ON LOOKER

เปิดข้อความแรกที่ทีมนักดำน้ำถ้ำหลวง ส่งกลับไปรายงานผลที่ประเทศอังกฤษ

16 ก.ค. 2561
 ‘Boy 1 in chamber 3. Alive’ หมูป่าตัวแรกถึงโถงสาม ปลอดภัย นี่คือข้อความแรกที่ถูกรายงานกลับไปยังประเทศอังกฤษ หลังเด็กคนแรกของทีมหมูป่าถูกนำตัวมาถึงโถงสามอย่างปลอดภัย


(Richard Stanton)
 
ปฎิเสธไม่ได้ว่า ข่าวการออกจากถ้ำของทีมนักฟุตบอลหมูป่าและโค้ชทั้ง 13 ชีวิตในช่วงวันที่ 8-10 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น กำแทบทุกพื้นที่สื่อทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก การที่เด็ก “คนแรก” ถูกประกาศว่าสามารถออกมาจากถ้ำได้อย่างปลอดภัยนั้น สร้างความดีใจและความหวังให้กับทุกฝ่ายว่า อีก 12 ชีวิตที่อยู่ในนั้น จะต้องออกมาอย่างปลอดภัยเหมือนกัน เพราะก่อนหน้านั้น นับตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม ที่ทีมนักดำน้ำชาวอังกฤษเป็นกลุ่มแรกที่ไปเจอว่าทีมหมูป่ายังมีชีวิตรอดอยู่ในถ้ำ สิ่งที่ทุกฝ่ายกังวลกันมากที่สุดก็คือ การให้เด็กๆดำน้ำออกมานั้น ไม่ใช่ความคิดที่ดีอย่างแน่นอน ทั้งน้ำในถ้ำที่ขุ่นมัวมองแทบไม่เห็น พื้นที่ที่แคบ โขดหินแหลมคมอันตราย รวมถึงเด็กๆที่ไม่มีทักษะการดำน้ำ และบางคน ว่ายน้ำไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ

หนึ่งในผู้ช่วยชีวิตกับปฎิบัตการในครั้งนี้อย่าง Richard Stanton เขาคือหนึ่งในนักดำน้ำถ้ำฝีมือเยี่ยมระดับโลกวัย 57 ปี และเป็นบุคคลที่ไปเจอน้องๆเป็นคนแรกร่วมกับ John Volanthen เขาเปิดเผยเหตุการณ์ระหว่างการช่วยเหลือให้กับสื่อดังอย่าง The Times UK และบอกอีกว่าพวกเขาได้มีการซักซ้อมเสมือนจริงในสระว่ายน้ำละแวกแม่สาย ก่อนที่ปฎิบัติการช่วยเหลือจริงจะเริ่มต้นขึ้น

Richard Stanton บอกว่า วิธีในการพาตัวเด็กๆแต่ละคนออกมา คือนักดำน้ำหนึ่งคนประกอบเด็กหนึ่งคน (ไม่ใช่สองต่อหนึ่งตามข่าวที่เคยมีมาก่อนหน้านี้) และทัศนวิสัยในถ้ำก็ค่อนข้างแย่มาก มองเห็นได้ในระยะเพียง 2-3 ฟุตเท่านั้น เขายังบอกอีกว่า นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเด็กๆแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะเสี่ยงแค่ไหนก็ตาม ส่วนขั้นตอนการช่วยเหลือนั้น อย่างที่ทราบกันว่า เด็กๆจะสวมหน้ากากดำน้ำแบบเต็มหน้า และแทบจะไม่รู้สึกตัวตลอดการเคลื่อนย้ายในน้ำ ส่วนในจุดที่ต้องเดินผ่านโขดหิน ก็จะถูกจับใส่แคร่เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนตัวเด็ก ก่อนต้องดำลงน้ำอีกครั้ง กว่าจะมาถึงโถงสาม ซึ่งเด็กแต่ละคนจะถูกผูกด้วยเชือก ให้อยู่ทางด้านล่างตัวนักดำน้ำ (แต่ในบางจุดที่เตี้ย ก็ต้องสลับให้ตัวเด็กมาอยู่ข้างตัว หรือบางจุดที่แคบมากๆ ก็ต้องผลักตัวเด็กให้ลอดออกไปก่อน) ทั้งนี้ นักดำน้ำจะได้ไม่ต้องพะวงคอยจับตัวเด็กตลอดเวลา สามารถใช้มือคลำเชือกนำทางไปเรื่อยๆได้ แต่ก็ยังคงรู้ว่าเด็กอยู่ตรงไหนเสมอ และยังเพื่อที่นักดำน้ำจะได้รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของเด็กแต่ละคนอย่างใกล้ชิด

Richard ยอมรับว่า นี่เป็นภารกิจที่หินที่สุดในชีวิตที่เขาเคยเจอ จนถึงวินาที่เด็กคนแรกถูกลำเลียงมาจากถึงโถงสามอย่างปลอดภัย จึงมีข้อความที่เขาส่งไปหาทีมที่ประเทศอังกฤษถึงผลของการปฎิบัติการกู้ชีพในครั้งนี้ว่า “Boy 1 in chamber 3. Alive.” หรือ เด็กคนแรกถึงโถงสามอย่างปลอดภัย
Richard Stanton, John Volanthen, Chris Jewell และ Jason Mallinson นักดำน้ำในถ้ำ 4 คนชาวอังกฤษ ถือเป็นแนวหน้าของการช่วยเหลือในครั้งนี้ โดย Richard บอกว่า นักดำน้ำคนแรกที่พาเด็กออกมาได้คือ Jason Mallinson

ขั้นตอนการเริ่มดำน้ำคือ หลังจากที่ดำมาในระยะประมาณ 383 ยาร์ด นักดำน้ำและเด็กจะได้พักขึ้นมาหายใจ ก่อนที่ Richard จะเป็นคนเช็คว่าเด็กยังหายใจอยู่หรือไม่ และแผนการยังสามารถดำเนินต่อไปได้หรือไม่ เมื่อทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ทุกอย่างก็ดำเนินการต่อตามแผนที่วางไว้ทันที

จากนั้น John ว่ายน้ำพาเด็กคนที่สองออกมา และ Chris พาเด็กคนที่สามออกมา ปิดท้ายด้วย Richard กับเด็กคนที่สี่ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการช่วยเหลือเด็กจึงทำได้วันละ 4 ชีวิต โดยแต่ละครั้งนั้นต้องดำน้ำประมาณ 1.30 ชม. ก่อนจะขึ้นมาหายใจได้เป็นครั้งแรก

ภารกิจวันที่สองก็ดำเนินไปเช่นเดียวกับวันแรก ส่วนวันที่สาม เด็กคนสุดท้ายพร้อมกับโค้ชก็ได้ว่ายออกมาพร้อมกันกับนักดำน้ำในที่สุด
Richard ยังกล่าวทิ้งท้ายอีกว่า แผนการดำน้ำเอาตัวเด็กออกมาแบบหนึ่งต่อหนึ่งนี้ เป็นเพียงแผนการเดียวที่ทีมนักดำน้ำอังกฤษนำเสนอให้กับทางการไทย เพราะพวกเขาเชื่อว่า มันไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีไปกว่านี้แล้ว และพวกเขาก็ทำมันสำเร็จในที่สุด ด้วยความร่วมมืออย่างดีจากทุกชาติทุกฝ่ายนั่นเอง

แปลและเรียบเรียงจาก https://www.thetimes.co.uk/article/boy-1-in-chamber-3-alive-the-first-jubilant-message-saying-masterplan-would-work-twjfkrhp7
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
รายได้ที่ต่ำสุดของแพทย์ก็ยังมีรายได้สูงกว่า 125,700 เหรียญสหรัฐต่อปี
E-Skin เทคโนโลยีเลียนแบบกลไกลการทำงานของผิวหนังมนุษย์ มีคุณสมบัติรับรู้แรงกดดัน แรงสั่นสะเทือน และสามารถวัดความดันอุณหภูมิ