ถึงชาวดาวโลกที่รัก
เราเฝ้ามองคุณจากฟากฟ้าฝั่งนี้ วิทยาการและความเจริญของพวกคุณช่างน่าเลื่อมใส ระบบการค้าและการแลกเปลี่ยนเป็นกลไกขับเคลื่อนอันสมบูรณ์แบบ...ช่างน่าอิจฉายิ่ง ถึงกระนั้นเรามีคำถามที่อยากถามเพราะเราไม่เคยเข้าใจธรรมชาติของชาวดาวโลกแม้แต่น้อย
ระบบกฎหมายของคุณช่างน่าเคารพ ชาวดาวศุกร์ทึ่งในวิธีที่พวกคุณใช้ควบคุมดูแลกันและกัน แต่ทำไมบทกฎหมายไม่สามารถใช้กับคนทุกคนได้ บางคนอยู่เหนือ...บางคนปลอดจากบทลงโทษ หรือแท้จริงแล้วเงินสำคัญกว่าความเท่าเทียม?
ชาวดาวศุกร์อิจฉาธรรมชาติอันงดงามของชาวโลก แต่ทำไมคุณเลือกที่จะทำลายความงดงามเหล่านั้นเพียงเพื่อความสบายในชีวิต คุณเรียกร้องประโยชน์ธรรมชาติแบบล้ำเส้น จากนั้นจึงค่อยมาหวีดร้องกับผลแห่งความวิปริตที่ตามมาทีหลัง
ชาวดาวศุกร์บูชาความงาม เรามองทุกอย่างที่แตกต่างคือความงดงามเฉพาะตัว แต่ทำไมชาวดาวโลกจึงชี้หน้าป่าวร้องว่าความแตกต่างคือความบาป!
ระบบศาสนาคือสิ่งที่น่าเลื่อมใส คุณสร้างกรอบแห่งจิตวิญญาณขึ้นเพื่อกำหนดวิถีแห่งมนุษย์ คุณจารึกถึงเส้นทางแสวงหาความสงบบนสรวงสวรรค์...แต่แล้วทำไมคุณกลับใช้ศาสนาเพื่อเข่นฆ่า? ดาวโลกช่างกว้างใหญ่ศาสนาที่เกิด ณ จุดนี้ ย่อมผิดแผกจาก อีกฟากฝั่ง...แล้วทำไมมันถึงแตกต่างกันไม่ได้...ทำไมการยอมรับกันและกันถึงไม่อยู่ในนิยามของศาสนา?
ชาวโลกกล่าวว่าตนเป็นผู้เจริญแล้ว ท่ามกลางวิทยาการอันมั่งคั่งแต่ทำไมเราเห็นการแบ่งปันน้อยกว่าการชิงดีชิงเด่น...พวกคุณแสวงหาความสงบแต่โลกยังเต็มไปด้วยความชิงชังและการแก่งแย่ง หลายประเทศสร้างยุทโธปกรณ์เพื่อการเข่นฆ่าเป็นวงกว้าง นั่นคือการประกาศศักดา? นั่นคือวิถีแห่งผู้ชนะ? หรือว่าการลดจำนวนเผ่าพันธ์พี่น้องของพวกคุณคือเป้าหมายที่อยากบรรลุ?
อีกทั้งวิทยาการทางการแพทย์ของพวกคุณช่างทันสมัย แต่แน่ใจหรือว่าทุกคนมีสิทธิ์รักษาอย่างเท่าเทียม ถ้าเราอยากไม่มีเงินคุณจะยังรักษาเราได้ไหม...หรือปล่อยเราตามยถากรรม?
ชาวโลกช่างขยัน…ผู้คนทุ่มเทแรงกายแรงใจหาเงินเลี้ยงชีพจนลืมสุขภาพแต่สุดท้ายแล้วเงินที่หาได้กลับนำมารักษาตัวเองบั้นปลาย หรือสุขภาพไม่ใช่สิ่งจำเป็นตั้งแต่แรก?
ชาวดาวศุกร์ชื่นชอบศิลปะ แต่ไม่เคยเข่นฆ่าสิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อ หนังอันทนทาน เพื่อขนอันนุ่มสลวย ตลอดจนกระดูก เขา เขี้ยวและงาเพื่อประดับบารมี แต่ชาวโลกหาใช่ไม่...มนุษย์มองว่าสิ่งมีชีวิตอื่นไร้ค่า? หรือมองว่าการก้าวไปสู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารคือความเปรมปรีดิ์?
ชาวดาวศุกร์ฉงนกับจารึกประวัติศาสตร์ที่น้อยนักจะบันทึกความดีหรือความเสียสละเพื่อเป็นแบบอย่างแก่ลูกหลาน หากพรรคพวกกลุ่มหนึ่งรุกรานพื้นที่ของอีกฝ่าย ฝ่ายที่ยอมและสละผลประโยชน์จะกลายเป็นความอัปยศ แต่ฝ่ายรุกรานผู้กำชัยชนะกลับไปรับการยกยอในหน้าประวัติศาสตร์ต่อไป
และชาวโลกผู้แสวงหาความสงบ เหตุใดไม่สามารถละทิ้งความทะยานอยาก หลายครั้งความพอเพียงถูกแทนที่ด้วยความโลภ ทำไมถึงไม่รู้จักปล่อย รู้จักหยุด รู้จักพอ? หรือจิตใจมนุษย์ไม่เคยสิ้นสุด เช่นเดียวกับที่ชาวโลกขยาดกับ ความเจ็บปวด การทรมาณ และความตาย แต่ใยกลับหยิบยื่นปัจจัยเหล่านี้ให้กันและกันโดยง่าย?
สุดท้ายนี้ จดหมายฉบับนี้เป็นเพียงคำถามจากชาวดาวศุกร์ เราทึ่งในหลายๆความคิดของคุณแต่ขณะเดียวก็ฉงนในอีกหลายความคิด เราไม่ได้หวังให้คุณตอบจดหมายมายังดาวศุกร์ แต่เราอยากให้คุณตอบหัวใจคุณเอง
ด้วยรักจากดาวศุกร์






