OPINION

ลองใส่ใจกับความท้อดูบ้าง มันกำลังบอกอะไรบางอย่างกับเรา

JAZZYKWANG
27 เม.ย. 2560
 
ผู้เขียนไม่สามารถบอกได้ว่าทำไมตอนนี้คุณถึงเกิดอาการเบื่อหน่าย หมดหวัง ท้อแท้ เบื่ออาหาร ไม่อยากมองหน้าแมว ไม่อยากทำอะไรอีกแล้ว เราไม่สามารถบอกได้เลยจริงๆ แต่สิ่งที่เราตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะบอกกับผู้อ่านที่น่ารักของเรา มันคือสิ่งที่ซ่อนอยู่ในความท้อที่กำลังเกิดขึ้น ที่ผู้เขียนค้นพบมากับตัวเอง ที่อยากมาบอกกับคุณทุกคนจริงๆ
 


 

1.มีอะไรบางอย่างกำลังผิดพลาด
ทุกครั้งที่เครื่องจักรหรือแม้แต่โทรศัพท์ของคุณมันเอ๋อๆ เมื่อนั่งกดดูโปรแกรมหรืองัดชิ้นส่วนออกมา เราจะพบว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งในนั้นมีความผิดปกติ หรืออย่างมากสุดมันก็เจ๊งโดยที่คุณไม่รู้ตัวมาก่อน นั่นทำให้คุณต้องค่อยๆไล่ดูทีละชิ้นว่ามันเกิดขึ้นจากอะไร เมื่อรู้ต้นตอ คุณก็จะซ่อมมันได้ไม่ยาก นั่นก็เช่นกัน ยามท้ออย่าปล่อยให้อารมณ์มันท้อไปเรื่อย โดยที่คุณก็ไม่ค้นหาสิ่งที่ผิดพลาดที่มันเกิดขึ้น
 

 

2. คาดหวังมากเกินไปก็ท้อได้ง่ายๆ
การที่เราเริ่มทำอะไรสักอย่าง ถูกต้องแล้วที่เราต้องตั้งเป้าหมายอย่างมีหวัง แต่หากเป้าหมายนั้นมันใหญ่จนเริ่มรู้สึกกดดัน หวังไว้จนไม่เผื่อใจให้ผิดหวัง นั่นก็ไม่แปลกที่เราเองก็จะเริ่มท้อและหมดพลังไปเรื่อยๆ ยิ่งทำยิ่งไม่เห็นผล (ทั้งๆที่เห็นผลไปก็มากแล้ว) ฉะนั้นลองเปลี่ยนความคาดหวังมากๆ ให้หวังอย่างพอดีตัว แล้วค่อยๆก้าวไปเรื่อยๆอย่างสม่ำเสมอ มันก็ไปไกลได้นะ
 

 

3. เรากำลังเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับอะไรอยู่หรือเปล่า
การรู้จักชื่นชม ขอบคุณ และภูมิใจในสิ่งที่เราทำ นั่นคือสิ่งที่เราสร้างคุณค่าให้ตัวของเราได้ง่ายมาก และการนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น มุมหนึ่งทำให้เราเห็นข้อต่างและรู้ว่าต้องพัฒนาตนไปอย่างไร ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าคุณนำตัวเองไปเปรียบเทียบแล้วกลับมาคิดน้อยเนื้อต่ำใจ ทำไมฉันไม่เป็นอย่างเขาบ้าง นั่นเป็นวิธีถ่วงกำลังใจตัวเองให้ดิ่งลงไม่รู้เท่าไหร่ ถ้าคุณกำลังเกิดอาการแบบนี้ เราบอกเลยว่า หยุดเถอะ กำลังใจมันบอบช้ำน่าสงสาร
 

 

4. อย่าคิดแต่โทษคนอื่น
เคยเห็นไหม มนุษย์ที่ชอบยกความผิดพลาดให้เป็นเรื่องของคนอื่นเสมอ แล้วตัวเองก็ต้องถูกเสมอ การทำอะไรแบบนี้นอกจากจะสร้างความเบื่อหน่ายให้คนรอบข้างแล้ว มันจะทำให้ศักยภาพในตัวของคุณจมลงไปเรื่อยๆ เพราะการที่คุณไม่เคยเห็นข้อบกพร่องของตัวเองเลย ทำให้สิ่งผิดพลาดที่เกิดขึ้นในตัวคุณ ไม่ได้ถูกแก้ไข แต่กลับถูกสะสมพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ นึกภาพแล้วเหมือนเห็นขยะรีไซเคิลกองโตๆ
 

 

5. เราไม่ได้รักในสิ่งที่ทำ
ทุกครั้งที่คุณรู้สึกท้อ เราอยากให้คุณเริ่มถามตัวเองก่อนว่า สิ่งที่เราทำทุกวันนี้มันมาจากเรารักในสิ่งที่ทำ หรือเราทำแค่อยากให้มันชนะตามสิ่งที่คุณคิด ถ้าเป็นอย่างแรกเราอยากให้คุณเก็บความท้อให้เป็นพลัง แล้วคุณจะเดินหน้าต่ออย่างไม่ยากเย็น แต่ถ้าเป็นอย่างหลัง คุณแค่รู้สึกอยากเอาชนะ แน่นอนว่าภายใต้ความท้อมันไม่มีพลังที่เรียกว่าแพชชั่น คุณจะเริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย สุดท้ายคุณจะหันเหไปทำอย่างอื่น แล้วทุกอย่างก็วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ ฉะนั้นแล้ว ทำในสิ่งที่รักเถอะ มันดีไปยาวๆเลยนะ ดีต่อใจ
 
ทั้ง 5 ข้อที่เขียนนี้ เป็นสิ่งที่ผู้เขียนได้ค้นพบด้วยตัวเองในขณะที่ท้อ รวมถึงการเข้าไปให้กำลังใจกับเพื่อนที่กำลังท้อ เรารับรู้ได้ว่าพวกเขากำลังเผชิญกับเรื่องเหล่านี้อยู่ เอาเป็นว่า ถ้ากำลังท้อลองเช็คตัวเองกับ 5 ข้อนี้ และที่สำคัญสติเท่านั้นที่จะทำให้คุณกลับมายืนได้ใหม่อีกครั้ง ผู้เขียนขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ ท้อไม่กลัว กลัวไม่สู้แล้วต่างหาก :)
 
About the Author
นักคิดแก้โจทย์ธุรกิจและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนในทุกๆวัน ที่เพจ jazzykwangandfriends
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
หลายต่อหลายครั้งเราก็เชื่อในสิ่งที่ตาเราเห็น มือสัมผัส และเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินมาเป็นสิ่งสุดท้าย แต่ผลที่ออกมา ทำไมกลับไม่จริงอย่างที่ตาเราเห็นล่ะ หรือประโยคที่ว่า “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” ตอนนี้มันใช้ไม่ได้แล้ว..
 
แมวก็คือแมว แมวคือสัตว์ที่สามารถคอนโทรลมนุษย์อย่างเราๆได้ (ได้ยังไงเนี่ย) ความเก่งกาจและความฉอเลาะของเจ้าแมวแต่ละตัวมีความต่างกัน บางตัวขี้อ้อนเป็นนิสัย บางตัวหยิ่งอย่าเข้าใกล้ แต่บางตัวก็นิ่งเมินเฉยจะทำอะไรก็ไม่สน นั่นล่ะ..แมว จะด้วยนิสัยหรืออะไรก็ตาม ตัวผู้เขียนก็ถูกแมวคอนโทรลเป็นที่เรียบร้อย ในทุกวันเราจะเดินไปเล่นกับแมวแถวบ้าน นั่งเกาคางเกาตัว เล็กๆน้อยๆเราว่านี่คือความสุขที่แมวให้เราได้ในทุกวัน ซึ่งสิ่งใดๆก็ตามที่แมวทำให้เรานั้น เราไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไร แต่ขอเรียกว่า นี่คือความแมวของแมวนั่นล่ะ