OPINION

เก็บไว้ทั้งปี ถึงสิ้นปีก็ต้องทิ้งบ้าง แล้วอะไรที่ต้องทิ้งมาเช็คลิสกัน

JAZZYKWANG
5 ธ.ค. 2562
เมื่อเดือนธันวาคมได้เข้ามาสู่ชีวิตเราอีกครั้ง เดือนที่กำลังจะบอกกับเราว่า ปีนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง ปีนี้ยังไม่ได้ทำอะไร ปีนี้สุขทุกข์ไปแค่ไหน แล้วปีหน้าเดินต่อไปอย่างไรกันดี สัญญาณของเดือนธันวาคมไม่ได้ทำหน้าที่แค่รีวิวชีวิตย้อนหลังแค่นั้น แต่มันยังแอบถามเราเบาๆว่า ถ้าปีนี้ไม่เวิร์ค ปีหน้าเอาไงดีล่ะ หรือ ถ้าปีนี้ดีสุดๆ ปีหน้าจะไปต่ออย่างไร

คำถามที่ผุดขึ้นอัตโนมัติเมื่อ 1 ธันวาคมปรากฏในปฏิทิน ไม่ต้องจับปากกานั่งเขียน ทั้งความรู้สึกและสิ่งที่ทำก็ผุดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อเป็นอย่างนั้น “การรีวิวชีวิต” ที่เป็นประเพณีประจำเดือนธันวาคม ก็เกิดขึ้นอีกครั้งในหน้าไทม์ไลน์ของแทบจะทุกคน 

เจ๋งสุดๆ ดีมากๆ หรือไม่ได้เรื่องเลย ระหว่างทางไม่ชัดเท่าปลายทาง และช่วงเวลาแบบนี้เราก็จะปักหมุดเป็นปลายทางให้เราได้ทบทวนกันอีกครั้ง ว่าอะไรเกิดขึ้นบ้างในชีวิต บางคนใช้วิธีเขียนลงสมุด บางคนใช้วิธีพึมพำในหน้าเฟสบุ๊ก หรือบางคนก็แค่ไล่เรียงในความทรงจำ อะไรไม่ใช่ก็ตัดออก อะไรดีๆก็จำข้ามปีไป การเดินหน้าไปต่อในปีต่อๆไปจึงเป็นเรื่องสำคัญของธันวาคมอย่างที่สุด มันไม่มีใครบัญญัติหรือกล่าวไว้ แต่ชีวิตมันมีฤดูกาลไม่ต่างจากอากาศ ผลัดเปลี่ยน หมุนเวียน ดีบ้างร้ายบ้าง และไม่มีอะไรยืนยาวและถาวร

ความสำคัญของปีถัดไปจึงเป็นหน้าที่ของปีนี้ ที่เราจะวางเลย์เอ้าท์อย่างไรให้ชีวิต ฟังดูซีเรียสแต่เชื่อเถอะไม่เครียดเกินไป และไม่ต้องไปลงเรียนที่ไหน เพราะพอถึงปลายปีแบบนี้ ทุกอย่างจะมีคำตอบ ว่าทั้งปีที่ผ่านมาเราเคยมีคำถามอะไรบ้าง เวลาผ่านไปคำตอบก็ชัดขึ้น และการตัดสินใจที่เกิดขึ้นก็มักไม่มีอะไรมาบีบคั้น จนฤดูกาลของชีวิตต้องการผลัดเปลี่ยน ไม่เวิร์คก็แค่ทิ้งไป

การเช็คลิสในสิ่งที่ต้องเก็บในชีวิต กับสิ่งที่ต้องทิ้งไป เลยมีความสำคัญพอๆกัน จะทิ้งจะเก็บมีผลไม่ใช่แค่ปีหน้า แค่พรุ่งนี้ก็เกิดผลแล้ว ถ้าวันนี้เราบอกว่า “เลิกแล้วนะอะไรแบบนี้ ไม่เอาแล้ว”

เดินต่อไปอย่างมีความหมาย และไม่ทำอะไรแย่ๆให้ชีวิตเสียดายเล่น จึงเป็นที่มาของการที่เราจะหยิบกระดาษ จับปากกา หรือหาเวลาเปิดคอมแล้วพิมพ์อะไรทิ้งไว้เพื่อทบทวนชีวิต และเดินหน้าต่อไปให้สวยอย่างที่อยากจะเป็น ซึ่งก็ไม่ได้บอกว่า เขียนอย่างไรจะเป็นผลอย่างนั้น มันไม่ได้มีมนต์วิเศษที่จะกำหนดได้ดั่งใจ แต่การบันทึกเอาไว้นอกจากหัวใจของเราบ้าง ก็คงเหมือนหาพยานมาเห็นดีเห็นชอบ หรือแค่เขียนไว้เพื่อเคลียร์อะไรในใจให้รู้สึกไม่ติดค้าง และ 20 ข้อในวันนี้ จึงเป็นสิ่งที่เราอยากให้คุณได้ลองเช็กกับชีวิตกันหน่อยว่า ลองทิ้งไหมถ้ามันอาจจะทำให้ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิม

1. ทิ้งนิสัยผลัดวันประกันพรุ่ง เพราะพบแล้วว่า ปีนี้ทำอะไรไม่สำเร็จตั้งหลายอย่าง เพราะได้แต่.. เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อน
2. ทิ้งนิสัยการใช้เงินเปลือง เพราะช่วงปลายปีแบบนี้ที่กำลังจัดบ้านใหม่ พบว่าซื้อของที่ไม่ได้ใช้มาสุมไว้เต็มบ้าน รวมๆกันแล้วได้เงินมากกว่าขยะกองนี้อีก ถ้าคิดก่อนซื้อสักหน่อยจะดีมาก
3. ทิ้งนิสัยขี้ลังเล เพราะที่ผ่านมาในปีนี้ พลาดโอกาสดีๆไปเยอะมาก เพราะมัวคิดเยอะ ไม่ตัดสินใจ ไม่เด็ดขาดพอ ถึงสิ้นปีก็เสียดาย ถ้าทำไปตั้งแต่ตอนนั้น ตอนนี้ก็เห็นอะไรดีๆเยอะแล้ว
4. ทิ้งนิสัยกินตามใจปาก เพราะปีนี้น้ำหนักขึ้นกว่าเดิมมาก เหตุก็คือเห็นอะไรก็กินทุกอย่าง กินตามอารมณ์ กินแบบไม่มีเหตุผล สุดท้ายก็สะสมเป็นหุ่นย้วยๆที่ลดไม่ลงสักที
5. ทิ้งนิสัยขี้เกียจออกกำลังกาย เพราะปีนี้รู้ตัวเลยว่า สุขภาพแย่กว่าทุกปี การเผาผลาญก็พังเละเทะ ไม่มีวินัยให้ตัวเองแบบนี้ถึงปีหน้า เชื่อเถอะว่าได้โรคประจำตัวมาเป็นของขวัญปีใหม่แน่



6. ทิ้งความใจดีเละเทะของตัวเอง เพราะเราก็รู้ตัวว่า ตัวเองเป็นคนใจดีกับคนทั่วไปและคนใกล้ตัวมาก แต่รู้ไหมว่า หลายครั้งที่เราเสียใจในความใจดีที่ให้คนอื่น แล้วย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเอง มันไม่มีอะไรดีเลยกับเรื่องแบบนี้ ปีหน้าคงไม่เป็นคนใจร้าย แต่คงใจดีอย่างมีสติ
7. ทิ้งนิสัยอะไรก็ได้ เพราะปีนี้ยอมรับว่าโดนเอาเปรียบมามาก กับช่องว่างของนิสัยอะไรก็ได้ ทำให้รู้ตัวอีกทีมันไม่มีอะไรก็ได้ แต่มันแก้อะไรไม่ได้แล้ว
8. ทิ้งนิสัยขี้บ่น ขี้โมโห เพราะความสวิงของอารมณ์ในปีนี้มันพุ่งจนปวดหัวไปหลายรอบ พอเจอหนักเรื่อยๆก็เริ่มเข้าใจว่า ไม่มีอะไรที่เป็นของเรา และเราไม่สามารถควบคุมอะไรได้ทั้งนั้นแม้แต่ตัวเราเอง
9. ทิ้งการบ้างาน เพราะปีนี้เข้าใจแล้วว่า ต่อให้รักงานแค่ไหน ชีวิตที่สมดุลก็ยังเป็นคีย์สำคัญในทุกเรื่อง มันไม่ได้มีแค่งานอย่างเดียว งาน เงิน ครอบครัว คนรัก สุขภาพ ฯลฯ องค์ประกอบของชีวิตสำคัญทุกด้าน จัดให้สมดุลแล้วทุกอย่างจะดี
10. ทิ้งความสัมพันธ์ห่วยๆ เพราะปีนี้รู้แล้วว่า การฉุดรั้งสิ่งที่ไม่ใช่มันเหนื่อยแค่ไหน ยอมปล่อยไปอะไรๆมันจะง่ายขึ้นมาเอง เพราะเราไม่ต้องฝืน ไม่ต้องทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเรา หัวใจก็ไม่ต้องเหนื่อยล้า สู้หาคนใหม่ที่หัวพอดีกัน นั่นล่ะเป็นสิ่งที่คู่ควรกับชีวิตที่สุด
11. ทิ้งความไม่กล้าหาญสักที เพราะปีนี้ปอดแหกไง อะไรก็ไม่ทำ อะไรก็งึมงำ ผลปรากฏว่า ตัวเองเป็นคนครึ่งๆกลางๆที่ไม่ใช่เป็ด แต่ไม่ใช่อะไรสักอย่างเลย เพราะทำอะไรก็ไม่เป็น ไม่กล้าหาญอย่างเดียว มันก็เริ่มอะไรให้เราไม่ได้ แล้วจะเอาอะไรไปต่อยอดชีวิต จบปึ้งจ้า
12. ทิ้งนิสัยเจ้าชู้ที่คิดว่าเท่ เพราะปีนี้ยอมรับว่าล้อเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นมาตลอด คิดว่าการมีคนรักเยอะๆ เป็นการบริหารความฮ็อตของตัวเอง ยิ่งเหยื่อติดเบ็ด นั่นแหละ อย่างกับได้แชมป์ แต่หารู้ไม่ นิสัยแบบนี้ไม่ต่างจากคนป็อดๆคนหนึ่ง ที่ไม่กล้ารับชอบความรู้สึกใครเลย แม้แต่ตัวเอง อ่อนหัดยิ่งกว่าใครๆที่เราเคยคอมเม้นท์ พอเลยอะไรแบบนี้ คนมีปมชัดๆ
13. ทิ้งนิสัยขี้ลืม เพราะเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่มากของปีนี้ ทำให้ชีวิตรวนมาก จำนู้นจำนี่ไม่ได้ มันไม่ใช่กระทบแค่ตัวเราคนเดียว แต่กลับกระทบคนรอบข้าง กระทบทุกคน ปีนี้เลยจะปรับปรุงตัวเองเป็นเวอร์ชั่นใหม่ ที่ใส่ใจ รอบคอบ รับผิดชอบให้ดี



14. ทิ้งการสูบบุหรี่ เพราะปีนี้รู้แล้วว่า นอกจากไม่ออกกำลังกายแล้ว ระบบหายใจมันแย่ เหนื่อยง่าย และอีกหลายอย่างที่เขาบอกว่าสูบบุหรี่แล้วไม่ดี ปีนี้สัญญาณเริ่มมาครบ ถ้าปีหน้าไม่ตัดใจหักดิบ ก็เตรียมหาเงินรักษาตัวเองได้เลย
15. ทิ้งนิสัยปาร์ตี้หนักๆ เพราะสิ่งที่ยัดเข้าไปในร่างกาย ทั้งแอลกอฮอลล์ การนอนดึก ความเละเทะที่ปล่อยตัวไปตามหัวใจ มันไม่ได้ดีอะไรเลยเมื่อปาร์ตี้จบ สุดท้ายก็นั่งแย่ๆในห้องเหมือนเดิม แล้วนานวันก็รู้สึกสะสมอะไรแย่ๆ ทั้งเงินไม่พอใช้ สุขภาพก็แย่ คือชีวิตปาร์ตี้ได้แต่ไม่ต้องทุกวัน 
16. ทิ้งนิสัยขี้เม้าท์ เพราะรู้แล้วว่าการโดนเม้าท์มันไม่ดีหรอก มันก็แค่การยกตัวเองให้สูงกว่าคนอื่นด้วยวิธีแย่ๆ จนเรานี่แหละติดนิสัยมองอะไรลบๆ ไม่มีอินสไปร์ในชีวิต ทับถมคนอื่นเก่ง สุดท้ายตัวเองก็อยู่ที่เดิม อะไรคือชีวิตที่พัฒนา ไม่มีเลย ติดลบด้านจิตใจไปเรื่อยๆ
17. ทิ้งนิสัยไม่ดูแลสุขภาพ เพราะการตรวจสุขภาพประจำปีในปีนี้พบว่า ตัวเราใส่ใจกับทุกเรื่อง แต่ละเลยตัวเรามากที่สุด มีเงินที่หามาก็ต้องเอามารักษาตัวเอง ไม่มีความสุขเลยถ้าเป็นแบบนี้ ปีหน้าคงต้องเฮลตี้บ้าง
18. ทิ้งนิสัยตื่นสาย เพราะนี่คือสิ่งที่ทำให้แต่ละวัน เราทำอะไรได้น้อยกว่าคนอื่นมาก เพราะเราใช้ขีวิตไปกับการนอนอย่างไม่มีตารางเวลาให้ตัวเองเลย อยากสายก็สาย งัวเงียก็นอนต่อ แต่พอวันหนึ่งได้ตื่นเร็วขึ้น มันเห็นชัดมากว่า เราขาดทุนในเวลาชีวิตไปมากตอนตื่นสาย ทำตัวเป็นเด็กน้อยไปได้ที่ต้องมีคนอื่นบังคับให้ตื่น
19. ทิ้งนิสัยไม่มีเวลา เพราะพูดคำนี้บ่อยมาก บ่อยจนคิดว่า ตัวเองไม่ยอมจัดการเองมากกว่า ชีวิตยุ่งเหยิง เพราะระบบจัดการห่วยสุดขีด แล้วยังมาบอกว่า ตัวเราไม่มีเวลา นี่ล่ะคุณภาพชีวิตแย่ๆที่เราจัดสรรให้ตัวเอง เลิกเลยนะ เพราะปีหน้าจะเป็นออแกไนซ์มือทองให้ชีวิต
20. ทิ้งเรื่องราวแย่ๆในความทรงจำ เพราะมันกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดที่ทำให้ชีวิตไปต่อไม่ได้ คือการยังจำอะไรแย่ๆได้อยู่ แล้วดันลืมสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นมากมาย มันไม่คุ้มเลยที่ต้องจำอะไรแบบนี้ ชีวิตมีไว้ให้สุข ไม่ได้ให้ทุกข์ย้ำซ้ำเติมอะไรแบบนี้ บ้าบอจริงเชียว



ทั้งหมดนี้จะเก็บไว้ หรือจะทิ้งเรื่องพวกนี้ไปแล้วเดินหน้าให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น คงต้องเลือกกัน ทั้งหมดนี้ไม่ใช่จากตัวผู้เขียน แต่ก็ประมวลจากสิ่งที่หลายๆคนพูดๆบ่นๆกัน จะเห็นว่าเป็นเรื่องเบสิก รู้ว่าไม่ดีแต่ทิ้งไม่ได้สักที แต่ถ้าคุณไม่มีเลยสักข้อ มันก็เป็นไปได้นะว่า เราอาจจะทิ้งไปแล้วในปีก่อนๆก็ได้

ซึ่งเอาเข้าจริง บางที 20 ข้อนี้ไม่ได้มีความหมายอะไรกับเราเลย ถ้าชีวิตมันก็ดีอยู่แล้ว ตื่นสายก็ดีเพราะเมื่อคืนนอนดึกมาก ปาร์ตี้ก็ดีเพราะชีวิตมันเครียดบ่อย เรื่องราวแย่ๆจะลืมทำไมเตือนสติตัวเองไว้ตลอดก็ดี และข้ออื่นๆที่คุณอาจไม่เห็นด้วย เพราะมันมีก็ดีนะ เอามาวัดกันได้อย่างไรว่ามีแล้วจะไม่ดี เราจึงขอบอกคุณไว้ว่า วันนี้คุณเลือกใช้ชีวิตแบบไหน คุณก็เป็นคนเลือกที่จะดึงดูดสิ่งพวกนั้นเข้ามาเอง เห็นว่าเหมาะสมกับเลย์เอ้าท์ของตัวเอง ก็จงเก็บรักษาไว้อย่างดี แต่ถ้ามันมีแล้วยิ่งแย่ ก็แค่ทิ้งไว้ ไม่ต้องเก็บไปต่อ

จาก 20 ข้อนี้ คุณลองไปต่อที่ข้อ 21 แล้วยาวไปจนกว่าหัวใจคุณจะบอกว่า พอแล้ว ทิ้งแค่นี้ก็เป็นสิ่งที่สะอาดให้ชีวิตได้ไปต่อแล้วล่ะ และขอเป็นกำลังใจให้ธันวาคมของทุกคน พร้อมกับบีบมือแรงๆว่ามกราคมต้องดีที่สุดในการเลือกแค่บางอย่างเก็บไว้ แล้วเริ่มต้นใหม่ให้ดีกว่าเดิม

Photo by Stefan Stefancik from Pexels
Photo by Adobe stock
Photo by Steve Johnson from Pexels
Photo by Johan Bos from Pexels
About the Author
นักคิดแก้โจทย์ธุรกิจและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนในทุกๆวัน ที่เพจ jazzykwangandfriends
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ความสุขของคนเราไม่เหมือนกัน และความทุกข์ของคนเราก็มีขนาดไม่เท่ากัน
ทั้งที่กำลังจะถูกฉีดผงนรกเข้าร่างอยู่รอมร่อ แต่แล้วก็มีเหตุให้รอดมาได้ อย่างน้อยก็พอช่วยให้พวกเราทุเลาความเจ็บที่โดนกระทืบไปได้บ้าง