ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า การเรียนได้เกรดดีๆจะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า การเลือกงานด้วยเงินเดือนสูงๆเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า ไม่มีเงินก็ใช้บัตรรูดผ่อนๆไปก่อน
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า การมีรถขับ บ่งบอกถึงฐานะและการยอมรับของเพื่อนฝูง
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า เดี๋ยวค่อยออกกำลังกายก็ได้ยังไม่ต้องรีบ
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า อยากกินอะไรก็กิน เดี๋ยวค่อยลด
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า การแฮงค์เอ้าท์ทุกอาทิตย์เป็นเรื่องที่สมควรมาก
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า ยิ่งทำงานดึกๆยิ่งดูเท่
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า ต้องเลือกคนรักจากคนที่เรารัก
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า เราต้องใช้ชีวิตให้คุ้มที่สุด หนักหน่วงทุกอย่าง
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า การทำงานหนักคือเรื่องที่ดี
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า ใครพูดจาดีๆกับเรา เราเชื่อหมดใจ
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า ทำอะไรก็ได้ที่ได้เงิน
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า อยากซื้ออะไรก็ซื้อ เพราะเงินหาใหม่ได้
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า ใครที่คุยกับเราทุกวัน นั่นคือคนพิเศษของเรา
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า เจ้าชู้ไว้เถอะ เท่มาก
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า ซื้อของราคาถูกๆเข้าไว้ เพราะประหยัดเงิน
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า ใช้ทุกนาทีให้คุ้มค่า รีบร้อนไปหมดทุกอย่างมันเป็นเรื่องธรรมดา
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า การได้ทำงานบริษัทชื่อดังเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า เรียนจบเป็นเจ้านายไปเลย เป็นลูกน้องทำไมให้เสียเวลา
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า ตัวกูของกูนี่ล่ะ จะทำให้เราเท่ และผ่านไปได้ทุกสถานการณ์
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า มีแฟน แต่งงาน มีลูก คือชีวิตที่สมบูรณ์แบบ
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า เราต้องรีบประสบความสำเร็จ
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า ใครคิดอย่างไร เขาก็พูดแบบนั้น
ก่อนสามสิบ เราเคยเชื่อว่า เป็นเจ้าของธุรกิจคือคำตอบที่ดีในยุคสมัยนี้
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เหตุการณ์ต่างๆก็เข้ามา และอนาคตนั้นก็อยู่ในมือของเรา แต่ก็เริ่มเห็นแสงข้างหน้าที่เริ่ม

เปลี่ยนไปจากเดิม ความคิดที่ได้มาประมานหนึ่งในตอนนั้นมันไม่ใช่คำตอบในตอนนี้เสียแล้ว
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า ประสบการณ์และทัศนคติที่ดีสำคัญกว่าเกรดที่ได้ในใบปริญญา
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า การเลือกงานที่ถูกกับใจและพัฒนาตัวเองได้ดี เป็นสิ่งที่ถูกต้องมาก
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า เราต้องใช้บัตรเครดิตให้ฉลาดกว่าการผ่อนของที่ไม่มีปัญญาซื้อ
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า ถ้ามีเงินก็ไปซื้ออสังหาฯเก็บไว้ระยะยาว เพราะซื้อรถก็มีแต่ค่าเสื่อม
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า ออกกำลังกายเร็วเท่าไหร่ ยิ่งไม่เป็นภาระกันมากมาย (รู้งี้ทำตั้งแต่เด็กๆแล้ว)
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า ยิ่งแก่ตัว ยิ่งเผาผลาญช้า เราต้องเลือกของเข้าปากบ้าง
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า อย่าลงทุกอย่างที่แอลกอฮอลล์
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า ยิ่งทำงานดึกๆบางทีเรียกว่าจัดเวลาไม่เป็น การจัดสมดุลชีวิตเป็นเรื่องที่ดี
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า เราไม่ได้มองหาแฟน แต่เรามองหาคู่ชีวิต (องค์ประกอบเยอะกว่าเดิมไปแล้ว)
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า ใช้ชีวิตเบาๆบ้างก็ได้ เลือกหนักบางเรื่องก็พอ
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า อย่าอุทิศชีวิตให้งาน ชีวิตยังมีด้านอื่นๆให้ไปผจญภัยอีกเยอะ
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า อย่าดูคนเพียงคำพูดจา
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า การเลือกทำอะไรสักอย่าง อย่าคิดแต่เรื่องเงิน คิดว่าเราได้ความสุขจากตรงนั้นหรือเปล่า
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า เราหาเงินเพื่อเก็บไว้ ซื้อของที่จำเป็นและควรจะซื้อ
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า คนพิเศษไม่ต้องคุยทุกวันก็พิเศษได้ (มีเรื่องอื่นๆให้พิจารณานะ)
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า ความเจ้าชู้เป็นเรื่องที่เชยมากกกกก เพราะเสน่ห์จริงๆคือการพัฒนาตัวเอง ยิ่งดูยิ่งคูล
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า บางทีการซื้อของราคาถูกก็กลายเป็นขยะเต็มห้อง สิ้นเปลืองกว่าเดิม
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า เรื่องบางเรื่องช้าๆดีกว่าเร็วๆ
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า การได้ทำงานที่ตัวเองรัก และทำออกมาได้ดี เป็นเรื่องน่าภูมิใจที่สุด
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า เรียนจบแล้วไปเป็นลูกน้องให้ดีก่อน แล้ววันหนึ่งจะเป็นเจ้านายที่เข้าใจลูกน้องได้ดี
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า การอยู่ในสังคม การปรับตัวตามฟ้าฝนบ้างก็น่าจะดีกว่าตัวกูของกู
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า การเติมเต็มขีวิตของเราเอง ได้ด้วยตัวเราเอง เป็นเรื่องที่สมบูรณ์แบบที่สุด
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า ความสำเร็จไม่ต้องรีบ ถ้าทุกอย่างถูกที่ ถูกเวลา เดี๋ยวก็สำเร็จเอง
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า น้อยคนที่จะปากตรงกับใจ
พอสามสิบ ก็คิดได้ว่า การได้เลือกใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการเป็นเรื่องที่ยาก แต่ถ้าทำได้ก็โชคดีมาก
จะเห็นได้ว่าทุกสิ่งเปลี่ยนไปเมื่อเริ่มเข้าอายุสามสิบ จริงๆแล้วบางคนก็บอกว่า เรารู้เร็วกว่านั้นแล้วด้วยซ้ำ นั่นก็อาจจะหมายความว่า โชคดีที่มีประสบการณ์ แต่ถามว่าชุดความคิดในวันนี้จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิตเลยหรือไม่ นั่นก็คงต้องตอบว่า ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อมีเหตุการณ์เข้ามาให้ชีวิตได้ทดลองใหม่ๆไปอีก มันก็ย่อมทำให้เราเข้าใจ และได้เห็นมุมมองใหม่ๆ มันเปลี่ยนไปได้ทุกวันทุกนาทีเลยด้วยซ้ำ สุดท้ายก็คงต้องบอกว่า จะเป็นความคิดแบบไหน เชื่อแบบใด ก็ขอให้ผ่านการทดลองจากตัวเองน่าจะมีค่าที่สุด ฟังคำเขาก็เอามาใส่ใจไว้ครึ่ง แต่ถ้าเจอกับตัวก็คงจำไปเต็มๆแบบไม่ลืม






