OPINION

จงทิ้งทุกสิ่ง เพื่อสิ่งเดียว

คธาพล รพีฐิติธรรม
1 พ.ย. 2561
1.ถนนสายนี้ไม่เงียบเหงา เสียงเชียร์ของผู้คนข้างทางดังขึ้น เมื่อทุกคนเห็นกลุ่มเงาจักรยานวิ่งไล่แข่งประชิดกันมา ล้อยางเบียดเสียดสีบดกับพื้น สายโซ่หมุนเข้าจังหวะกับวงล้อ คนบนอานออกแรงถีบอย่างหนักหน่วง มือจับแฮนด์ไว้แน่น ขยับท่าทางให้ลดแรงต้านกระแสลม ปรับลมหายใจเป็นจังหวะคอยต่อสู้กับความอ่อนล้า

สิงห์นักปั่นชิงความเร็วกันมาทุกโค้ง พวกเขาแทบจะกลืนกินสายลมให้เป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย
ใครคนหนึ่งพยายามทำให้ใครอีกคนกลายเป็นเงาที่ต้องวิ่งตามอยู่ข้างหลัง ผลัดกันขับเคี่ยวห้ำหั่นเชือดเฉือนกันแค่เสี้ยววินาที

แต่ในช่วงเวลาของการแก่งแย่งชิงชัย จู่ๆ เหตุการณ์คาดไม่ถึงกลับปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อจักรยานคันหน้าซึ่งนำอยู่เกิดเสียจังหวะขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทั้งคนทั้งรถล้มกลิ้งหงายหลัง จนไม่มีสายตาคู่ไหนจะจับมองได้ทัน

อุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ช่วงห่างอันน้อยนิด กับความผิดพลาดแม้เล็กน้อย ทำให้ “เงา” ที่เคยถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง กลายมาเป็น ‘จ่าฝูง’ คนใหม่ทันที

2.ปี 1997 ยาน อุลริค (Jan Ullrich) นักปั่นหนุ่มน่องเหล็กวัย 23 ปี กำลังประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดในวงการสิงห์นักปั่น หลังจากที่เขาเป็นชาวเยอรมันคนแรกที่คว้าแชมป์ จากการแข่งขันจักรยานทางไกลที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุดของยุโรป ซึ่งใครๆ หลายคนรู้จักกันดีในชื่อว่า ‘ตูร์ เดอ ฟรองซ์’ (Tour de France)

จากชัยชนะบนสองล้อ อุลริค ทำให้การแข่งขันจักรยานกลายเป็นที่รู้จักและสนใจอย่างมากในประเทศเยอรมัน และเขาเป็นตัวแทนความฝันให้นักปั่นรุ่นเยาว์อีกหลายคน แต่ในช่วงเวลาแห่งความฝันอันสดใส ในปีถัดมาเขากลับประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าจากการแข่งขันและทำให้พลาดการแข่งขันสำคัญอีกหลายนัด

ในปี 1999 ตูร์ เดอ ฟรองซ์ ที่ไร้เงาของอุลริค ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อนักปั่นชาวอเมริกันคนหนึ่งได้ก้าวเข้ามาเป็นผู้ครอบครองเสื้อเหลือง yellow jersey สัญลักษณ์สำหรับผู้มีคะแนนรวมสูงสุด ซึ่งต่อมาคนทั้งโลกได้รู้จักสิงห์น่องเหล็กชาวอเมริกันคนนี้ ในฐานะผู้ที่สามารถพิชิตโรคมะเร็งและเจ้าของสายรัดข้อมือสีเหลืองที่มีคำว่า ‘Livestrong ’

‘แลนซ์ อาร์มสตรอง’ คือชื่อของชายผู้นั้น

ชีวิตของการต่อสู้กับโรคร้าย และการก้าวเข้ามาเป็นแชมป์ในรายการแข่งขันจักรยานที่ถือว่าเก่าแก่ในระดับโลก ทำให้อาร์มสตรองได้กลายเป็นตัวแทนความหวังและแรงบันดาลใจให้กับคนทั้งโลกและ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เขาได้กลายเป็นบุคคลที่กำลังจะสร้างตำนานสองบทใหม่ให้กับตูร์ เดอ ฟรองซ์ จนโลกต้องจดจำเอาไว้

บทหนึ่งคือ ก้าวแรกของนักปั่นผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังบุกเบิกเส้นทางแชมป์ตูร์ เดอ ฟรองซ์ อีกหลายสมัย

ส่วนอีกบทคือการทำให้ ยาน อุลริค เป็น ‘ที่สองตลอดกาล’

3.อุลริค เป็นคนหนุ่มไฟแรง มีความตั้งใจสูงและมีฝีเท้าที่ไม่เป็นสองรองใคร แม้เคยประสบกับความปราชัยแต่เขาก็ไม่ได้ถูกกำหนดมาให้แพ้เสมอ

ในการแข่งขันจักรยานรายการอื่นๆ อย่างโอลิมปิก ที่ซิดนีย์ หนุ่มเมืองเบียร์คนนี้สามารถคว้าเหรียญทอง และเหรียญเงิน มาครอบครองได้สำเร็จ และครั้งนั้น เขาทำให้แลนซ์ อาร์มสตรอง ต้องตกเป็นเงาอยู่เบื้องหลังและรู้จักคำว่าพ่ายแพ้ด้วยเช่นกัน

แต่ ตูร์ เดอ ฟรองซ์ ที่มีแลนซ์ อาร์มสตรอง ก็ยังทำให้ยาน อุลริค กลายเป็นเงาที่อยู่เบื้องหลังเสมอ

ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะโชคที่ไม่เข้าข้าง อุลริคต้องเจอกับเรื่องร้ายๆ ประดังเข้ามา เขาเคยถูกศาลเรียกตัวมาให้การในคดีขับรถยนต์ขณะมึนเมา ถูกถอดจากการแข่งขัน เนื่องจากตรวจพบว่ามีสารแอมแฟตามีนอยู่ในร่างกาย รวมถึงการผ่าตัดหัวเข่าที่ได้รับบาดเจ็บ

แม้จะต้องผิดหวังมาหลายครั้งอย่างไม่น่าให้อภัยสวรรค์เบื้องบน แต่อุลริคยังคงปรารถนาถึงชัยชนะในตูร์ เดอ ฟรองซ์ โดยมี ‘เจ้าสองล้อ’ เป็นเพื่อนคู่ใจ
เขากลับมาฟิตร่างกาย จัดตารางการซ้อมและควบคุมอาหารอย่างเข้มงวดอีกครั้ง

4.ในปี 2003 คนทั้งโลกกำลังจับตามองอาร์มสตรอง ผู้คว้าแชมป์ตูร์ เดอ ฟรองซ์ ติดต่อกันถึง 4 สมัย

ถ้าเขาชนะในการแข่งขันครั้งนี้จะสร้างประวัติศาสตร์และเกียรติยศครั้งใหญ่ เพราะนี่จะเป็นการชนะติดต่อกันถึงห้าสมัยเท่ากับจำนวนสูงสุดที่ ‘มีเกล อินดูเรน’ นักปั่นชาวสเปน ได้ทำสถิติเอาไว้และนั่นย่อมเป็นการปูทางสู่การเป็นแชมป์สมัยที่หก

หนทางนักปั่นผู้ยิ่งใหญ่ ยังรอคอยอยู่เบื้องหน้า

แต่วินาทีที่ใครหลายคนคาดไม่ถึง กลับเกิดขึ้น ในช่วงสิบกิโลเมตรสุดท้ายก่อนจะถึงเส้นชัย จักรยานของอาร์มสตรองเผลอไปเกี่ยวเข้ากับสิ่งของของคนดูริมถนน จนทั้งคนทั้งรถ เสียหลักล้มกลิ้งหงายหลัง และทำให้นักปั่นชาวสเปนที่ขับตามมาอีกคนล้มไม่เป็นท่าตามไปด้วย จังหวะที่อาร์สตรองประสบกับสิ่งที่เรียกว่า “โชคร้าย”

อุลริคที่ไล่จี้ตามมาข้างหลัง ทันเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ทำให้เขารีบหักจักรยานหลบไปได้ทันอย่างปลอดภัย

ช่วงเวลาเล็กๆ ที่เว้นว่าง อุลริคพบ ‘โอกาส’ มาลอยวนอยู่ตรงหน้า

บัดนี้ ‘ที่สองตลอดกาล’ ได้กลายเป็น “จ่าฝูง”

ความเจ็บปวดและความผิดหวังตลอดสี่ปี มลายหายไป

เพียงชั่ววินาที ถ้าเขากระชากตัวด้วยความเร็ว ออกแรงถีบให้หนักขึ้น ชัยชนะครั้งใหม่คงมาวางอยู่ในเกียรติประวัติ และนั่นจะทำลายความฝันและว่าที่ตำนานแชมป์ 5 สมัยซ้อนของอาร์มสตรองลงได้

ไม่ว่าหนทางแห่งชัยชนะที่คว้ามา จะเกิดขึ้นเพราะฝีมือหรือโชคชะตาที่ฟ้าลิขิต เมื่ออยู่บนสนามแข่งขัน มีแต่ผู้ชนะเท่านั้นที่ทุกสายตามองเห็น มีแต่เสียงของผู้ชนะเท่านั้นที่ทุกคนอยากฟัง

ทุกคนในสนามและผู้ชมผ่านทางทีวีต่างจับตามองอุลริคอีกครั้ง

5.ด้านอาร์มสตรอง ซึ่งเพิ่งพาจักรยานและตัวเองล้มคว่ำไปหมาดๆ รีบตั้งหลัก ยกจักรยานคู่ชีพขึ้นปั่น หวังจะกลับไปทวงตำแหน่งที่หนึ่งของเขาคืนกลับมา และด้วยความเร่งรีบ เกือบทำให้เขาพลาดล้มซ้ำสอง แต่พอจับจังหวะได้ แชมป์สี่สมัยก็คืนฟอร์มเดิม จนกระทั่งปั่นสองล้อคู่ใจตามมาจนทันหัวขบวน...

ทันพอจะได้เห็นภาพซึ่งผู้ชมสองข้างทางในสนามแข่งขันนั้นเฝ้ามองอยู่นานแล้ว

ตั้งแต่อาร์มสตรอง ล้มลง แทนที่ อุลริค จะคว้าโอกาสเร่งความเร็ว เพื่อช่วงชิงชัยชนะ เขากลับค่อยๆ ชะลอฝีเท้าให้สองล้อหมุนเป็นจังหวะช้าลง

ขณะปล่อยให้จักรยานคันอื่น แซงหน้าตนเองไป อุลริคพยายามหันกลับไปมองข้างหลังอยู่เรื่อยๆ ด้วยสายตาเหมือนเฝ้ามองใครบางคนอยู่

จนเมื่ออาร์มสตรอง ไล่ตามมาถึง ทุกคนในสนามก็หมดข้อสงสัยลงทันที
อุลริคขว้างโอกาสสำคัญทิ้งไป เพื่อรอคอยคู่ปรับที่แสนสำคัญกว่า
เกียรติยศ ชื่อเสียง เงินทอง ของผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว ไม่ได้ทำให้อุลริคต้องทิ้งหัวใจของ “นักกีฬา” ลงไปด้วย

ครั้งหนึ่งอุลริคเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ถึงเป้าหมายของการเป็นนักปั่นจักรยานผู้ยอดเยี่ยม แรงจูงใจของผมไม่ได้เกิดจากคู่แข่ง แต่เกิดจากการที่ผมรักการขี่จักรยาน สิ่งนี้เป็นแรงผลักดันสำคัญ เพราะผมไม่อาจรับแรงกระตุ้นโดยการใส่ภาพของคู่ต่อสู้เอาไว้ในกระจก”

การนั่งอยู่บนตำแหน่งที่สองตลอดกาล ไม่ได้ทำให้ศักดิ์ศรีของเขาหายไป ชัยชนะที่นักปั่นหนุ่มปรารถนา คือสิ่งที่ได้มาด้วยความพยายาม อุตสาหะ และไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ ‘โชคช่วย’

ทั้งคู่กลับเข้าสู่การแข่งขันอีกครั้ง พร้อมกับเสียงเชียร์ ปรบมือตลอดทาง
ถนนสายนี้ไม่เคยเงียบเหงา...สองเงาที่ผลัดกันขึ้นนำและไล่ตาม
บางครั้งก็ทาบทับเป็นเงาเดียว
About the Author
นักกฎหมายกับอีกบทบาทคือ Declutter Coach หรือที่ปรึกษาการจัดระเบียบบ้านคนแรกของไทยกับความเชื่อว่า Life Coaching กับการจัดระเบียบบ้านจะเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนให้ดีขึ้นได้ที่เพจ “Proud จัดระเบียบเปลี่ยนชีวิต”
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
วัย30+ เป็นช่วงชีวิตที่เรามักจะเจอจุดเปลี่ยนในตัวเอง ไปดูสิว่า จุดเปลี่ยนที่ว่านั้นจะดีขึ้นยังไงบ้าง?
ความสามารถในการมองโลกในแง่ดี ด้วย “ความหวัง” ว่า วันข้างหน้าจะดีกว่าวันนี้ เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่รอดมาได้ ถึงแม้ว่าบางครั้งความหวังนั้นจะไม่อยู่บนความเป็นจริงนักก็ตาม