเภท จำแนกความชอบของผู้ใช้อย่างชัดเจนเพื่อให้เจาะกลุ่มเป้าหมายจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ ชาติพันธุ์ สีผิว เพศ ศาสนา หรือภาษาหลักที่ใช้
เพื่อนสาวชาวนิวยอร์กคนหนึ่งเคยเล่าว่า ผู้คนในนิวยอร์กจำนวนมากคุ้นเคยกับการหาคู่ผ่านแอปพลิเคชั่น สงสัยไหมคะว่า เมืองใหญ่ที่มีผู้คนมากมายหลากหลายเชื้อชาติแบบนี้ ทำไมจะต้องไปพึ่งพาแอพหาคู่กันอีก เพื่อนคนนี้ก็ตอบว่า ก็เพราะคนเยอะนี่แหละ คนก็เลยไม่เลือกกันสักที เรื่องมากกันอยู่นั่น ตัวเลือกมาก ผู้คนจึงกลายเป็นคนช่างเลือกไปโดยปริยาย ลามไปถึงการที่มองข้ามคนข้างๆที่อยู่ด้วยกันมา แล้วไปเลือกมองดูแต่คนที่อยู่ในแอป
แล้วอะไรคือจุดเริ่มต้นของแอปหาคู่เหล่านี้ ? เป็นเพราะคนเราใช้ชีวิตอยู่กับโลกออนไลน์กันมากขึ้นใช่หรือไม่ ผู้คนสมัยนี้ไม่ค่อยตกหลุมรักกันจากการพบเจอตามสถานที่ต่างๆ เราอยู่ในสังคมก้มหน้าที่คนในสมาร์ตโฟนดูจะน่าสนใจกว่าคนข้างหน้าหรือคนข้างๆ สิ่งเหล่านี้คือเหตุผลที่ทำให้แอปพลิเคชั่นเหล่านี้ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีหลายต่อหลายคู่ที่ได้รู้จักกันผ่านแอปต่างๆเหล่านี้จนคบกันจริงจัง รวมถึงก็มีคู่ที่คบกันแบบฉาบฉวยอยู่ถมไป ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล และชนิดของแอปพลิเคชั่นที่เลือกใช้งานด้วย อยากรู้ไหมคะว่าแอปพลิเคชั่นที่กำลังเป็นที่นิยมที่นิวยอร์กมีแอปไหนบ้าง
1. Tinder หนุ่มสาวชาวไทยน่าจะคุ้นเคยกับแอพนี้ อย่างไรก็ตาม เพื่อนสาวชาวนิวยอร์กบอกว่า แอปนี้ดูจะชัดเจนไปทางการหาคู่นอนชั่วข้ามคืน หรือ One Night Stand มากกว่าจะหาแฟนที่คบกันจริงจัง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วย
2. Coffee meets bagels แอพนี้มีนโยบายชัดเจนว่า อยากเน้นไปที่คุณภาพของผู้ใช้งาน มากกว่าปริมาณ เพราะฉะนั้น ใครที่กำลังมองหาความสัมพันธ์จริงจังให้มาทางนี้ได้เลย ผู้ใช้งานจริงบอกว่าแอปนี้ผลิตขึ้นมาสำหรับคนเอเชียโดยเฉพาะ ส่วนว่าทำไมต้องเป็น Coffee meets bagels ก็เพราะว่า ตัวผู้ใช้งานเปรียบเสมือนเป็น Coffee หรือกาแฟ ที่เปิดร้าน 24 ชม. แล้วแอปนี้นี่แหละที่จะนำเบเกิลร้อนๆมาเสิร์ฟให้คุณเอง โดยมีเฟซบุ๊กช่วยเลือกคนที่เหมาะสมให้ ทั้งสองฝ่ายมีเวลา 24 ชม. ในการตัดสินใจว่าสนใจที่จะทำความรู้จักกันและกันหรือไม่
3. Hinge นี่เป็นอีกหนึ่งแอปที่พยายามจับคู่คนที่มีเพื่อนร่วมกันในเฟซบุ๊กจะได้ไม่รู้สึกเก้อเขินจนเกินไปเวลาคุยกับแปลกหน้า อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานจริงบอกว่าแอปนี้เน้นไปที่ฝรั่งผิวขาว เพราะฉะนั้นถ้าคุณเป็นอีกคนที่ชอบแนวนี้ก็ลองได้ไม่เสียหาย
4. Grinder แอปหาคู่ยอดฮิตของชาวเกย์ หลายเสียงบอกว่าแอปนี้ดูจะมีความชัดเจนค่อนไปทางการหาคู่นอนเพียงชั่วข้ามคืน หรือ One Night Stand มากกว่าจะหาคู่แบบจริงจัง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลเช่นเคยนะคะ
5. Hitch แอปนี้มีไอเดียหลักคือ “Friends know you better than yourself!” หรือเพื่อนที่รู้จักคุณดีมากกว่าตัวคุณเอง เพราะฉะนั้นหลักการของแอปนี้คือ ให้เพื่อนเป็นคิวปิด ในการจับคู่เพื่อนของตนเองสองคนเข้าด้วยกัน ถือเป็นความสนุกสนานที่เพื่อนมีส่วนร่วมให้เพื่อนปิ๊งกัน แต่กรณีนี้ก็ต้องระวังในเวลาที่เขาอาจจะทะเลาะกัน แล้วเราจะกลายเป็นหมาไว้ด้วยนะคะ
6. J-swipe แอปนี้มุ่งเจาะจงไปยังชาวยิว หรือ Jewish นั่นเอง ถือเป็นอีกหนึ่งแอปที่ฮิตไม่เบา
7. Down แอปนี้มีความชัดเจนที่ว่า ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ต้องการความสัมพันธ์แบบจริงจังให้มาทางนี้ได้เลย โดยตัวแอปก็เชื่อมต่อกับเฟซบุ๊ก เช่นเคยค่ะ
สุดท้ายนี้ก็อย่าลืมนะคะ ว่าถึงแม้เทคโนโลยีทุกวันนี้จะทำให้ผู้คนสื่อสารกันข้ามโลกได้ง่ายขึ้น แต่เราก็คงต้องมาวิเคราะห์ดูดีๆว่า ระหว่างคนข้างกาย กับคนในจอ สิ่งที่ทำให้เรามีความสุขคืออะไรกันแน่ เลือกให้ดีแล้วอย่าลืมบาลานซ์ให้ดีด้วยล่ะคะ






