ON LOOKER

สิ่งที่ชาวต่างชาติควรรู้ หากไปอยู่ที่ญี่ปุ่นในช่วงไต้ฝุ่น

6 ก.ย. 2561
4 กันยายนที่ผ่านมา พายุไต้ฝุ่น เชบี พายุที่มีความรุนแรงที่สุดในรอบ 25 ปี ด้วยความเร็วลมหมุนถึง 216 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความเร็วลมศูนย์กลางกว่า 162 ก.ม.ต่อช.ม. ส่งผลให้ระบบการขนส่งทั้งหมดของญี่ปุ่นต้องหยุดชะงักลง ทั้งรถไฟชินคันเซ็น รถไฟใต้ดินและบนดิน เรือ ที่แถบโอซากาและนาโกยา รวมถึงเที่ยวบินกว่าพันเที่ยวต้องถูกระงับ

ชาวญี่ปุ่นถือเป็นชนชาติที่ต้องมีการเตรียมตนเองให้พร้อมกับภัยพิบัติเสมอ เพราะแทบทุกหน้าร้อน ญี่ปุ่นมักถูกพายุไต้ฝุ่นโจมตีเสมอ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างเรา หากเราไปตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงเวลาที่ยากลำบากแบบนี้ สิ่งที่เราควรจะรู้บ้างคืออะไร

1.รู้ว่าไต้ฝุ่นในญี่ปุ่นมีที่มาอย่างไร และช่วงใดของปีมักเป็นช่วงเวลาของมัน
ไต้ฝุ่นคือพายุฤดูร้อนที่ก่อตัวบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ เหนือทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุดเริ่มต้นมักอยู่แถบประเทศฟิลิปปินส์ และทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น และไล่ขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ เริ่มจากเกาะโอกินาว่าทางตอนใต้ เกาะคิวชู ชิโกกุ และไล่ขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงภูมิภาคคันไซจนไปถึงภูมิภาคคันโต โดยมากความรุนแรงของพายุจะค่อยๆลดตัวลงเมื่อเคลื่อนตัวผ่านผืนดิน หรือเมื่อความเร็วถึงระดับ 30 ก.ม. ต่อ ช.ม. หรือมากกว่า
โดยมากแล้ว ไต้ฝุ่นในประเทศญี่ปุ่นมักเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน กับช่วงเวลาที่เรียกว่า akisame (หมายถึง ฝนในฤดูใบไม้ผลิ) ในบางปีอาจเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมไปจนถึงตุลาคม แต่ในบางปีก็มีไต้ฝุ่นเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นฤดูฝนบ้าง และเป็นคนละประเภทกับลมมรสุมธรรมดา    
สิ่งที่ไต้ฝุ่นมักจะพามาด้วยเสมอคือพายุและฝนตกที่หนักมาก ปริมาณเม็ดฝนโดยมากจะอยุ่ที่มากกว่า 200 mm ต่อ 24 ช.ม. และความเร็วของลมมากกว่า 200 ก.ม. ต่อ ช.ม. ซึ่งยังทำให้คลื่นสูง และอาจตามมาด้วยการเคลื่อนตัวของแผ่นดินได้ รายงานตัวเลขของผู้สูญหายและผู้เสียชีวิตจึงมีตลอดทุกปี ไม่นับรวมผู้บาดเจ็บบ้านเรือนทีเสียหายจากลมแรง และระดับน้ำที่สูงมาก
กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้บันทึกจำนวนไต้ฝุ่นในแต่ละปีไว้ตั้งแต่ปี 1981 ถึง 2010 และไต้ฝุ่นในปี 2004 ถือเป็นหนึ่งในไต้ฝุ่นที่มีพลังทำลายล้างมากที่สุดซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายมากกว่าต่อมูลค่า สามแสนล้านเยน (ราวเกือบเก้าหมื่นล้านบาท)

2.เข้าใจความตื่นกลัวของประชากรชาวญี่ปุ่นที่มีต่อพายุไต้ฝุ่น
ตามสถิติแล้ว ประชากรญี่ปุ่นไม่ค่อยตื่นกลัวกับพายุไต้ฝุ่นเท่าใดนัก แผ่นดินไหวก็เช่นกัน เพราะพวกเขามองว่า มันคือเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นแทบทุกปี จะหนักเบาต่างกันก็เท่านั้น ชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการสร้างบ้านและตึกสูงที่แข็งแรงเป็นพิเศษ และสามารถต้านรับกับภัยธรรมชาติเหล่านี้ได้ประมาณหนึ่ง
ตึกใหม่ๆในญี่ปุ่นล้วนถูกสร้างให้สามารถรับแรกต้านจากลมแรกและพายุได้ เว้นเพียงแต่ตึกหรือบ้านเก่าๆ ที่ถูกสร้างมานานแล้ว
นอกจากนี้ คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา พวกเขามักจะคาดเดาการเกิดไต้ฝุ่นได้จากการประกาศว่าจะมีลมแรงสูงและฝนตกหนักมาก พนักงานบริษัทมักคาดหวังให้มีการประกาศเตือนภัยในระดับ “สีแดง” เพราะพวกเขาจะได้ไม่ต้องไปทำงาน ถึงแม้ว่าในความเป็นจริง บริษัทในญี่ปุ่นมักไม่ประกาศหยุดงานง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากระดับความรุนแรงของไต้ฝุ่นอยู่ในระดับไม่สูงมาก

3.รู้วิธีดูแลตนเองหากต้องไปตกอยู่ในสถานการณ์ไต้ฝุ่นที่ประเทศญี่ปุ่น
สิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวอย่างเราควรทำ คือเข้าเว็บไซต์หลักของกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นอย่าง https://www.jma.go.jp/en/typh/ และศึกษาการประกาศระดับเตือนภัยว่าเป็นสีอะไร
สีเทา หมายถึง ไม่มีอะไรให้กังวล
สีเหลือง มีความเสี่ยงในระดับต่ำ
สีแดง ระดับเตือนภัย มีความเสี่ยงในระดับสูงทั้งการบาดเจ็บและข้าวของเสียหาย
สีม่วง เตือนภัยระดับสูงสุด ฝนตกหนักมาก ความเสียหายของบ้านเรือนและอื่นๆในระดับสูงสุด
และในทุกๆ สถานการณ์ ร่ม คือสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะในสภาวะลมแรง อาจโดนร่มกระแทกหน้าได้ เสื้อกันลมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้คลองและริมฝั่งแม่น้ำ รวมถึงหลีกเลี่ยงการเดินป่าในป่าหรือภูเขาสูง
และที่สำคัญ ควรมีเงินสดติดตัวไว้ใช้ยามฉุกเฉิน รวมไปถึงอาหารและยาที่จำเป็น ในกรณีที่ไม่สามารถออกจากบ้านไปไหนได้เลยในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

ข้อมูลจาก https://www.kanpai-japan.com/travel-guide/typhoons
https://www.aljazeera.com/news/2018/09/typhoon-jebi-strongest-storm-hit-japan-25-years-180904084857316.html
ภาพจาก Aljazeera
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
การนอนดึกเป็นประจำอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในหลายๆด้าน ทั้งสุขภาพจิตและสุขภาพร่างกาย หากไม่รีบแก้ไข อาจต้องประสบปัญหาหรือเป็นโรคต่างๆ
การหย่าร้างของพ่อแม่ หรือการที่พ่อแม่แยกทางกัน อาจทำให้เด็กมีปัญหา