OPINION

ที่สุดแล้ว คือ “ความเข้าใจ”

(จันทร์กรกฎ)
12 เม.ย. 2562
เพราะในทุกช่วงเวลาทุกชีวิตของคนเรา ย่อมมีบททดสอบผ่านเรื่องราวต่างๆ เข้ามาอยู่เสมอ
 
บางเรื่องในวันนี้ เราอาจยังคิดไม่ตกหรือมองไม่ออกว่า จะผ่านมันไปได้อย่างไรดี
 
ที่ทำได้ ก็คือคิดหรือทำในแบบที่ตัวเราเป็น
 
แต่วันหนึ่งเมื่อเราเติบโตขึ้น  มองเห็นความเป็นจริงมากขึ้น
 
เราจะมองเห็นแง่มุมต่างๆที่เปลี่ยนไป ด้วยสิ่งที่เรียกมันว่า “ความเข้าใจ”
 
1.เข้าใจว่า  เพราะอะไรดีกว่าทำไม
การเจออะไรที่ไม่ถูกใจแล้วตั้งคำถามว่า ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมถึงไม่เป็นแบบนั้น มันไม่มีคำตอบที่ดีให้หรอก หากแต่ลองเปลี่ยนเป็นว่า เพราะอะไรถึงได้เป็นแบบนี้ หรือเพราะอะไรถึงต้องเป็นแบบนั้น บางที อาจเจอคำตอบที่ดีกว่าก็ได้
 
2.เข้าใจว่า แค่ยอมรับก็ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น
เรื่องบางเรื่อง การยอมรับแต่โดยดี จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ยอมรับว่ามันก็เป็นอย่างนี้ จะทำให้เราไม่ร้อนรน สงบลง และมีสติต่อสิ่งที่เกิดมากขึ้น
 
3.เข้าใจว่า ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้
ทุกสิ่งบนโลกนี้เปลี่ยนแปลงได้หมด คนทุกคนก็เช่นเดียวกัน วันนี้เป็นอย่างนี้ พรุ่งนี้ก็อาจจะเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่มีอะไรแน่นอน
 
4.เข้าใจว่า ทุกอย่างไม่ได้มีด้านเดียว
การเลือกมองสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่สุด มองด้านไม่ดีก็ต้องเห็นแต่เรื่องไม่ดี มองด้านดีก็ย่อมเห็นแต่เรื่องดี การเลือกมองจะทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น เป็นไปในทิศทางนั้นเช่นกัน
 
5.เข้าใจว่า ทุกคนไม่มีใครเหมือนใคร
ทุกคนล้วนแต่มีคนๆเดียวในโลก ไม่มีใครเหมือนใคร ถ้าเขาคิดไม่เหมือนเรา ถ้าเขาแตกต่างจากเรา ก็ไม่ใช่ความผิดของเขา ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเป็นตัวของตัวเอง คิดในแบบตัวเอง ไม่ต่างไปจากเราเลย

6.เข้าใจว่า ล้มเลิกไม่ได้หมายถึงยอมแพ้
แต่ต้องทำมันอย่างดีที่สุดและเต็มที่กับมันแล้ว ถ้าผลที่ได้ไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น การหยุดและหันมาทบทวนใหม่ ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร ถ้าตัวเองบอกว่าควรจะพอ มันอาจไม่ใช่ทางของเราหรือที่ของเรา การจะหยุด เลิกล้มในสิ่งนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องผิดและไม่ได้หมายความว่าเราพ่ายแพ้ด้วย
 
7.เข้าใจว่า ความหวังต่างจากความคาดหวัง
โดยเฉพาะในเรื่องความรัก ความหวังคือการที่อยากจะให้ชีวิตรักของเรายาวนานมั่นคงตลอดไป เราก็จะประคับประคองความรักนั้น และมีกำลังใจที่อยากจะทำให้ดี แต่ความคาดหวัง ต้องขึ้นอยู่กับคนอีกคน คาดหวังให้เขาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ พอไม่ได้ก็ทดท้อ สิ้นหวัง และหมดกำลังใจ
 
8.เข้าใจว่า เวลาเป็นของมีค่าไม่ต่างจากสิ่งอื่น
ถึงจะไม่ได้มีมูลค่าเป็นเงินที่จับต้องได้ แต่เวลาคือสิ่งที่มีค่ามาก บางคนใช้เวลาเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยเฉพาะกับคนที่ไม่เห็นค่า เป็นอะไรที่น่าเสียดาย
 
9.เข้าใจว่า  เหตุผลใช้ไม่ได้กับทุกเรื่อง
การมีเหตุผลเป็นสิ่งที่ดี แต่มันก็ใช้ไม่ได้กับทุกเรื่อง บางอย่างไม่ต้องมีเหตุผลมารองรับ แค่รู้สึกอยากจะทำ ถ้าตัวเองไม่ลำบาก คนอื่นไม่เดือดร้อน การได้ทำตามความรู้สึกโดยไม่ต้องมีเหตุผลเข้ามารองรับ ก็เป็นเรื่องที่น่าจะยอมรับได้
 
10.เข้าใจว่า บางเรื่องไม่เป็นไรบ้างก็ได้
ไม่ต้องจริงจังเอาเป็นเอาตายกับทุกเรื่อง ปล่อยวาง สบายๆ บ้างก็ได้
 
11.เข้าใจว่า ตลอดไปไม่ได้มีอยู่จริง
ต่อให้อยากอยู่ตรงนี้ไปนานแสนนาน หรือตลอดไปแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างมีเวลาของมัน เมื่อถึงเวลาก็ต้องจากไป
 
12.เข้าใจว่า การรักตัวเองก็มีความสุขได้
หลายคนอยากได้ความรักจากคนอื่น หรือไม่มีเขาเราจะอยู่ไม่ได้ จริงๆ แล้ว การรู้จักรักตัวเองจะทำไห้เรามองเห็นค่าของตัวเอง เมื่อเราเห็นคุณค่าของตัวเอง เราะจะอยู่ได้ด้วยตัวเอง อยู่ได้ด้วยความเข้มแข็ง และมองความรักจากคนอื่นเป็นสิ่งเติมเต็มของชีวิต แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
 
13.เข้าใจว่า ความสุขผ่านไปเร็วก็จริง แต่ความทุกข์ก็จะไม่อยู่กับเรานาน
ไม่ว่าสุขหรือทุกข์ มันไม่ได้ผ่านไปเร็วหรือช้า ตราบเท่าที่เวลาของมันยังเดินอยู่ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วในความรู้สึก ที่สุดแล้วมันก็เดินผ่านไปจากเราอยู่ดี
About the Author
ครีเอทีฟรายการทีวี / script copy writer / web content  / และนักฟังเพลง
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ประโยคเดียว แต่สามารถตีความไปได้หลายความหมาย ตามแต่วิธีคิด วิธีการมองโลกของคนที่อ่าน
 
ธรรมชาติของมนุษย์ไม่ชอบความไม่แน่นอน เป้าหมายในชีวิตอย่างหนึ่งของคนเราคือ ขจัดความไม่แน่นอนให้หมดไปจากชีวิตให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และนั่นทำให้การพยายามควบคุม หรือ control เป็นพฤติกรรมหลักของมนุษย์ ที่โดดเด่นแตกต่างไปจากสัตว์อื่น