OPINION

จิตวิทยาและศิลปะการใส่หน้ากากเข้าหาคน

วาริชไวรัลย์ ศรีไสย
12 ก.ค. 2561
เราเคยพูดเสมอว่า ‘ไม่ชอบชีวิตที่ต้องใส่หน้ากาก’ แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าหน้ากากทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น อีกกรณีหนึ่งเราอาจจะคิดว่าเป็นคนทำอะไรตรงๆ100% แต่ก็ไม่วายที่บางเรื่องต้องดัด แอ๊บ ปกปิด หรืออำพราง!...ซึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิด บทความนี้จึงเลือกนำเสนอ จิตวิทยาการใส่หน้ากากตามสถานการณ์เพียงแต่คุณต้องฉลาดพอที่จะใช้ถูกตามบริบทเท่านั้นเอง
 
1.มารยาททางสังคม
คุณไม่สามารถเป็นตัวของตัวเอง 100%แน่นอน หากอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีคนจับตามองกันและกัน หากคุณยังคาดหวังให้อีกฝ่ายปฏิบัติกับคุณแบบมีมารยาทดังนั้นแม้ว่าวันนี้มันน่ารำคาญแค่ไหน ก็จงมอบมารยาทที่ดีตอบแทนด้วยเช่นกัน ดังนั้นการทักทาย เดินเหิน การกินไปจนถึงการกล่าวลา ทุกอย่างถูกกำหนดด้วยแบบแผนอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่มีทางที่จะหลุดจากกฎนี้ได้...นอกเสียจากคุณต้องอยู่คนเดียว
 
2.พูดตรง พูดไม่คิด และกักขฬะ มันไม่เหมือนกัน
ในความพูดตรงของเราควรพิจารณาบริบทรอบด้าน คำนึงถึงผล และผู้ฟัง...และแม้อยากพูดตรงแค่ไหนก็ควรคิดให้รอบคอบก่อนพูดออกไป หลายครั้งคุณให้เหตุผลเข้าข้างตัวเองทำนองว่า ‘คนเกลียดเราเพราะว่าเราพูดตรง’ แต่หากคำพูดมันเสียดแทง ไม่สร้างสรรค์ รังแต่จะสร้างความแตกแยกรุนแรง นั่นอาจจะไม่ใช่คำพูดของคนจริงใจ มันคือคำพูดไร้มารยาทจากคนคิดน้อย ต้องแยกให้ออก
 
3.บทส่งท้ายของความโกรธ
แม้ว่าโกรธจนตัวสั่นงกๆแต่ถ้าคุณไม่รีบเปลี่ยนโหมดเป็นนางฟ้าแล้วโวยวายสติหลุด...สังคมจะตัดสินว่าคุณคือ ตัวร้ายทันที แม้ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกแต่คะแนนโซเชียลจะถล่มคุณยับ...ถามว่าแคร์ไหม? ไม่แคร์ก็ได้ถ้าคุณคือตัวท็อป แต่ถ้ายังปานกลาง พอถูๆไถๆ แนะนำว่าแคร์เถอะ ชีวิตจะได้ง่ายขึ้น...
 
4.ยินดีกับคู่แข่ง
ทำใจยากฉิบกับคู่แข่งที่ฟาดฟันกันไปมา สุดท้ายแล้วนังนั่นดันหยิบชิ้นปลามันไปครอง แล้วเราจะเลือกเป็นขี้แพ้ชวนตี หรือจะแพ้อย่างเยือกเย็นสง่างาม อย่างน้อยแอ๊บว่ายอมรับได้ แสดงให้เห็นถึงน้ำใจนักกีฬาก็น่าจะดีนะ
 
5.กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ตัวเอง
ไม่ใช่เรื่องธุรกิจเท่านั้นที่ต้องการกระบวณการณ์ประชาสัมพันธ์ ชีวิตคนเราต่อให้แซ่บแค่ไหนแต่ขาดการตลาดที่ดีของก็ขายไม่ออก แล้วเชื่อเถอะว่าถ้าเราไม่ได้สมบูรณ์แบบเป็นเทพี เราจะคลายความธรรมชาติ100% ออกสู่สายตาสาธารณชนไม่ได้ ต้องมีเสริม มีเติม มีดัดกันบ้าง เปรียบเทียบชีวิตกับการแต่งหน้า คุณอาจจะประโคมทุกสิ่งอย่างลงไป ปิดท้ายด้วยลิปสติกสีระเรื่อ แล้วบอกว่า “นี่หน้าสดค่ะ” ดูเหมือนชีวิตไม่ได้พยายามแต่จริงๆพยายามมามาก (ที่สำคัญคนเชื่อด้วยนะ) ของจะได้ขายง่าย ชีวิตจะได้ง่าย เชื่อพี่
 
6.สวามิภักดิ์
เส้นทางทุกเส้นทางมีกำแพง ไม่ควรเดินดุ่มๆชนให้เจ็บตัวถ้าของเราไม่แรงจริง เมื่อถึงคราวเดินอ้อมก็อ้อมไปบ้าง คราวที่ต้องเผชิญกับหน้าอินทร์หน้าพรหมต่อให้ไม่ถูกชะตาไม่ถูกจริตสักแค่ไหนก็ลู่ตามลมแสร้งว่าไว้ก่อน รอยามตะวันส่องมาค่อยแสดงอิทธิฤทธิ์
 
7.Pokerface และกลยุทธ์อำพรางความคิด
‘อย่าพูดทุกอย่างที่คิด แต่จงคิดก่อนพูด’ หลายสถานการณ์ที่เรายังไม่ชัวร์...เราจำเป็นที่กั๊กของไว้กับตัวเองก่อนเหมือนกับเวลาเราเล่นไพ่แล้วต้องทำหน้านิ่งเฉยไม่ให้ใครรู้ว่าเรามีไพ่อะไรอยู่ในมือ รอดูสถานการณ์ รอดูอีกฝ่าย เตรียมทุกอย่างให้พร้อม มั่นใจแล้วจึงฮุคหนัก
 
8.ยืมมือศัตรูฆ่าศัตรู
บรรดาคู่แข่งทั้งหมดใครคือตัวฉกาจของคุณ?...และหากเราดันมีคู่แข่งคนเดียวกัน แทนที่จะเอาตัวเองเข้าชนเพียงลำพัง ลองสงบศึกกันชั่วคราวร่วมมือกันเพื่อล้มช้าง ตามสำนวน’ศัตรูของศัตรูคือมิตร’...หลังจากเหตุการณ์รุมกินโต๊ะจบจะกลับมาเกลียดกันก็ค่อยว่ากันไป #ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร
 
9.ละลายพฤติกรรม
คนบางคนจะดูให้ออกต้องอาศัยเวลาละลายพฤติกรรม บางครั้งเราต้องแยกร่างตัวเองออกเป็นสองร่าง คนหนึ่งหัวร่อต่อกระซิกแสดงความสนิทสนม ส่วนอีกคนให้ไปยืนอยู่มุมห้องเพื่อสังเกตุพฤติกรรมเป้าหมาย ทั้งนี้เพื่อทลายกำแพงในใจอีกฝ่าย เพื่อเรียนรู้อุปนิสัยและวิธีการรับมือ จนถึงเรียนรู้ความต้องการของเขาได้ง่ายขึ้น
 
10.แกล้งไม่รู้
แม้ว่าจะรู้ดีขนาดไหน...ให้ลดความฉลาดลงบ้าง บางทีการทำตัวใสๆซื่อๆก็ทำให้เรารอดจากการเพ่งเล็ง โดดเด่นมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีดังนั้นอย่าโชว์ภูมิไปเรื่อย เชื่อเถอะยังไงคนฉลาดด้วยกันเขาดูกันออก
 
11.ไหลตามน้ำ
ทำตัวให้เหมือนต้นไผ่แล้วชีวิตเราจะสงบร่มเย็น ต้นไผ่แม้จะโดนพายุฝนกระหน่ำเท่าไหร่ก็ไม่ถอนรากถอนโคนเพราะสามารถลู่ไปตามลม เช่นเดียวกับชีวิตคน กระแสสังคมจะพัดพาคุณไปมาคุณต้องรู้จักโอนอ่อนผ่อนปรนในบางกรณี
About the Author
Content Creator กร้านโลก ผู้มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง เชี่ยวชาญการผสมผสานชีวิตทั้งสองขั้วถ่ายทอดออกมาให้คนรอบข้างรู้สึกแกร่งได้อย่างน่าแปลกใจ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ประเทศเล็กๆ ที่มีประชากรเพียงแค่ 9.7 ล้านคน อย่างสวีเดน ในอดีตเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในยุโรป หนึ่งร้อยกว่าปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันนี้สวีเดนกลับกลายเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำทางด้านนวัตกรรมในยุโรป จุดเด่นและจุดแข็งที่สวีเดนภาคภูมิใจมากที่สุด คือ การมีผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมชาวสวีเดน ที่คิดค้นสิ่งประดิษฐ์เปลี่ยนโลก อยู่ในทุกยุคสมัย   
 
“โรคเครียดจากเหตุการณ์ร้ายแรง หรือ Post Traumatic Stress Disorder (PTSD)” คือโรคทางจิตเวชที่มักเกิดขึ้นหลังจากประสบเหตุการณ์รุนแรงต่อชีวิต