OPINION

ชาวนา ฮีโร่ที่ถูกลืม

สุเทพ ศรีสมุทร์
14 มี.ค. 2561
เราถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กๆ จากครอบครัวหรือโรงเรียน ครูอาจารย์มักจะสอนว่า “ต้องกินข้าวให้หมดนะ สงสารชาวนา” นั่นเป็นคำพูดที่เราไม่เคยรู้ความหมายมันมาก่อน จนกระทั่งเราได้เห็นหยาดเหงื่อของ “ชาวนา”



ทำความเข้าใจในเรื่องของการทำนากันก่อน การทำนาปลูกข้าวของชาวนาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอยู่มาก ในเรื่องของเทคโนโลยีในการทำนา จากเดิมที่เราเห็นชาวนาสมัยก่อนใช้วิถีชาวบ้านในการทำนา ตั้งแต่กระบวนการหว่านเมล็ดพันธุ์ยันเก็บเกี่ยว ใช้เพียงเคียวเกี่ยวข้าวและแรงคนเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้หันมาใช้เทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งเน้นการใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการส่งผลกระทบต่อการผลิตของชาวนา



ในปัจจุบันเป็นการพัฒนาข้าวสมัยใหม่ ที่ตอบสนองต่อการตลาด การพัฒนาพันธุ์ข้าวจึงเน้นผลผลิตต่อไร่สูงสุดและสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ทำให้ชาวนาต้องใช้ปุ๋ยเยอะขึ้นในขณะที่ราคาปุ๋ยก็แพงขึ้นทุกปีเช่นเดียวกัน และข้าวสมัยใหม่นั้นมีความอ่อนแอต่อโรคมาก จึงจำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชควบคู่กันไป พูดง่ายๆว่าเหล่านี้ทำให้ต้นทุนในการผลิตข้าวของชาวนาเพิ่มขึ้น แต่รายได้…กลับน้อยลง



ยิ่งมีภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการทำตลาดเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่มักจะผูกขาดเทคโนโลยีเมล็ดพันธุ์และทำกำไร ทำให้ชาวนามีทางเลือกจำกัดที่จะผลิตข้าว ชาวนานับวันจึงพึ่งตัวเองได้น้อยลง ผิดกับสมัยก่อน ที่การผลิตข้าวคือความสุขของชาวนา เพราะได้ลงแรงหว่านเมล็ดพันธุ์เอง ได้ตรวจสอบเอง ปราศจากเครื่องจักร ถึงจะเหนื่อยหน่อยแต่เมื่อถึงเวลาเกี่ยวข้าว การเกี่ยวด้วยแรงคน ให้รวงข้าวที่สมบูรณ์กว่าใช้เครื่องจักรในการเก็บเกี่ยว เพราะเครื่องจักรยังขาดความแม่นยำที่จะเกี่ยวข้าวได้โดยที่เมล็ดพันธุ์ข้าวไม่หลุดร่วงออกไป



ความเหน็ดเหนื่อยของชาวนาในยุคก่อน ถูกตอบแทนด้วยราคาข้าวที่สมเหตุสมผล และทำให้ชาวนามีกำลังใจที่จะทำต่อไป ผิดกับปัจจุบัน ที่ทุกอย่างคือความรวดเร็ว และมีเรื่องของผลกำไรหรือผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ปัจจุบันวัฒนธรรมของการทำนาแบบดั้งเดิม ค่อยๆเลือนหายไป เพราะการที่เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ และทางเลือกในปัจจุบันที่มีมากขึ้น ชาวนาจึงถูกมองข้าม และได้ราคาข้าวที่ไม่สมเหตุสมผลนัก ในขณะที่ชาวนา ควรมีทางเลือกและพึ่งตนเองได้จากการทำนา มีชีวิตที่ดีขึ้นและเป็นชาวนาได้อย่างสมศักดิ์ศรี

ขอบคุณข้อมูลจาก ข้าวขวัญ ใน มูลนิธิข้าวขวัญ (KhaoKwan Foundation)
About the Author
สุเทพ ศรีสมุทร์ (โจ)
ชายหนุ่มผู้ที่เคยคิดปลิดชีวิตตัวเอง กลายเป็นคนที่มีชีวิตเพื่อตัวเองและผู้อื่น จากเด็กที่โดนปฏิเสธทุกโอกาสในการแสดงความสามารถ เริ่มสร้างทุกโอกาสให้ตัวเอง ปัจจุบันบทบาทของเขาคือ Creative ใน Johjaionline
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่เราต้องทำ นั่นก็คือการหาทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับตัวเองในทุกๆขณะ
หลายคนมักจะสร้างกำแพงกั้นตัวเองเอาไว้ เพราะเกิดความกลัว ไม่กล้าที่จะทำในบางสิ่ง