OPINION

ศึก 12 นักษัตรกับทฤษฎีลิขิตอนาคต

วาริชไวรัลย์ ศรีไสย
31 ม.ค. 2562
ด้วยความเป็นคอซีรีส์แอคชั่น-แฟนตาซี จึงตัดสินใจดู ‘Juni Taisen’ แอนิเมชั่นที่สร้างจาก Light Novel ของญี่ปุ่น ว่าด้วยสงครามระหว่างตัวแทนนักษัตรทั้ง 12 ตระกูล ซึ่งตัวแทนแต่ละคนก็มีทักษะการสู้รบแตกต่างกันออกไป นอกเหนือความสนุกในตัวบทและการดีไซน์ตัวละครขั้นเทพแล้ว ผู้ประพันธ์ยังสอดแทรกข้อคิดและจิตวิทยาต่างๆที่เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามอย่างเนียบเนียน

(สปอยล์...) หนึ่งในนั้นคือการหักมุมจบเลือกให้ นักรบประจำ ‘ปีชวด’ เป็นผู้ชนะไป ทั้งๆที่ความสามารถการสู้รบและความแข็งแกร่งทางกายภาพสู้นักษัตรปีอื่นไม่ได้ ปีชวดเอาชนะ ปีฉลูที่มีเพลงดาบรวดเร็วและหนักหน่วง แม้กระทั่งปีเถาะที่มีสามารถโกงความตายได้ก็ตาม นั่นเพราะว่า ‘เนซึมิ’ นักษัตรปีชวด มีเซนส์ในการมองเห็นอนาคตพร้อมกันใน 100 รูปแบบ หากเขาเดินไปทางนี้ ไปเจอคนนี้ หากเขาเป็นพันธมิตรกับคนนี้ผลจะเป็นแบบนี้ เขาจะค่อยๆเห็นจุดจบของตัวเอง ว่าจะรอด หรือจะตาย!


 
จริงๆความสามารถของเนซึมิคือพรสวรรค์จากพระเจ้า ผิวเผินดูคล้ายกับนักรบประจำปี ‘ระกา’ ที่เธอสามารถถอดจิตเข้าไปสิงในร่างนก เธอสามารถบินเพื่อมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างในมุมสูง เหมือนเวลาเรามองโลกแบบรอบทิศทาง ซึ่งถือว่าเป็นพรสวรรค์ที่โกงก็จริง แต่ต่างตรงที่เธอสามารถโฟกัสดูแค่เหตุการณ์ปัจจุบันเท่านั้น!

จริงๆเรื่องราวแฟนตาซีทำนองนี้จะว่าไม่มีจริงก็ไม่เชิงซะทีเดียว คนเราแม้ไม่สามารถพยากรณ์อนาคตได้แม่นยำแบบเนซึมิ แต่เราสามารถมองชีวิตจากความน่าจะเป็นในหลายๆมิติได้ แม้มีคำสอนว่าให้เรา ‘อยู่กับปัจจุบัน’ นั่นหมายความว่าอย่าไปเครียดกับอนาคตจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่ขณะเดียวกันถ้าเราไม่คิด ไม่วางแผนอะไร ชีวิตเราจะไม่ต่างจากนักษัตรคนอื่นๆที่จุดจบไม่ค่อยสวยนัก ดังนั้นเมื่อมองข้ามเรื่องเหนือธรรมชาติไป...เราจะพบว่าก่อนชีวิตจะมุ่งหน้าไปทางใด เราต้องใช้สติมองอนาคตให้รอบด้าน พูดง่ายๆวาดเส้นเชื่อมโยงไว้ในหัว เริ่มที่จุด A หากเดินไปทาง B ผลลัพธ์น่าจะเป็นทิศทางนี้ หากลากไปทาง C ผลลัพธ์จะเป็นไปทางนี้ แล้วหากสามทางที่คิดไว้เกิดไม่เป็นไปตามฝัน แพลน D,E,F ล่ะมีไหม?
 

 
ตัวฉันเองเคยฝันไว้ว่าอยากเป็น ‘บก.ความงามในนิตยสาร’ ฉันลากเส้นอนาคตจากจุด A ไปสู่จุด B ในใจ ฉันฝ่าฟัน สร้างพอร์ตฟอลิโอ้ในงานด้านวารสารศาสตร์อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งจับพลัดจับผลูไปเป็น Pr คลีนิคสวยงาม ก่อนที่จะมาเป็นผู้ช่วย บก.ความงามในนิตยสารหัวนอก ฉันสนุกกับเส้นทางรถไปสาย A ถึง B ของฉัน จนกระทั่งวันหนึ่งรถไฟเกิดตกรางแบบไม่คาดคิด

กระแสดิจิทัลถาโถมเข้ามา วงการนิตยสารถูกคลื่นลูกใหม่มาแบ่งชิ้นเค้ก จนต้องผันตัวเปลี่ยนแพลตฟอร์มไปตามๆกัน บ้างก็อยู่รอด บ้างก็สาหัส เช่นเดียวกับนิตยสารหัวนอกที่ฉันรักเล่มนั้นต้องปิดตัวลง ขณะที่เก้าอี้ที่ต้อนรับฉันในสายงานนี้กลับลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย... บก.บริหารที่ฉันเคารพรักพูดด้วยความเอ็นดูว่า “พี่รู้ว่าแกอยากเดินเส้นทางนี้ แต่พี่ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่แกอยากเป็นมันยังมีให้แกยืนอีกไหมแกต้องวางแผนดีๆ” นั่นเลยทำให้ฉันฉุกคิดว่า ถ้ารถไฟสาย A ถึง B วิ่งน้อยลงแล้ว ทำไมฉันไม่ลองเปลี่ยนขบวน ไปขึ้นรถไฟสาย A ถึง C ดูล่ะ?

ฉันถามตัวเองว่า “จุดแข็งคืออะไร” “ความสุขตัวเองคืออะไร” คราวนี้ฉันมองแบบ กว้างๆ มองหลายๆมิติ ฉันเป็นคนสนุกกับความคิด ชอบคิด ชอบทำอะไรแปลกใหม่ แต่งตัวไม่แคร์ใคร ทำอะไร Weirdตลอดเวลา ส่วนสิ่งที่ฉันมีความสุขคือ การบาลานซ์ชีวิต อยู่กับคนที่เรารัก อยู่กับแม่ กับแฟน กับการได้คิดอะไรสนุกๆมันส์ๆ นั่นเลยทำให้ฉันกลายเป็น ‘ครีเอทีฟ’ ถึงทุกวันนี้ แม้จะไม่ใช่ความฝันอันดับหนึ่ง แต่มันก็เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่ฉันมีความสุข

ถ้าวันหนึ่งอะไรๆมันไม่จีรังฯ สิ่งที่ฉันสนุกกับมันวันนี้จะต้องอันตธานหายไป แน่นอนว่าฉันยังมีรถไฟสาย A ถึง C ถึง D ถึง F อยู่ คุณอาจจะเห็นฉันนั่งขายเบอเกอรี่ หรือนั่งปั้นแป้งไปดู Netflix ไป ส่งให้แฟนไปขายหน้าร้านสวยๆ หรือวันหนึ่งฉันอาจจะกลายเป็นช่างตัดผมประจำชนบทที่ต่างจังหวัด นี่ก็คือความสุขในมิติคู่ขนานที่ฉันก็มีความสุขในเวฯนั้นๆ ทุกสิ่งฉันลากเส้นอนาคตแล้วเตรียมพร้อมรับมือกับมันทั้งสิ้น ... ฉันให้แม่สอนวิธีตัดผมชายให้ ฉันเรียนรู้การทำแป้งจากแฟน ฉันไปปลูกบ้านหลังเล็กไว้ที่ ตจว. นั่นไม่จำเป็นเลยที่ต้องรู้ผลลัพธ์ชัดเจนแบบนาซึมิ แต่ฉันแค่ปลูกทางรถไฟไว้เฉยๆ

อีกกรณีหนึ่ง...เพื่อนรักของฉันอยากจะเป็นแอร์โฮสเตสมาก เขาทำทุกอย่าง บินไปเรียนภาษา เรียนโยคะเพื่อให้ยืดตัวแตะถึงเพดาน แต่หลายๆบริบททำเธอพลาดมา จนกระทั่งอายุเลย 35 ก็ยังไม่ได้เป็นแอร์สมใจ แต่ด้วยความที่เธอมองชีวิตอีกมิติหนึ่งไว้ว่า ถ้าเธอไม่ได้เป็นแอร์ ก็ขอให้เธอได้ทำงานเกี่ยวกับอาหาร ขนม หรือท่องเที่ยวที่เธอมีความสุข ทุกวันนี้ผลพวงจากการไปเรียนภาษาและคอร์สขนมหวานขั้นสูงที่ออสเตรเลีย ทำให้เธอได้ประจำอยู่ที่เรือท่องเที่ยว ทำหน้าที่เป็นเชฟขนมหวาน เธอได้เจอผู้คนต่างชาติต่างภาษา ได้ท่องเที่ยวในอีกเวฯ หนึ่ง ซึ่งก็น่ายินดี

เราไม่รู้ว่าว่าพรุ่งนี้เราจะเผชิญกับอะไรก็ตาม แต่ไอ้ความน่าจะเป็นก็ดี สถิติก็ดี หรือความถนัดและความชอบส่วนตัวก็ดี จะบอกให้คุณรู้ว่า คุณสามารถลากปัจจุบันไปสู่อนาคตในมิติใดได้บ้าง แล้วค่อยๆหว่านเมล็ดตามทางพลางๆ นั่นคืออีกหนึ่งการใช้ชีวิตเพื่อผลลัพธ์ที่ไม่จำเป็นต้อง ‘ดีที่สุด’ แต่เหมาะสมกับ ‘เราที่สุด’ #แบบที่เนซึมิยังร้องไห้
About the Author
Content Creator กร้านโลก ผู้มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง เชี่ยวชาญการผสมผสานชีวิตทั้งสองขั้วถ่ายทอดออกมาให้คนรอบข้างรู้สึกแกร่งได้อย่างน่าแปลกใจ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
“น้ำทุกหยดมีค่า” เป็นประโยคที่อยากฝากถึงเทศกาลสงกรานต์ในปี 2561 มากที่สุด
ชุดชั้นในเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตของหญิงสาวทำหน้าที่สะท้อนถึง “ความเป็นผู้หญิง” ที่มีอยู่ในตัวของพวกเธอ