OPINION

งัดตารางสอนสมัยเรียน มาจัดระเบียบชีวิต คนไม่มีเวลา

JAZZYKWANG
5 มิ.ย. 2561
เราอาจจะเคยได้ยินคนรอบตัวเราพูดกันบ่อยๆ “เราไม่มีเวลา” หรือคำพูดนี้เป็นประโยคติดปากของคุณเองหรือเปล่า ในเมื่อหนึ่งวันมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน ทำไมคนหนึ่งบอกว่า “เราไม่มีเวลาเลยยย” แต่อีกคนหนึ่งกลับทำอะไรได้หลายสิ่งในหนึ่งวัน นั่นอาจจะเป็นตัววัดได้ว่า ทักษะการจัดการในชีวิตคุณอยู่ในระดับไหน แย่หรือดีให้ดูที่หนึ่งวันทำอะไรสำเร็จบ้าง และดองสิ่งที่ถูกโยนมาข้ามวันข้ามคืนมากน้อยแค่นั้น สิ่งนี้จะบอกได้ดีทีเดียว
 
ระบบการจัดการ ถ้าพูดในด้านของบริษัทก็คงต้องมีโปรแกรมผุดมามากกว่าหนึ่งโปรแกรม แต่ถ้าพูดในด้านการใช้ชีวิต ไม่ต้องมีโปรแกรมอะไรเลย นอกจากการจัดลำดับความสำคัญให้ได้ และวิธีที่ง่ายที่สุด ได้ผลดีที่สุด สำหรับผู้เขียนแล้วก็คงต้องพึ่งปากกากับกระดาษแล้วมานั่งไล่เรียงกันเป็นข้อๆ ลิสมาก่อนว่าในวันนี้เราต้องทำอะไรบ้าง พอเขียนครบก็ค่อยเขียนตัวเลขไว้ด้านหน้าในแต่ละภารกิจว่าอะไรต้องทำให้เสร็จก่อน อะไรไว้ทีหลังก็ได้ จากนั้นเริ่มทำทีละข้อตามที่ลิส แค่นี้ก็ทำให้หนึ่งวันไม่หายไปแบบล้มๆแล้งๆแล้วล่ะ
 
แต่ถ้าปากกากับกระดาษก็ยังช่วยคุณไม่ได้ ทักษะความแอ้วเอื้อยเลื่อนลอยของคุณยังชนะทุกสิ่งในโลกนี้ เราก็ขอให้คุณใช้วิธีที่แอดวานซ์ขึ้นไปอีก เป็นวิธีที่กำหนดตายตัวไปเลยว่า วันนี้คุณจะทำอะไร เมื่อไหร่ โดยการใช้เครื่องมือที่คุณน่าจะคุ้นเคยมาตั้งแต่เข้าเรียน นั่นคือ ตารางสอน
 
ลองนึกกลับไปสมัยเรียนดูสิ ถ้าไม่นับหนังสือในกระเป๋าที่ล้นแล้วล้นอีก สิ่งที่ดูมากกว่านั้นน่าจะเป็นจำนวนวิชาที่เราเรียนกันสารพัดวิชาในหนึ่งวัน ทำให้ตอนนี้ทำงานมาได้สักพักนึกถึงตอนนั้นยังรู้สึกงงๆเลยว่า เราท่องตำราและเข้าใจวิชาพวกนั้นไปได้อย่างไร ในเมื่อวันนี้มีเพียงหน้าที่เดียวที่เราต้องโฟกัสในการทำงาน ยังทำตกๆหล่นๆอยู่บ่อยๆ นั่นก็นับเป็นเรื่องน่าประหลาดใจจริงๆ
 
เมื่อลองใช้ชีวิตแบบย้อนอดีต แล้วงัดตารางสอนสมัยเรียนขึ้นมา เราจะพบว่าโรงเรียนแบ่งเวลาให้พวกเราอย่างเป็นสัดส่วนและปฏิบัติได้ไม่ยาก(แม้เราจะชอบแหกกฏบ้างก็ตาม) เริ่มตั้งแต่เคารพธงชาติแปดโมงเช้า ระหว่างนั้นก็เข้าเรียนคาบละชั่วโมง เสร็จปุ๊ปก็ทานข้าวกลางวัน บ่ายๆบางทีก็มีวิชาเลือกเสรีบ้าง เย็นอีกหน่อยก็กลับบ้านนอน เราถูกแบ่งสัดส่วนเวลาอย่างเป็นระบบ และปฏิบัติไปตามความเคยชินอย่างไม่รู้สึกขัดขืนแต่อย่างใด และถ้าดูภาพรวมกันทั้งสัปดาห์จะพบว่าเรามีเนื้อหาที่ต้องทำความเข้าใจอยู่มาก ซึ่งแต่ละเรื่องไม่ได้สัมพันธ์กันแต่อย่างใด ถ้าเปรียบกับหน้าที่การงานก็คงจะเปรียบกันง่ายๆว่า.. เช้านี้เราจะเป็นทั้งนักคณิตศาสตร์ เป็นนักวิทยาศาสตร์ และอาจจะเป็นศิลปินบรรเลงศิลปะบนผืนผ้าใบ แล้วยังไม่นับภาคบ่ายกับวิชาที่แตกต่างกันออกไป นี่ถ้าไม่มีตารางสอน เราคงสับสนกันน่าดู
 
เมื่อนำตารางสอนสมัยเรียนมาบวกกับกิจกรรมในแต่ละวันของเรา ยัดมันลงไปในตารางทั้งหมด นี่คือสิ่งที่เราเริ่มทำเมื่อหันมาใช้วิธีนี้
 
ตัวอย่างตารางคนไม่มีเวลา
 
ในตารางที่เห็นยัดกันแน่นๆนี้ จะพบว่าแน่นแค่ไหน กิจกรรมเยอะเท่าไหร่ เมื่อมีวันและเวลากำกับอย่างชัดเจน ก็จะไม่มีอะไรพลาดได้ถ้าเราใช้ชีวิตตามที่เราลงไว้ในนี้ทั้งหมด
 
ถามว่าจะเปลี่ยนเวลาให้มากขึ้นในแต่ละช่วงได้ไหม ก็ต้องบอกว่ากฎเกณฑ์ทั้งหมดมันอยู่ที่การใช้ชีวิตของคุณ คุณสามารถแบ่งเวลาได้เท่าที่ต้องการ กิจกรรมหลักๆในหนึ่งวันอาจจะมีแค่อย่างสองอย่าง คือนอนและทำงาน อะไรก็ได้ทั้งนั้น ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นอาจจะไม่มีตารางตัวนี้เกิดขึ้นมาค่ะ เพราะตารางชีวิตประเภทนี้ เหมาะเหลือเกินกับมนุษย์ผู้ไม่มีเวลาให้กับอะไรทั้งสิ้น ประเภทที่ถามเมื่อไหร่ก็ไม่เคยว่าง เซฟภาพด้านบนแล้วส่งให้เขาค่ะ จิ้มของเราลงไปสักเวลาหนึ่ง แค่นั้นก็น่าจะดี
 
แต่สุดท้ายแล้วจะเป็นแค่คนไม่มีเวลาจริงๆ หรือเป็นแค่ข้ออ้างปัดภาระกันแบบขอไปที แบบไหนก็ตามที่เป็นคุณ คุณก็จะมีคำตอบแล้วว่า ใช่คุณหรือไม่ที่ต้องใช้ตารางตัวนี้ในการดำเนินชีวิต เพราะบางคนสนุกกับตารางแบบนี้ เพราะคิดว่ามันง่าย ไม่ต้องมานั่งจำให้ยุ่งยาก แต่บางคนก็บอกว่า เราไม่อยากให้ชีวิตเป็นรูทีนขนาดนั้น จุดประสงค์ของแต่ละคนเป็นอย่างไร คุณเองเท่านั้นที่จะรู้ ไม่มีเวลาจริงๆ หรือข้ออ้าง ตารางนี้ก็จะบอกได้เช่นกัน เพราะถ้าไม่มีอะไรให้ใส่จริงๆ นั่นก็รู้ได้เลยว่า คำที่พูดบ่อยๆ ก็เป็นแค่คำที่พูดจนติดนิสัย เรียกว่าผลัดวันประกันพรุ่งแบบขอไปที แต่ถ้านิสัยของคุณเป็นคนจัดระเบียบชีวิตไม่ค่อยได้ แล้วในหนึ่งวันหันซ้ายหันขวาคอแทบหมุน เครื่องมือนี้น่าจะช่วยได้มาก
 
การที่เราทุกคนมีเวลาเท่าๆกัน นับเป็นเรื่องยุติธรรมที่สุดในโลกใบนี้ แต่การปล่อยปะละเลยให้เวลาผ่านไปแบบไร้ค่า นั่นต่างหากที่ไร้ความยุติธรรมที่สุด ซึ่งคุณก็ทำมันขึ้นมาเอง เพราะฉะนั้นเวลาทั้งหมดจะคุ้มค่าแค่ไหน ไปดูผลลัพธ์ที่ได้ในหนึ่งวัน ว่ามันมีอะไรบ้าง เวลาบอกได้สิ่งที่ทำได้ แต่คนที่จะทำให้เวลามีคุณค่ามากที่สุด นั่นคงต้องเป็นตัวคุณเอง
About the Author
นักคิดแก้โจทย์ธุรกิจและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนในทุกๆวัน ที่เพจ jazzykwangandfriends
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เวลาที่คุณมีแฟนเด็กหรือว่าเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว  เขาจะไม่พิถีพิถันและใส่ใจในรายละเอียดเท่ากับคนที่มีอายุและมากประสบการณ์อย่างแน่นอน  เขาจะละเมียดละไม ไม่เร่งรีบ ค่อยๆทำ ค่อยๆเล้าโลม อารมณ์คุณจะค่อยๆไต่ขึ้นไปเรื่อยๆทีละระดับ  รู้ตัวอีกทีคุณก็กำลังฟินอ้าปากค้าง  ครางเสียงหลงไปซะแล้ว
บ่อยครั้งที่ฉันเมาโดมิคุ่มแล้วเดินตากฝน ตากหิมะ หาลูกค้า เลยกลายเป็นว่าฉันเป็นคนแรกที่บุกเบิกการเดินจับแขกย่านริมคลองซากุระคิโจ จนผู้หญิงหลายชาติพากันจับแขกมากที่นี่มากขึ้น