OPINION

ท็อปทีน มารุต มนตรี : อดีตเด็ก “สลัม” ที่กำลังก้าวข้ามจุดต่ำสุดในชีวิต

อนุชา รันระนา
15 ก.พ. 2562
“ผมโตมากับคำว่า “จน” จำความได้ก็ถูกทอดทิ้งให้อยู่กับตายาย และเติบโตท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่หลายคนเรียก “สลัม” แต่สำหรับผมมันคือ “บ้าน” อยู่กับสิ่งแวดล้อมที่คนอื่นมองว่ามันแย่มาก ท่ามกลางคนขอทาน เก็บขยะ ดมกาว ซึ่งตอนเป็นเด็กเราเองก็ไม่ได้มองว่ามันแย่อะไร ทุกๆเช้ายายจะออกไปเก็บขยะมาขายพร้อมมีเด็กน้อยตัวผอมๆคนหนึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นคันเก่า วันไหนไม่มีเงินคือไม่มีจริงๆ แม้แต่ซื้อขนมเซียงไฮอัน 1 บาทยังไม่มีเงินพอที่จะซื้อ บางวันคือต้องไปฝากท้องที่วัด ยืนเกาะรั้วกำแพงที่รอพระฉันเสร็จจากนั้นแม่ชีก็ยกกับข้าวนั้นมาให้เรา ผมก็เอาใส่ถุงหิ้วกลับมาที่บ้านสามารถประทังชีวิตรอดไปวันๆ บางครั้งก็อยู่ได้ 2 วัน”
 
“เราคนจนต้องดิ้นรนกว่าคนทั่วไป”

“ตอนนั้นคือไม่มีใครส่งเรียน แล้วเราอยากเรียนหนังสือมาก บอกกับยายตลอดว่าอยากเรียน ซึ่งเงินคนแก่ที่ยายมีในช่วงนั้น 500 บาทต่อเดือน แล้วให้เราใช้จ่ายไปเรียนในแต่ละวัน รู้สึกว่ามันต้องไม่พอแน่ๆ ผมเลยตัดสินใจทำงานหาเงินด้วยตัวเอง ในช่วง ม.1 อายุราวๆ 13 ปี ไปเป็นเด็กเสิร์ฟ ขณะนั้นเราเป็นเด็กเขาก็ให้ค่าจ้าง 100 บาทต่อวัน ถือว่าเยอะสำหรับผมในช่วงนั้นเลย ซึ่งทุกเย็นหลังเลิกเรียนก็จะไปทำงานร้านอาหาร และเสาร์อาทิตย์ก็ไปรับจ้างถอนหญ้าตามโรงแรม พอ ณ จุดหนึ่งเราจบม.3 มีวุฒิการศึกษา จึงไปงานเซเว่นในตัวเมือง ต้องไปอยู่กับแม่ รู้สึกว่าชีวิตเหนื่อยมากเท่าที่เด็กอายุ 13 ปีคนหนึ่งจะรับไหว แต่ก็มีพลังสู้ได้เพราะกำลังใจจากแม่ หลังจากทำงานเซเว่นเงินเดือนก้อนแรกได้ 6,000 บาท ซึ่งยายจะสอนเสมอว่าถ้าเรามีเงินเดือนแล้วเงินก้อนแรกที่เราหาได้ให้นำไปให้กับผู้มีพระคุณ จะทำให้เราเจริญรุ่งเรือง เราดีใจมากรีบนำเงินก้อนแรกไปให้ยาย มันเป็นความภูมิใจเล็กๆของเราถึงแม้จะไม่ใช่เงินเดือนที่มากมายสำหรับคนอื่นแต่มันมากพอสำหรับเรา และตอนนั้นผมทำงานเซเว่นก็เป็นคนช่างพูด ผู้จัดการก็ให้ยืนพูดแต่หน้าเคาท์เตอร์ แล้วทางผู้ใหญ่ก็เห็นเราพูดเก่ง และพอพูดได้ แนะนำให้ผมไปแคส DJ ของจังหวัด มีคนมาแคสเป็นร้อย ซึ่งผมเองเป็นเด็กก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ แต่ก็ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสจนได้มาทำงานตรงนี้ จนเราได้เริ่มเป็นที่รู้จักของเด็กจันทบุรี หรือเรียกว่าเป็น IDOL ของน้องในจังหวัดในช่วงนั้นก็ว่าได้ ถือว่างานนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมก้าวเข้ามาเป็นนักพูดแบบเต็มตัว จากนั้นก็เป็นวิทยากร พิธีกรงานต่างๆ ทั้งพิธีกรเชิญดารา นักแสดง รวมถึงงานสัมนา กิจกรรม และเป็นพิธีกรคู่พี่ฮั่น เดอะสตาร์ , พี่นี่นา พิธีกรช่อง 3 และเป็นพิธีกรงานอีเว้นท์สัมภาษณ์ Miss tiffany’s Universe 2018 และพี่เอม พิธีกรรายการตามใจตุ๊ดครับ”
 


“จุดที่แย่ที่สุดในชีวิต”

“จุดที่แย่ที่สุดในชีวิตคือช่วงที่ยายและแม่เสียชีวิตในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน และตาก็สติไม่ดีจำอะไรไม่ได้ ซึ่งขาดบุคคลที่คอยเป็นกำลังใจ และถือเป็นจุดที่ต่ำที่สุดของชีวิตเลยก็ว่าได้ ช่วงนั้นรู้สึกเคว้งคว้างมากไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตต่อไป เพราะคนที่ผมรักมากที่สุดต้องมาจากไป จนตัวเองคิดได้ว่าอดีตที่ผ่านไปแล้วเราก็แก้ไขไม่ได้ ผมคิดแค่ว่าเราต้องอยู่กับปัจจุบันที่มันคือความเป็นจริง ที่เราต้องเดินต่อไปข้างหน้า เพื่อคนที่อยู่และตัวของผมเอง”

“ชีวิตเหมือนเดินอยู่บนเส้นด้ายที่ไม่มีทางรู้เลยว่ามันจะขาดลงตอนไหน ถึงวันนี้ผมจะยังไม่ประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตที่เราฝันไว้ แต่ผมก็ถือว่าสำเร็จในระดับหนึ่ง ทั้งเรื่องของการศึกษาที่เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของผมกับว่าที่บัณฑิตป้ายแดงในอีกไม่นาน ที่แสดงให้เห็นว่าเด็กจนๆจากสลัมคนหนึ่งก็สามารถมายืนอยู่ ณ จุดๆนี้ได้อย่างคนอื่นเขา อยากให้ยายกับแม่รับรู้และเห็นว่าเราทำได้ เพราะที่ผ่านมาเราเองก็ไม่เคยทำให้เขาภูมิใจเลยสักครั้ง อยากให้เขารู้ว่าสิ่งที่ผมทำ เราสู้มาจนถึงวันนี้เพราะอยากให้เห็นถึงความสำเร็จ แต่เมื่อวันนี้พวกเขาไม่อยู่ ก็หวังแค่ว่าเขาจะได้รับรู้ได้สัมผัสว่าเราทำมันได้ และอยากให้มาร่วมแสดงความยินดีในวันรับปริญญาของลูกคนนี้ อยากให้ท่านเห็นเราใส่ชุดครุย พร้อมยืนเคียงข้างในวันที่ผมประสบความสำเร็จในอีกขั้น”
 
“คนที่สำคัญอีกคนนั่นคือแฟนของผมเอง ที่คบกันกว่า 6 ปี ซึ่งความรักเราถือเป็นความรักชายรักชายที่เรารู้สึกถึงความรักที่แท้จริง เขาเข้ามาเติมเต็มสิ่งที่เราขาดหายไปทั้งชีวิต ทั้งความรัก ความอบอุ่น และการดูแล รวมถึงสนันสนุนเราหลายๆอย่าง เขาเข้ามาในช่วงที่เราอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดของชีวิตที่ต้องเจอมรสุมหนักมาก ตอนแรกเราก็ไม่คิดอะไรหรอกเพราะเข้าใจว่าเป็นความรักตามประสาวัยรุ่น แต่จุดหนึ่งที่จำได้คือตอนนั้นไม่มีเงินเขายอมลำบากทนกินมาม่าถ้วยเดียวกันและเขาก็ไม่ไปไหน เขาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเราในหลายๆเรื่อง จนทำให้เราเปลี่ยนมุมมองใหม่เกี่ยวกับคู่รักกลุ่ม LGBT ว่ายังมีรักแท้สำหรับเรา ไม่ใช่หวังแค่เรื่องเซ็กส์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น” 
 
“หลายคนไม่รู้หรอกว่าชีวิตที่ผ่านเราลำบากยังไง ส่วนใหญ่คนที่รู้ว่าผมลำบาก เคยจนมาก่อนก็จะเป็นแค่เพื่อนสนิทเท่านั้น ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากเล่าเรื่องของเราให้คนอื่นฟัง แต่ผมมองว่าไม่อยากให้ใครมารู้สึกสงสารอีก เพราะเราก็อยู่กับเรื่องที่น่าสงสารมาทั้งชีวิตแล้ว เพราะเวลาเล่าไปหลายคนก็จะมองว่าเป็นละครไหม ชีวิตจริงหรือเปล่า แต่เพื่อนสนิทเราเขาจะเห็นสิ่งที่เราเป็นอยู่มาแต่ก่อนหมดเลย จนทุกคนเกิดคำถามว่า “ที่แก่เล่ามันดูดีกว่าที่ฉันเจออีก” แต่ท้ายที่สุดเราก็ผ่านมาแล้ว ซึ่งการที่ผมเล่าให้เพื่อนฟังไม่ใช่อยากให้เพื่อนมาสงสาร แค่อยากให้เพื่อนเข้าใจเกี่ยวกับตัวผมแค่นั้นเอง”
 
“ตอนนั้นขนาดผมไปซื้อข้าวกล่อง 10 บาท คนยังเหยียดเรามองเราว่าสกปรก อย่ามายืนหน้าร้าน ไม่ขายให้เราทั้งที่เราก็มีเงิน 10 บาทที่จะซื้อข้าวเขา พอผมเติบโตมันเป็นภูมิต้านทานที่สำคัญมากกับการใช้ชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่มาเจออะไรที่มันหนักเกินกว่าเด็กอย่างเรา แต่ผมเองก็ไม่ได้มองว่าช่วงชีวิตในวัยเด็กเป็นสิ่งที่เจ็บปวด แต่ผมมองกลับกันว่าถ้าผมไม่มีวันนั้นก็ไม่มีผมในวันนี้ ถ้าไม่ได้เรียนรู้ความลำบากมาก่อน เราจะดิ้นรน อดทนแบบนี้ไหม ถ้าไม่ได้เรียนรู้จากจุดที่ต่ำ เราก็จะไม่รู้ว่าเราก้าวมาถึงจุดที่สูง เหมือนเป็นการเรียนรู้ เป็นบทเรียนชีวิตที่สอนผมได้ดีมากๆ ว่าทุกคนมีจุดต่ำสุดของชีวิตที่แตกต่างกัน และมันจะสอนให้ผมก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่กลับมาจุดเดิมเสมอ ซึ่งทุกคนก็ต่างที่จะนับหนึ่งแล้วไปสอง และสาม ไม่ใช่การนับหนึ่งอยู่กับที่ ถึงในแต่ละวันผมจะเจอเรื่องร้ายๆขนาดไหน ชีวิตผมต้องผ่านมันให้ได้ ผมจะเก็บแต่สิ่งที่ดีมาทำให้ผมก้าวไปข้างหน้าตลอด และมีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา ถึงแม้ในเรื่องครอบครัวมันจะยังไม่ดีที่สุดสำหรับเรา คิดว่าถ้าวันหนึ่งผมดูแลเขาได้ทั้งหมดมันอาจจะดีขึ้นก็ได้ เพราะว่าครอบครัวเราเป็นครอบครัวคนจน เงินมันก็เลยสำคัญสำหรับครอบครัวเรา แต่สำหรับตัวผมเองผมคิดว่าการที่เราทำอะไรให้กัน ถามว่าผมเหนื่อยไหม โอเคกับสิ่งที่ทำหรือเปล่ามันมีความสุขที่สุดแล้วครับ”
 
“ความผิดพลาดจะสอนเราก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่กลับมา ณ จุดเดิม”
About the Author
หนูน้อยร้อยเรื่องเล่าทั้งเรื่องเศร้าแลอมยิ้ม อิ่มเอมชวนผ่อนคลาย สบัดลายปลายนิ้วมือ 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
แมนพอไหม? เช็คดูว่าผู้ชายข้างตัว เป็น ‘ชายหนุ่มองอาจ’ หรือเป็นแค่ ‘เด็กผู้ชาย’
จุดหมาย อาจมีไว้ให้เราได้เดินทางไกล อยากก้าวข้ามผ่านไป ขอแค่มีกำลังใจอยู่ตรงนั้น