OPINION

ชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะไปเป็นกะหรี่บาห์เรน ตอนที่ 14

เอรี่ – ธนัดดา สว่างเดือน
9 ส.ค. 2560
ช่วงหมดแท็กใหม่ๆ ฉันทำงานได้เงินเข้ากระเป๋าแทบทุกวัน และเริ่มส่งเงินให้แม่ใช้บ้าง เพราะช่วงใช้หนี้แท็ก 2 เดือนเต็มๆ ไม่เคยส่งให้แม่สักบาท ความรู้สึกที่ส่งเงินให้แม่ใช้ครั้งแรก 1 หมื่นบาทคือฉันตื่นเต้นดีใจจนน้ำตาไหล คิดในใจว่านานแล้วนะที่เราไม่ค่อยได้ให้เงินแม่ใช้ นานแล้วนะที่แม่ต้องรับภาระซื้อไก่ย่าง ตับย่างเลี้ยงเจ้าลูกชุบทุกวันๆ ละ 20 บาท (หมาเพื่อนยาก)

เมื่อทำการส่งเงินให้แม่ปุ๊บ โดยส่งที่ร้านรัชนี คือร้านอาหารไทยในบาห์เรน ที่นั่นมีทั้งอาหารแห้ง สด คาว หวาน น้ำพริก ปลาร้า และหนังสือพิมพ์ หนังสือนิยาย แถมยังรับโอนเงินไปไทยด้วย เอาเป็นว่ามีทุกอย่างครบวงจร ตั้งแต่สากกะเบือเรือลาก

ทันทีที่ส่งเงินให้แม่ จะต้องรีบโทรหาแม่เพื่อบอกให้แกไปเบิกเงิน
               
“ฮัลโหลแม่... เมื่อกี้ส่งเงินให้แล้วนะหนึ่งหมื่นบาท แม่ไปเบิกใช้ได้เลยนะ”
“เอ้า…เงินออกแล้วเหรอ แล้วหนิงมีพอใช้ไหม?”
“พอๆๆๆ แม่ เหลือเฟือ ไม่ต้องห่วง”
“แล้วหนิงเป็นไงบ้าง สบายดีมั้ย...เมื่อไหร่กลับบ้าน?”
“ยังหรอกแม่ อีกสักพักใหญ่ๆ ไม่ต้องห่วงนะ ฝากดูแลไอ้ชุบด้วยนะแม่”

ตอนนั้นแม่ถามนู่นนี่นั่นกับฉันอีกมากมาย ว่าไปทำงานอะไร แต่ฉันทำเป็นไม่สนใจที่จะตอบคำถาม ก็พูดเฉไฉไปเรื่อยเปื่อย แล้วบอกให้แม่รู้แค่ว่า ตั้งแต่นี่ไปจะส่งเงินให้ใช้ทุกเดือน... จบข่าว!!

ที่ร้านอาหารไทยหลังจากส่งเงินให้แม่เสร็จสรรพ ฉันซื้ออาหารไทยหิ้วมาทำกินเองที่ห้องจะได้ประหยัดและถูกปากกว่าซื้อเขากิน การไปร้านอาไทยทำให้ฉันได้มาเจอเพื่อนเก่าๆ มากมาย รวมทั้งแอน เพื่อนเก่าที่เคยอยู่แท็กเดียวกัน แต่เธอมาก่อนหน้าฉันหลายเดือน หลังจากไม่ได้พบกันนาน วันนี้ดูแอนสวยขึ้น ดูมีน้ำมีนวล หุ่นทรงเปลี่ยนไปจากเดิมมาก เธอเป็นฝ่ายทักทายฉันก่อน
               
“เฮ้ยหนิง สบายดีมั้ย? แอนไง จำได้ป่าว?”
“อ๋อ...แอนสวยขึ้นมากเลย จำแทบไม่ได้เลย”
“ตอนนี้ทำงานที่ไหนอ่ะ แขกดีมั้ย?” แอนถาม
“ก็จับแขกไปทั่วแหละ เอาแน่ไม่ได้ แล้วแอนทำที่ไหนอ่ะ?”
“ตอนนี้มาเดินงานในตึก เซ็งชิบหายเลยว่ะ เหมือนติดคุก อยากออกไปเที่ยวก็ไม่ได้ นี่แค่ขอเค้าออกมาส่งเงินและซื้อกับข้าวไว้กิน ต้องรีบกลับ เพราะคนขับรถรออยู่”
“หือ...นี่ยังไม่หมดแท็กอีกเหรอเนี่ย หลายเดือนแล้วนะ”
“หมดไปรอบนึงแล้ว แต่กลับมาใหม่ รอบนี้หลายแสนเลยแหละ เพราะแม่แท็กลงทุนทำจมูก ทำนมให้ก่อน”

หลายเดือนผ่านไป ฉันเริ่มรู้จักเพื่อนๆ ร่วมวงการมากขึ้น แต่ละคนหน้าตาดีๆ ทั้งนั้น ดูเป็นเด็กรุ่นใหม่ทันสมัยไฮโซ ไม่ใช่เซ่อซื่อเป็นอีเป๋ออีป๋องอย่างที่ใครคิดว่าถูกหลอกมาขายตัว บางคนนี่สวยอย่างกะนางแบบ จมูกโด่ง นมโต หน้าใส แถมจัดฟันกันแทบทั้งนั้น มันคือแฟชั่นยอดฮิตจริง!! 

บางคนก็หน้าตาเหมือนคุณหนู ดูเป็นลูกผู้ดีมีชาติตระกูล เห็นแล้วก็รู้สึกเสียดายอนาคตพวกเธอจัง ใครน้อ...มันช่างหลอกลวงพวกเธอมา หรือคงคิดว่าอาชีพนี้สบายได้เงินง่ายจึงพากันมาขายตัว

ผู้หญิงหลายคนไม่รู้เงื่อนไขรายละเอียดลึกๆ ว่าขึ้นมาแล้วต้องถูกบังคับให้ทำงานรูปแบบไหน หรือต้องเจอกับแขกลากไปขนาดไหน พวกเธอคงคิดว่ามาแล้วจะเลือกไปกับแขกแบบไหนก็ได้มั้งจึงมาตามคำโฆษณาชวนเชื่อ ส่วนใหญ่ถูกคนเก่าๆ ล่อลวงมา โดยบอกว่าแขกดี เงินดี ทั้งนี้ก็เพราะอยากได้ค่านายหน้าหัวละ 2 หมื่นบาท แม้แต่ฉันเองก็เคยมีความคิดที่จะหากินแบบนี้

เมื่อมีผู้หญิงขึ้นมาบาห์เรนมากขึ้นทุกวัน การแข่งขันของพวกแม่แท็กก็แพรวพราวขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีโปรโมชั่นใหม่ๆ มาล่อใจพวกสาวๆ เช่น ออกเงินทำจมูก ทำนม จัดฟันให้ก่อน แล้วค่อยขึ้นมาทำงานใช้หนี้ภายหลัง แต่ทั้งนี้ก็ต้องใช้หนี้คืนเป็น 2 เด้ง คือใช้ค่าแท็กเท่าไหร่ก็ว่ากันไป เพราะแต่ละแท็กมีโปรโมชั่นแตกต่างกันไป ไหนจะต้องใช้หนี้ค่าศัลยกรรมที่ออกให้ก่อน ซึ่งค่าศัลยกรรมก็ต้องมีดอกเบี้ยตามมาอีกต่างหาก เช่นออกเงินทำจมูกให้ 1 หมื่นบาท แต่ใช้หนี้คืนหมื่น 2 หมื่นบาท หรือทำนมให้ 4 หมื่นบาท แต่ต้องใช้คืน 6 หมื่นบาท (งานนี้ Hee บานจริงๆ ค่ะ สวยก่อนแล้วค่อย Yed ผ่อนทีหลัง!!)

ตอนนั้นฉันรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับอาชีพนี้เต็มที เพราะพื้นที่ในบาห์เรนมันแน่นไปด้วยกะหรี่สารพัดชาติมีมากขึ้นเรื่อยๆ มากขึ้นทุกวัน แต่ข่าวการโดนจับนั้นแทบไม่มี ส่วนใหญ่ที่เป็นข่าวก็คือเดินเข้าหาตำรวจ เข้าหาสถานทูตว่าถูกหลอกมาขายตัว เป็นแบบนี้ทั้งนั้น!! (กูจะกระซิบอะไรให้ฟังนะ...สถานทูตเค้าเบื่อหน่ายเอือมระอากับคำตอแหลซ้ำซากแบบนี้เต็มที!)

ไม่เหมือนตอนที่ฉันเคยไปขายในฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ที่ต้องโดนตำรวจซีไอดีวิ่งไล่จับทุกวัน ทั้งที่พวกเราก็มีวีซ่า แต่เป็นวีซ่าท่องเที่ยว ในเมื่อขายตัวสู้เด็กไม่ไหวฉันก็เริ่มมีความคิดว่าจะทำอย่างไรที่ไม่ต้องขายตัว แต่มีรายได้พออยู่ พอกินให้รอดปลอดภัยในบาห์เรน โดยเฉพาะใกล้จะถึงเทศกาลเทศกาลรอมฎอน คือการถือศีลอดของชาวมุสลิม เมืองนี้จะเงียบเป็นป่าช้า สถานบันเทิงทุกที่ปิดหมด แม้แต่ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารก็ต้องเปิด ปิดเป็นเวลา

คราวนี้แหละกะหรี่ทุกชาติจะต้องอดตายเพราะขาดรายได้ บางคนก็ถือโอกาสกลับไปตั้งหลักพักเครื่องที่เมืองไทยบ้านใครบ้านมัน พอครบ 1 เดือน เปิดรอมฏอนค่อยกลับมาหากินกันใหม่

ตอนนั้นฉันเริ่มไม่อยากกลับเมืองไทยซะแล้ว ยิ่งอยู่ไปนานๆ ก็เริ่มรักประเทศนี้มากขึ้นทุกวัน เพราะคนอาหรับที่นี่มีทั้งคนดี คนเลว บางคนฉันคิดว่าเขาเลว แต่กลับเป็นมิตรภาพเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ดังนั้นฉันต้องสร้างรายได้แบบเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดให้ได้ภายใน 1 เดือน…..
 
About the Author
ยากูซ่า ค้าบริการ ติดคุก เฉียดตาย...ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เธอคนนี้เผชิญมาแล้ว วันนี้เธอคือนักเขียนมือรางวัล โดยปี 2554 “ฉันคือเอรี่ กับประสบการณ์ข้ามแดน” คืองานเขียนเล่มแรกที่ได้รับรางวัลชมนาด โดยเป็นการตีแผ่เส้นทางชีวิต หลากประสบการณ์ค้าบริการทั้งโหด เลว ดี ครบรส ล่าสุดปี 2559 เธอก็คว้ารางวัลชมนาดมาอีกครั้งในผลงานที่ชื่อ “ขังหญิง” ตีแผ่ชีวิตคนคุกที่หาอ่านไม่ได้จากที่ไหน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คงไม่ต้องบรรยายว่า 4 คนบนเตียงมันจะนัวเนียกันขนาดไหน แต่นี่คืองาน ถึงเป็นงานบนเตียงแต่ก็ไม่ต่างจากนักแสดงจอแก้ว ที่เสแสร้งจนกว่าลูกค้าจะมีความสุขบรรลุเป้าหมาย
 
โคตรเหนื่อยกับการทำงานจับแขกที่บาห์เรน กว่าจะผ่านไปได้แต่ละคืนวันบางครั้งกำลังนอนหลับสบายๆ ก็ถูกปลุกขึ้นมาปี้ซะงั้น