OPINION

ถ้าหากคุณกลัวการนอน “ฝันร้าย”

สุเทพ ศรีสมุทร์
27 มี.ค. 2562
บางครั้งการฝันร้ายมาพร้อมกับการสะดุ้งตื่น บวกกับความกลัวและอัตราของหัวใจที่เต้นแรงขึ้น ถี่ขึ้น เป็นสิ่งที่ใครหลายคนไม่อยากที่จะพบเจอนัก ฝันในบางคนอาจร้ายแรงมากน้อยไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับว่าเราเจอกับอะไรในระหว่างวัน ซึ่งจะมีผลมากน้อยขนาดไหนกับการฝันร้ายของเรา?



ฝันมันช่างเหมือนจริงเสียเหลือเกินหรืออาจถึงขั้นสะดุ้งตื่นตกใจขึ้นมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถแยกออกได้ว่าไหนคือความจริงหรือความฝัน แต่หากใครที่เคยเป็นแบบนี้ อย่าเพิ่งกังวลไปเพราะว่าเป็นเรื่องปกติที่มีคนมากถึง 90% เคยฝันร้าย ด้วยสาเหตุหลักๆของพฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็นที่มาของ การนอนฝันร้าย
1. ทานอาหารก่อนเข้านอน การทานอาหารก่อนเข้านอนเป็นการส่งสัญญาณให้สมองตื่นตัวมากขึ้น
2. ผลข้างเคียงของยา ยารักษาโรคบางตัวมีผลข้างเคียงต่อการฝันร้าย เช่น ยารักษาอาการซึมเศร้า
3. พักผ่อนไม่เพียงพอ มีผลอย่างมากเพราะการนอนไม่พอชี้ชัดว่าเสี่ยงต่อการทำให้เกิดการนอนฝันร้ายจนส่งผลต่อสุขภาพ
4. ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเนื่องจากเป็นสาเหตุสำคัญของการนอนฝันร้าย



นี่เป็นเพียงสาเหตุบางส่วนของการฝันร้าย แต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปว่านี่คือสิ่งที่เลวร้ายในหลายค่ำคืนของเราหรือเปล่า คำตอบอาจไม่ เพราะว่านักวิจัยหลายท่านได้บอกว่า ฝันร้ายอาจจะส่งผลดีต่อเรา เพราะมันมีทฤษฎีหนึ่งคือ มันช่วยให้สมองเราได้เผชิญกับภาวะตึงเครียด ความน่าอัศจรรย์ใจอีกอย่างของสมองคือ สมองสามารถสร้างสถานการณ์ให้เข้ากันได้กับความรู้สึกของเรา เป็นไปได้ว่าถ้าหากเรามีงานท่วมหัว เราอาจจะฝันว่าติดอยู่ในวังวนของคลื่นยักษ์หรือติดอยู่ในหลุมดำ เป็นต้น หลายผู้เชี่ยวชาญยังได้กล่าวอีกว่า ฝันร้ายช่วยให้เราจัดการกับเหตุการณ์ที่ไม่น่าพึงพอใจในชีวิตประจำวัน เราเชื่อมโยงเหตุการณ์ระหว่างวันเข้าด้วยกัน รวมถึงการตอบสนองทางอารมณ์ อย่างเช่น เรารู้สึกกลัวผี ในขณะที่เราไม่รู้ว่ามันมีจริงหรือไม่, หรือกลัวบางสิ่งในขณะที่มันยังไม่ได้ทำอะไรเรา

หลายคนอาจจะยังรู้สึกว่า การนอนฝันร้ายเป็นสิ่งที่คุณเจอบ่อยขึ้น ถี่ขึ้น แต่อาจจะไม่มีความน่ากังวลใดๆ เพราะหากพิจารณากันจริงๆ ความฝันนั้นเป็นสิ่งที่ผ่อนคลาย ยิ่งหากฝันถึงเรื่องที่ดีก็ดีไปเพราะสมองได้พักผ่อน หากฝันร้ายก็เป็นสิ่งที่ดีอีกเพราะมันคือทฤษฎีพาสมองไปเจอกับความตึงเครียด จะเรียกว่าเป็น ทฤษฎีบริหารสมองก็ไม่ผิด บางครั้งดูเหมือนว่าความฝันจะไร้ซึ่งประโยชน์ ฝันถึงเรื่องอะไรก็ไม่รู้ แต่กลับเหมือนเรื่องจริงมาก รู้สึกอินไปกับมันนั่นแปลว่าความฝันทำหน้าที่ปะติดปะต่อสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์เหล่านั้น อาจจะนำสิ่งที่น่ากลัวมาผสมผสานกับเรื่องที่ไม่น่ากลัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความกลัวในความฝันเราจะค่อยๆลดน้อยไปเอง
About the Author
สุเทพ ศรีสมุทร์ (โจ)
ชายหนุ่มผู้ที่เคยคิดปลิดชีวิตตัวเอง กลายเป็นคนที่มีชีวิตเพื่อตัวเองและผู้อื่น จากเด็กที่โดนปฏิเสธทุกโอกาสในการแสดงความสามารถ เริ่มสร้างทุกโอกาสให้ตัวเอง ปัจจุบันบทบาทของเขาคือ Creative ใน Johjaionline
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
จะเป็นไปได้หรือไม่ หากโลกเราสามารถมีพื้นที่ให้คนได้ระบายความเครียด ในแบบที่พวกเขาอยากทำ?
หลายคู่รักที่คบกันมาแสนนานเป็นอันต้องหยุดลงกับเหตุผล เราไปกันไม่รอด คุณเคยได้ยินไหม ความรักไม่ได้แย่ คนต่างหากที่แย่ วันนี้ผมขอพูดถึงมุมของผู้หญิงที่ผู้ชายอาจจะนึกไม่ถึง..